เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 275: สงครามแห่งแฟรี่เทลเริ่มต้น (ฟรี)

บทที่ 275: สงครามแห่งแฟรี่เทลเริ่มต้น (ฟรี)

บทที่ 275: สงครามแห่งแฟรี่เทลเริ่มต้น (ฟรี)


ค่ำคืนอันเงียบสงบบนเนินเขาสูงนอกเมืองแม็กโนเลีย

ลักซัส ดราก้อนสเลเยอร์สายฟ้าในชุดโค้ตสีดำ มองไปยังห้องโถงกิลด์แฟรี่เทลแห่งใหม่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบ ราวกับเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของเมือง รอยยิ้มเย่อหยิ่งปรากฏบนใบหน้า

"หน่วยเทพอัสนีบาตกลับมาสักที และช่วงเวลานี้ก็มาถึงจนได้! ถึงเวลาที่พวกแฟรี่เทลจะหันมาเข่นฆ่ากันเองแล้ว ปู่ ยุคของปู่จบลงแล้ว จากนี้ไป ผมจะเป็นคนนำกิลด์ไปสู่ความแข็งแกร่งสูงสุดเอง!"

"หน่วยเทพอัสนีบาต ออกมาได้!"

ชายสองหญิงหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดและมายืนข้างหลังลักซัส

เขาหันไปสั่งจอมเวทชายผมเขียวในกลุ่ม

"ฟรีด พรุ่งนี้ตอนตั้งกำแพงเวทมนตร์ เพิ่มเงื่อนไขอีกข้อ: ห้ามแมวออกจากกิลด์"

"ห้ามแมวออกจากกิลด์? หมายถึงแฮปปี้เหรอ?" ฟรีดชะงักไปเล็กน้อย ในความทรงจำของเขา แมวในกิลด์มีแค่แฮปปี้ที่อยู่กับนัตสึ ซึ่งไม่มีพลังต่อสู้เลย การห้ามแฮปปี้ออกจากกิลด์จึงดูไร้สาระมาก

ยิ่งไปกว่านั้น เวลาตั้งกำแพงเวทมนตร์ ยิ่งกำหนดเงื่อนไขน้อยเท่าไหร่ พลังของเวทมนตร์ก็ยิ่งแรงขึ้น แต่หากเพิ่มเงื่อนไขมากเกินไป พลังก็จะอ่อนลงตาม

เดิมทีมีแค่สองเงื่อนไข: ห้ามคนที่อายุเกินแปดสิบ และห้ามรูปปั้นหินเคลื่อนที่ จุดประสงค์คือกันไม่ให้มาสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเข้ามาเกี่ยวข้อง และป้องกันไม่ให้รูปปั้นถูกใช้เป็นตัวประกัน

การเพิ่มเงื่อนไขเรื่องแมวเข้าไป จะกลายเป็นสามข้อทันที

"ไม่ใช่แฮปปี้ ช่วงไม่กี่เดือนที่นายไปภารกิจล่ากิลด์แห่งความมืด มีแมวตัวใหม่เข้าร่วมกิลด์ แมวนั่นชื่อจอร์จ ถ้าไม่จำกัดเขาไว้ตั้งแต่ต้น เขาอาจสร้างปัญหาได้มากกว่าเอลซ่าหรือมิสกันด้วยซ้ำ" ลักซัสตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เขาวางแผนเรื่องนี้มายาวนาน และติดตามความเปลี่ยนแปลงในกิลด์อย่างใกล้ชิด

แม้จะชอบพูดว่าจอมเวทในกิลด์อ่อนแอและไร้ประโยชน์ แต่ในใจเขารู้ดีถึงพลังที่แท้จริงของพวกเขา และเพราะแบบนั้น เขาจึงระมัดระวังอย่างมาก

เกี่ยวกับแมวชื่อจอร์จที่เพิ่งเข้าร่วม และสิ่งที่เขาทำมาโดยตลอด ลักซัสอาจไม่ได้รู้ทั้งหมด แต่เขารู้พอสมควร

จากการประเมินของเขา จอร์จคือจอมเวทระดับ S ที่มีพลังมหาศาล แถมยังเจ้าเล่ห์มากพอตัว เขาจึงจำเป็นต้องควบคุมนั้นไว้แต่เนิ่นๆ

