เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - พ่อจะช็อกตายเอานะ

บทที่ 31 - พ่อจะช็อกตายเอานะ

บทที่ 31 - พ่อจะช็อกตายเอานะ


บทที่ 31 - พ่อจะช็อกตายเอานะ

อีกฝ่าย: [80 ก็ 80! แต่ฉันมีเงื่อนไข ที่ชาร์จพังๆ ลังนั้นนายต้องเอาไปด้วยนะ ฉันไม่ส่งฟรี!]

จางเฉิน: [ดีล แต่ในเมื่อผมไม่เรื่องมากเรื่องที่ชาร์จพัง พี่ก็ต้องมีน้ำใจหน่อย แถมแบตแท้ให้ผมเครื่องละก้อน บวมหน่อยก็ไม่เป็นไร อีกอย่าง รอตรวจสอบของผ่าน Xianyu มันช้า ผมจะกดสั่งซื้อเลย วันนี้พี่ต้องส่งของนะ]

อีกฝ่าย: [เออๆๆ! ยอมใจนายเลย! รีบกดเลย!]

"เรียบร้อย"

โซนี่ T ซีรีส์หนึ่งร้อยเครื่อง เข้ากระเป๋าในราคา 30% ของราคาตลาด

จากนั้น เขาก็ใช้มุกเดิม

เจอนักศึกษาสาวที่อยากขายกล้องเก่าเอาเงินไปซื้อลิปสติก เขาแปลงร่างเป็น "พี่ชายผู้แสนดี" วิเคราะห์กราฟราคาลงเหวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ฟังอย่างใจเย็น สุดท้ายใช้ข้ออ้าง "ช่วยจัดระเบียบชีวิต (Danshari)" รับซื้อ Olympus μ2 สภาพนางฟ้ามาในราคา 50 หยวน แถมอีกฝ่ายยังซาบซึ้งจนแถมกระเป๋ากล้องให้ด้วย

ซูชิงเกอขับรถไป หางตามองเห็นนิ้วที่ขยับพริ้วไหวและท่าทางวางแผนเหนือเมฆของจางเฉิน ก็อดบ่นไม่ได้: "จางเฉิน ฉันว่านายดูไม่เหมือนนักศึกษาเลย เหมือนพ่อค้าหน้าเลือดที่คร่ำหวอดในวงการมาหลายปีมากกว่า ปากนายนี่เจิมมาหรือเปล่า ทำไมใครๆ ก็โดนนายกล่อมจนเป๋ไปหมด?"

"นี่เขาเรียกว่าการเจรจาธุรกิจ ไม่รู้อย่ามั่ว" จางเฉินอารมณ์ดี เก็บมือถือลง: "แถมฉันกำลังช่วยพวกเขาแก้ปัญหาความกังวลเรื่องสต็อกของด้วย เรียกว่าวิน-วิน"

"วินบ้านนายสิ ฉันเห็นนายวินอยู่คนเดียวมากกว่า" ซูชิงเกอกลอกตามองบน

เมื่อรถแล่นผ่านประตูมหาวิทยาลัยหลินเจียง

รถจอดนิ่งสนิทที่ถนนร่มรื่นใต้หอพักชาย จางเฉินหยิบมือถือออกมา ตรวจสอบบิลการกวาดซื้อของบ้าคลั่งเมื่อกี้เป็นครั้งสุดท้าย

นอกจากค่า "ของเหมา" สามร้อยหยวนที่โรงรับซื้อของเก่าแล้ว ขากลับเขายังกวาดซื้อกล้อง CCD สภาพต่างๆ ผ่าน Xianyu และแพลตฟอร์มมือสองอื่นๆ อีกเกือบร้อยสี่สิบตัว ด้วยราคาเฉลี่ยตัวละเจ็ดสิบห้าหยวน

รวมทั้งหมดเป็นสองร้อยสี่สิบตัว

บวกกับค่ามัดจำที่โอนให้เถ้าแก่ร้าน "รับซื้อดิจิทัลด้วยใจ" กับค่าส่งด่วน SF Express รวมๆ แล้ว เวลาแค่ช่วงเช้า เงินในบัญชีเขาไหลออกไปเกือบหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหยวน

สำหรับนักศึกษาธรรมดาที่ไม่มีรายได้หลัก อาศัยแค่ทำงานพาร์ตไทม์ การเผาเงินหนึ่งในสามของทรัพย์สินไปซื้อขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าในเวลาครึ่งวัน ถือเป็นการเดิมพันที่บ้าระห่ำมาก

แต่สำหรับจางเฉิน ความหมายมันต่างออกไป

เก็บมือถือ จางเฉินปลดเข็มขัดนิรภัย หันไปมองซูชิงเกอที่ที่นั่งคนขับ

ในรถเปิดเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ซูชิงเกอวางมือข้างหนึ่งบนพวงมาลัย มองผ่านแว่นกันแดดดูรุ่นน้องที่เดินผ่านไปมานอกหน้าต่างอย่างเบื่อหน่าย

"ซูชิงเกอ" จางเฉินเอ่ยขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงจริงจัง

ซูชิงเกอหันกลับมา แว่นกันแดดเลื่อนลงมาที่ดั้งจมูก เผยให้เห็นดวงตาดอกท้อคู่สวยที่ดูมีชีวิตชีวา: "อะไร? ถึงแล้วก็รีบลงไปสิ คุณหนูยังต้องรีบไป..."

"วันนี้ขอบคุณจริงๆ นะ" จางเฉินขัดจังหวะความปากแข็งของเธอ น้ำเสียงแฝงความหนักแน่นที่หาได้ยาก: "ถ้าเธอไม่ขับรถไปรับ ของกองนี้ฉันคงขนกลับมาไม่ทันมืดแน่ๆ แล้วก็เรื่องก่อนหน้านี้ด้วย... สรุปว่า ขอบใจนะ"

บรรยากาศในรถแคบๆ พลันหยุดชะงัก

ซูชิงเกออึ้งไป

เธอชินกับปากเสียๆ แบบ "ไอ้ตายด้าน" ของจางเฉิน และชินกับการต่อปากต่อคำระหว่างกัน

ถ้าจางเฉินพูดเล่นหัว หรือเรียกเธอว่า "พี่น้อง" "พ่อบุญธรรม" หรือ "พวกเรามันเพื่อนกัน" เธอก็คงรับมุกแล้วสวนกลับไปแบบแมนๆ ได้

แต่พอเจอคำขอบคุณที่จริงใจและแฝงความอ่อนโยนแบบกะทันหันนี้

"สาวน้อย E-sport สายแอ็บสแตรก" ที่ปกติห้าวเป้งในเน็ตและลมกรดในชีวิตจริง สมองกลับช็อตไปดื้อๆ แถมช็อตหนักด้วย

แก้มขาวๆ ของซูชิงเกอขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเร็วสูง

เชี่ย แดงในวิเดียว?

จางเฉินตกใจในใจ ความเร็วนี้ถ้าไม่ไปแสดงเปลี่ยนหน้ากากที่เสฉวนคงเสียดายแย่

เธอหลบสายตาจางเฉินอย่างลนลาน

"นะ... นายจะมาทำตัวจริงจังทำไมเนี่ย! น่า... น่าขยะแขยงชะมัด!" ซูชิงเกอสายตาลอกแลก พยายามฝืนรักษามาดสาวมั่นสุดฤทธิ์: "คะ... ใครอยากได้คำขอบคุณปากเปล่าจากนายกัน! คุณหนูเห็นว่านายนะ..น่าสงสารหรอกถึงได้ช่วย นายอย่ามาหลงตัวเอง!"

เห็นจางเฉินยังยิ้มอยู่ ซูชิงเกอก็แกล้งทำตาเขียวใส่:

"ยิ้มอะไร! ในเมื่อจะขอบคุณ ก็ต้องมีของเซ่นไหว้สิ! วันหลังฉันส่งวีแชทไปห้ามดองแชท แล้วก็... หมูผัดเปรี้ยวหวานจานนั้น รอวันหยุดสุดสัปดาห์คุณหนูว่างเมื่อไหร่ นายต้องไปทำให้กินที่บ้านอีกรอบ! ได้ยินมั้ย!"

