- หน้าแรก
- จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 85: ชายป่าเถื่อนใส่เสื้อกล้าม (ฟรี)
บทที่ 85: ชายป่าเถื่อนใส่เสื้อกล้าม (ฟรี)
บทที่ 85: ชายป่าเถื่อนใส่เสื้อกล้าม (ฟรี)
"คุณจอร์จ คุณเจออะไรหรือเปล่า?"
โคลสันอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น เมื่อเห็นจอร์จยกนิ้วแตะหน้าผากของศัตรูที่บาดเจ็บสาหัส หลับตาแน่น เหมือนกำลังใช้พลังเหนือธรรมชาติบางอย่าง
ก่อนหน้านี้จอร์จเคยพูดว่าอยากรู้ให้ได้ว่าศัตรูเป็นใคร แต่หลังจากนั้นกลับเงียบไปเลย ทำให้โคลสันเริ่มสงสัยว่าจอร์จอาจมีความสามารถในการอ่านใจ
ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้มากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับเหตุการณ์พลังเหนือธรรมชาติมากว่า 20 ปี เขาเคยเจอคนที่มีความสามารถแบบนี้มาก่อน
ตามประวัติ คนที่มีพลังพิเศษส่วนใหญ่มักเป็นคนธรรมดาที่พลังเพิ่งตื่นขึ้น และถึงแม้จะมีความสามารถพิเศษ พวกเขาก็มักลังเลที่จะต่อสู้กับรัฐบาล จึงถูกควบคุมได้ไม่ยาก
บางคนพอได้รับพลังแล้วกลับอยากใช้ทำเรื่องผิดกฎหมาย เช่น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยิงไฟออกจากมือจนสามารถหลอมเหล็กได้ คิดว่าตัวเองเจ๋งมาก เลยไปปล้นธนาคาร แต่สุดท้ายก็ถูกโคลสันยิงยาสลบใส่ล้มคาที่
แม้แต่คนที่เก่งกว่านั้น พอเจอเจ้าหน้าที่ฝึกมาอย่างดีของชีลด์ ใช้อาวุธไฮเทคยิงสวนแบบไม่พลาดเป้า ก็ไม่เคยรอด
องค์กรอย่างชีลด์ไม่อนุญาตให้กลุ่มพลังเหนือธรรมชาติ เช่น มิวแทนท์ หรือ X-Men โผล่ขึ้นมามีบทบาทได้อีก
จากมุมมองของโคลสัน คนที่ชื่อจอร์จคนนี้ไม่ธรรมดาเลย
ทั้งจากทักษะการรับมือกับสถานการณ์อันตราย และพลังพิเศษที่แสดงออกมา เขาแทบจะอยู่ในระดับสูงสุดของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติทั้งหมดที่โคลสันเคยเจอ
ที่น่ากลัวคือเขาไม่ได้มีแค่พลังเดียว แต่มีพลังเหนือธรรมชาติมากกว่าหนึ่งอย่าง
คนแบบนี้ ถ้าไม่ยอมร่วมงานกับชีลด์ ก็ต้องอยู่ภายใต้การจับตาดูอย่างใกล้ชิดแน่นอน
"เจอสิ แต่ขอโทษด้วย ผมบอกคุณไม่ได้" จอร์จยกมือขึ้น ยิงเจ้าหน้าที่ไฮดร้าที่บาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตหลายคน จากนั้นเขาหันไปโจมตีโคลสันทันทีด้วยคาถาลบความทรงจำ
"ออบลิวีอาเต้!"
เขาไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเรื่องของชีลด์หรือไฮดร้า และไม่อยากให้ความสามารถของตัวเองถูกเปิดเผยในตอนนี้ การลบความทรงจำของโคลสัน และแทนที่ด้วยความทรงจำปลอมผ่านคาถาความลบความทรงจำ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แน่นอนว่าวิธีนี้ไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ชีลด์ผ่านการฝึกจิตใจมาเป็นพิเศษ แม้แต่ฮอว์คอายที่เคยถูกมายด์สโตนควบคุม ยังสามารถฟื้นสติกลับมาได้ด้วยเทคโนโลยีของชีลด์
คาถาลบความทรงจำของเขาไม่ได้ไร้ช่องโหว่
แต่เขาก็ไม่กังวลนัก หากในอนาคตฝ่ายชีลด์สามารถกู้ความทรงจำของโคลสันกลับมาได้ บางทีตอนนั้นเขาอาจไม่จำเป็นต้องปิดบังพลังของตัวเองอีกต่อไปแล้วก็ได้
แน่นอน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการฆ่าโคลสันทิ้ง แต่เขาเป็นคนมีหลักการ ก่อนหน้านี้โคลสันยังจะเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยให้พวกเขาหลบหนี เขาจึงไม่อาจใจดำถึงขั้นฆ่าโคลสันเพื่อปกปิดตัวตน
จริงๆ แล้ว เขาเคยลังเลว่าจะบอกโคลสันเรื่องไฮดร้าดีไหม หากทำเช่นนั้นก็จะทำให้ชีลด์ปั่นป่วน และไม่มีเวลามายุ่งกับเขา
แต่เมื่อคิดดูดีๆ นี่คือข้อมูลข่าวกรองล้ำค่าสำหรับชีลด์ หากวันหนึ่งเขาต้องการความช่วยเหลือจากชีลด์ ก็สามารถใช้ข้อมูลนี้ต่อรองกับนิค ฟิวรี่ได้
ทำไมต้องยกให้ฟรี?
ส่วนคำถามว่าจะมีเจ้าหน้าที่ชีลด์ต้องตายเพิ่มเพราะเขาไม่บอกเรื่องไฮดร้าหรือไม่ นั่นไม่ใช่ธุระของเขา
"จอร์จ เขาเป็นอะไรไป?"
เมื่อเห็นจอร์จใช้คาถาใส่โคลสันจนกลายเป็นคนมึนงง เพพเพอร์ก็ถามด้วยความตกใจ
จอร์จยิ้ม แล้วอธิบายว่า "ความสามารถของผมเปิดเผยไม่ได้ ผมแค่สะกดจิตเขา พอตื่นขึ้นมา เขาจะคิดว่าเขาช่วยเราด้วยตัวคนเดียว อย่าบอกเรื่องนี้กับใครล่ะ"
"อ๋อ งั้นเหรอ โอเค" แม้จะงุนงงอยู่บ้าง แต่เพพเพอร์ก็พยักหน้าตอบรับ
ก่อนออกเดินทาง โทนี่เคยบอกกับเธอว่าจอร์จเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้
"พวกคุณไม่เป็นไรใช่ไหม?" ทันทีที่คาถาสิ้นสุด โคลสันก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมถาม
แต่ยังไม่ทันที่จอร์จหรือเพพเพอร์จะตอบ รถอีกหลายคันก็แล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้จอร์จขมวดคิ้ว เขาคิดว่าอาจเป็นเจ้าหน้าที่ไฮดร้ากำลังมา
แต่เมื่อเห็นโคลสันวางปืนลงและมีท่าทีผ่อนคลาย เขาก็คลายความกังวลตาม "ไม่เป็นไร เพื่อนร่วมงานผมมาแล้ว"
รถจอดจนหยุดสนิท เจ้าหน้าที่หญิงเชื้อสายเอเชียในชุดต่อสู้สีดำเดินนำกลุ่มลงมา ดวงตาเธอแหลมคมและแน่วแน่
"โคลสัน ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ฝีมือดีขึ้นเยอะเลยนะ คนเดียวจัดการศัตรูได้มากขนาดนี้เชียว?"
เธอมองศพชายชุดดำที่นอนเกลื่อนอยู่รอบตัว พร้อมกับมองโคลสันที่ดูไม่เป็นอะไรราวกับปาฏิหาริย์ ดวงตาเธอฉายแววประหลาดใจอย่างชัดเจน
ในความทรงจำของเธอ โคลสันไม่เคยมีฝีมือด้านการต่อสู้โดดเด่นถึงขนาดนี้
เป็นไปได้ไหมว่าศัตรูอ่อนแอเกินไป?
"แน่นอน เมย์ อย่าดูถูกผมสิ"
โคลสันหัวเราะอย่างอารมณ์ดีทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เขาเองก็ไม่คิดว่าศัตรูจะอ่อนแอถึงขนาดนี้ บวกกับวันนี้ร่างกายของเขารู้สึกดีเป็นพิเศษ ยิงอะไรก็ไม่พลาดเป้า
ถือเป็นโอกาสโชว์ฝีมือให้เพื่อนร่วมงานเก่าได้ประทับใจ
"เมย์?"
จอร์จที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ เขารู้จักชื่อเมย์ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของชีลด์
แต่ในความทรงจำของเขา ช่วงเวลานี้เมย์น่าจะถูกย้ายไปทำงานในสำนักงานหลังเหตุการณ์ที่เธอฆ่าเด็กหญิงอินฮิวแมนคนหนึ่ง ดูเหมือนว่ารายละเอียดในจักรวาลนี้จะมีความแตกต่างจากเนื้อเรื่องที่เขาคุ้นเคยมากกว่าที่คิด
หลังจากพูดคุยกันสักพัก เมย์ก็นำลูกทีมไปจัดการเก็บกวาดพื้นที่ และเริ่มสืบสวนต้นตอของกลุ่มศัตรู ขณะที่โคลสันขับรถของชีลด์ พาจอร์จและเพพเพอร์มุ่งหน้าไปยังวิลล่าของโทนี่ สตาร์ค
"แปลกมาก มุมนี้ยิงโดนได้ยังไง?"
หลังจากทั้งสามคนออกไป เมย์ซึ่งยังคงตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ก็สังเกตเห็นจุดผิดปกติจากประสบการณ์ภาคสนามอันโชกโชนของเธอ
ตกเย็นวันนั้น โอบาไดอาห์ก็มาถึงด้านนอกวิลล่าของโทนี่ พร้อมลูกน้องจำนวนมาก
"จำไว้นะ อย่าให้มีใครรอด!"
"ไม่ต้องห่วงครับหัวหน้า ไว้ใจเราได้เลย!"
ลูกน้องตอบรับอย่างมั่นใจ ก่อนที่หัวหน้าหน่วยจะส่งสัญญาณให้ทหารรับจ้างฝีมือดีนับสิบคนเริ่มบุกเข้าไปในวิลล่า
โอบาไดอาห์พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วเดินตามไปอย่างไม่เร่งรีบ
ทหารรับจ้างเหล่านี้คือมืออาชีพระดับท็อปของโลก แม้จะมีจำนวนน้อย แต่ด้วยประสบการณ์และการทำงานเป็นทีม พวกเขาสามารถบุกยึดฐานทัพเล็กๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น เขาเลี้ยงดูคนเหล่านี้ด้วยค่าตอบแทนมหาศาล เพื่องานแบบนี้โดยเฉพาะ
และอย่างที่คาดไว้ บอดี้การ์ดที่คอยป้องกันวิลล่าไม่มีทางต้านทานพวกเขาได้ ถูกจัดการเรียบภายในเวลาไม่นาน
แต่เมื่อพวกเขาเข้ามาถึงด้านใน ก็เจออุปสรรคไม่คาดคิด
กลางห้องโถง มีชายร่างใหญ่ กล้ามแน่น เครารุงรัง ยืนขวางอยู่ สีหน้าเคร่งขรึม ดูป่าเถื่อนเต็มขั้น
"การบุกรุกไม่ใช่นิสัยที่ดีนักหรอกนะ" วูล์ฟเวอรีนถือแก้วไวน์ในมืออย่างสบายๆ มองทหารรับจ้างที่ติดอาวุธครบมือด้วยแววตานิ่งเฉย
"แกเป็นใคร? แล้วโทนี่อยู่ไหน? บอกเขาให้ออกมา อย่าซ่อนให้เปลืองเวลา เขาหนีไม่พ้นหรอก!"
โอบาไดอาห์ตะโกนถามด้วยสีหน้าดูถูก ขณะจ้องมองชายแปลกหน้า
และก็ไม่แปลกที่เขาจะดูถูก ในสายตาของเขา วูล์ฟเวอรีนเป็นแค่ชายป่าเถื่อนใส่เสื้อกล้าม ไม่มีอาวุธใดๆ ติดตัว ดูยังไงก็ไม่น่าเป็นภัยคุกคาม
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]