"เขาเป็นแมวจริงๆ น่ะเหรอ? จอมเวทซ่อมแซมที่แข็งแกร่งขนาดนั้น?" ฟรีดกับอีกสองคนแสดงสีหน้าตกใจพร้อมกัน

ระหว่างที่พวกเขาออกปฏิบัติภารกิจ พวกเขาเคยได้ยินว่ามี "จอมเวทซ่อมแซม" คนหนึ่งคอยเก็บกวาดปัญหาที่เหล่าจอมเวทในกิลด์ก่อขึ้น

แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นแมว... และยิ่งไม่คาดฝันว่าแมวนั่นจะเป็นคนที่ลักซัสให้ความสำคัญถึงขั้นออกคำสั่งจำกัดการเคลื่อนไหวไว้ล่วงหน้า

ต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับลักซัสแล้ว มีแค่มาสเตอร์กับกิลดาร์ซ ที่ตอนนี้ออกไปทำภารกิจร้อยปีเท่านั้นที่เขายอมรับ

ส่วนมิสกันก็คืออีกหนึ่งคนที่ลักซัสมองว่าพอจะสู้กันได้

เอลซ่า? สำหรับลักซัส เธอเป็นแค่ตัวน่ารำคาญเท่านั้นเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น

จอร์จกางปีก บินถือของที่ซื้อมาเพื่อใช้ในขบวนพาเหรดเวทมนตร์ตอนเย็น แล้วมุ่งหน้ากลับไปที่กิลด์

ขณะนี้ ทั่วทั้งเมืองถูกประดับด้วยลูกโป่งหลากสีและริบบิ้น บ้านเรือนและถนนโดยรอบล้วนตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยว

ใบหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เด็กๆ พากันวิ่งเล่นอยู่กลางถนน ทำทีเป็นจอมเวทจากกิลด์แฟรี่เทล

สำหรับชาวเมือง เทศกาลเก็บเกี่ยวมีความสำคัญไม่แพ้วันคริสต์มาสหรือปีใหม่

ในเวลาเดียวกัน จอร์จสังเกตเห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากทยอยเดินออกมาจากสถานีรถไฟ เข้าร่วมกับฝูงชนที่หลั่งไหลอยู่ทั่วเมือง

บางคนเป็นชาวเมืองที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลเก็บเกี่ยว คล้ายกับแรงงานต่างถิ่นที่เดินทางกลับบ้านช่วงวันหยุดยาว

อีกกลุ่มคือผู้มาเยือนจากเมืองอื่นที่เดินทางมาเที่ยว เพราะหลงใหลในชื่อเสียงของงานนี้

ขบวนพาเหรดเวทมนตร์ประจำปีของแฟรี่เทลจัดว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในทวีป

"มิร่าเจน มาสเตอร์ ซื้อของเสร็จแล้วเหรอ?"

เมื่อเลี้ยวตรงหัวมุมถนน จอร์จก็พบมิร่าเจนกับมาคาลอฟที่รับหน้าที่ซื้อของเช่นกัน ทั้งสองกำลังยืนรออยู่ตรงสี่แยก

พวกเขาช่วยกันตรวจสอบของที่ซื้อมา ยืนยันว่าไม่มีอะไรตกหล่น ระหว่างเดินกลับกิลด์ก็พูดคุยกันไปด้วย

"เทศกาลเก็บเกี่ยวปีนี้บรรยากาศดีจริงๆ!" มาคาลอฟมองดูชาวเมืองที่เปี่ยมด้วยความสุขรอบตัว สีหน้าผ่อนคลายยิ้มแย้ม

มิร่าเจนก็ยิ้มแล้วพูดว่า "ใช่เลย ทุกคนในกิลด์กำลังเตรียมการแสดงเวทมนตร์สำหรับคืนนี้กันอย่างเต็มที่"

"แน่นอน ขบวนพาเหรดของแฟรี่เทลเป็นอะไรที่ไม่เป็นรองใครในทวีปนี้"

"จอร์จ งั้นนายก็ใช้เจ้ายักษ์สายฟ้าที่เอลซ่าเคยพูดถึงเดินนำขบวน รับรองว่าทุกคนต้องตะลึง!" มาคาลอฟยืดตัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

เวทมนตร์ที่ใช้ในขบวนพาเหรดไม่จำเป็นต้องทรงพลัง ขอแค่ดูตระการตาก็เพียงพอ และยักษ์สายฟ้าของจอร์จนั้นก็เหมาะสมมาก