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจอคำขอแบบนี้ จางเฉินคงหาข้ออ้างว่า "ยุ่ง" "ไม่ว่าง" หรือ "ขอเพิ่มเงิน" ปัดไปแล้ว

แต่ครั้งนี้ มองดูดวงตาที่วูบไหวหลังแว่นกันแดดของเด็กสาว จางเฉินไม่ได้ปฏิเสธ

"ได้" จางเฉินพยักหน้า ผลักประตูรถ: "รอของล็อตนี้ปล่อยออกไป เดี๋ยวเลี้ยงมื้อใหญ่ ไปละ"

จนกระทั่งจางเฉินแบกถุงปุ๋ยสีเหลืองที่สะดุดตานั่นหายลับไปตรงมุมตึกหอพัก ซูชิงเกอถึงยกมือขึ้นจับแก้มที่ร้อนผ่าว

"ไอ้ตายด้าน... จู่ๆ มาทำซึ้งอะไรเนี่ย พ่อจะช็อกตายเอานะ" เธอบ่นอุบอิบ แต่มุมปากกลับกลั้นยิ้มไม่อยู่ ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกจากมหาลัยไป

...

กลับถึงห้อง 404 จางเฉินไม่รอพัก เทของในถุงปุ๋ยลงบนระเบียงรวดเดียว

กล้องเก่าเปื้อนฝุ่นเกือบร้อยตัวกองเต็มพื้นกระเบื้องระเบียง ล้นเข้ามาถึงทางเดินในห้อง

จางเฉินเพิ่งจะคัดกล้องสภาพดีๆ ไม่กี่ตัวมาวางบนโต๊ะ ประตูห้องก็ถูกผลัก "ปัง" เข้ามา

"พี่เฉิน! พี่แม่มเทพจุติชัดๆ! ขอคารวะให้เป็นปลาคาร์ปนำโชคอันดับหนึ่งแห่งม.หลิน!"

ไม่เห็นตัวแต่ได้ยินเสียงมาก่อน

เสียงแหกปากอันเป็นเอกลักษณ์ของต่งเผิงดังมาจากข้างนอก จากนั้นเขากับจางเจี้ยนจวินและกงข่ายสามคนก็กอดคอกันพุ่งเข้ามา

"เป็นไรกัน? เก็บเงินได้เหรอ?" จางเฉินยืดตัวขึ้น ปัดฝุ่นที่มือ

"ยิ่งกว่าเก็บเงินได้อีก!" จางเจี้ยนจวินโยนกระเป๋าหนังสือขึ้นเตียง เต้นแร้งเต้นกาด้วยความตื่นเต้น: "พี่ไม่รู้อะดิ วันนี้พวกเราเตรียมใจจะส่งพี่เป็นเครื่องสังเวยแล้ว ผลคือกริ่งดังปุ๊บ คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่อู๋มหาภัย แต่เป็นผู้ช่วยสอน!"

"เห็นว่าในเมืองมีงานสัมมนาเศรษฐกิจด่วน ต้องเชิญระดับปรมาจารย์อย่างศาสตราจารย์อู๋ไปคุมงาน คาบวันนี้เลยเปลี่ยนเป็นดูวิดีโอการสอน ผู้ช่วยสอนเช็คชื่อก็ไม่เช็ค แค่ให้เซ็นชื่อก็จบ!" ซ่งรุ่ยจื้อดันแว่น ถึงจะทำเสียงนิ่งๆ แต่ก็เก็บอาการไม่อยู่: "พี่เฉิน ดวงพี่นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ เหตุการณ์ความน่าจะเป็นต่ำขนาดนี้พี่ยังเจอ"

"ก็บอกแล้ว คนดีผีคุ้ม" จางเฉินยิ้ม ในใจก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง

ถึงเพื่อเงินจะไม่กลัวติด F แต่ถ้าไม่ติดก็ดีที่สุด

แต่ทว่า ความตื่นเต้นของทุกคนยังไม่ทันจางหาย บรรยากาศก็พลันเงียบกริบลง

จบบทที่ บทที่ 31 - พ่อจะช็อกตายเอานะ

คัดลอกลิงก์แล้ว