"ถ้าลักซัสมาร่วมด้วยก็คงจะดีมาก เวทสายฟ้าของเขากับของจอร์จรวมกัน น่าจะยิ่งอลังการกว่านี้อีก" มิร่าเจนพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย

แม้ลักซัสจะไม่ยอมกลับมาตอนที่แฟนธ่อมลอร์ดบุก แต่ตามที่เธอรู้จากกาซิลและจูเบีย ในการโจมตีครั้งล่าสุดนั้น ไม่มีสมาชิกจากแฟนธ่อมลอร์ดสาขาอื่นมาช่วยเลย

เพราะมิสกันที่ทำลายสาขาหลายแห่ง และบางส่วนก็ถูกลักซัสกับหน่วยเทพอัสนีบาตถล่ม

ดังนั้นสิ่งที่ลักซัสพูดกับสิ่งที่เขาทำจึงขัดกัน ภายนอกเขาแสร้งทำไม่สนใจ แต่ในใจยังผูกพันกับกิลด์อยู่มาก

พูดง่ายๆ แบบที่จอร์จเคยว่าไว้ ลักซัสเป็นพวกหัวแข็งแต่ขี้อาย

ทันทีที่มาคาลอฟได้ยินชื่อหลานชาย สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันตา "เฮอะ อย่าเอาชื่อหลานจอมกบฏนั่นมาพูดให้ฉันได้ยินเลย"

"มาสเตอร์ จริงๆ ผมว่า คุณควรลองคุยกับเขาให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นความเข้าใจผิดจะยิ่งสะสม แล้วสุดท้ายจะมีปัญหาใหญ่ตามมา" จอร์จเสนอความคิดเห็นเมื่อเห็นสถานการณ์

เขามักได้รับคำแนะนำจากมาคาลอฟเกี่ยวกับเวทมนตร์ และบางครั้งก็ได้ฟังเรื่องราวในอดีตจากเขาด้วย

เขารู้ดีว่าลักซัสเคยเคารพรักคุณปู่ของตัวเองมาก จนกระทั่งมาคาลอฟขับไล่อิวาน พ่อของลักซัส ซึ่งเป็นลูกชายของตัวเองออกจากกิลด์ ทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างปู่กับหลาน

มาคาลอฟเลือกจะไม่บอกความจริงเกี่ยวกับการที่อิวานทรยศต่อกิลด์ เพราะกลัวว่าหลานชายวัยเยาว์จะเสียใจและมีปมในใจ

ลักซัสจึงไม่เคยรู้ว่าพ่อของตัวเองข้องเกี่ยวกับกิลด์แห่งความมืด และมีแผนการที่เป็นภัยต่อกิลด์

ในสายตาของเขา พ่อแค่อยากเปลี่ยนแนวทางของกิลด์ และมีความขัดแย้งกับปู่เท่านั้น เขาเลยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกขับไล่

จากมุมมองของลักซัส นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แม่ของเขาเสียตั้งแต่ยังเด็ก พ่อก็คอยดูแลและยังลงทุนหาลาคริม่ามังกรมาให้ แต่กลับถูกปู่ไล่ออกด้วยเหตุผลที่ดูไม่สมเหตุสมผล เขาจะไม่รู้สึกโกรธได้ยังไง?

นั่นคือเหตุผลที่เขาเคยพูดว่าต้องการให้มาคาลอฟลาออกแล้วให้เขาเป็นมาสเตอร์แทน

จากช่วงเวลาที่จอร์จได้คลุกคลีและใช้พลังจิตในการประเมิน เขามั่นใจว่าลักซัสยังรักทั้งกิลด์และคุณปู่ของเขาอยู่มาก

แค่เป็นคนดื้อรั้นและไม่แสดงออกตรงๆ เท่านั้นเอง

หากมาคาลอฟกล้าเปิดใจ คุยกับเขาตรงๆ และเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด เรื่องมันก็คงไม่ยากเกินไป

"เฮ้อ... ช่างมันเถอะ ถึงฉันจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟังตอนนี้ เขาอาจจะไม่เชื่อก็ได้" มาคาลอฟถอนหายใจยาว

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 275: สงครามแห่งแฟรี่เทลเริ่มต้น (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว