- หน้าแรก
- สุ่มกาชาวันละสามครั้ง แบบนี้เรียกนักศึกษาธรรมดาเหรอ
- บทที่ 29 รับเสด็จ
บทที่ 29 รับเสด็จ
บทที่ 29 รับเสด็จ
บทที่ 29 รับเสด็จ
สิ้นเสียง จางเฉินก็ไม่รอช้า
หิ้วถุงปุ๋ยเดินเบี่ยงตัวผ่านหลินหย่า มุ่งหน้าไปทางทางออก
หลินหย่ายืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูแผ่นหลังที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ อย่างเหม่อลอย
วินาทีนั้น เธอรู้สึกใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก
...
ลาจากหลินหย่าที่อารมณ์ซับซ้อน จางเฉินเดินตรงไปที่ตาชั่งหน้าประตูโรงรับซื้อ
"น้าครับ ชั่งหน่อย คิดเงินเลย" จางเฉินวางถุงลงแล้วบอก
ชายวัยกลางคนคนเดิมเดินเอื่อยๆ มา เหลือบมองถุงปุ๋ยตุงๆ ปากคาบบุหรี่ที่สั่นไหวนิดๆ:
"โห ไอ้หนู แรงดีนี่หว่า ขยะเยอะขนาดนี้ จะเอาไปทำวิจัยหมดเลยเหรอ? บอกก่อนนะ ถุงนี้ของมั่วซั่ว ขี้เกียจคัดแยกพลาสติกหรือโลหะให้แล้ว คิดเหมาไปเลย ชั่งกิโลละหกหยวน"
"ได้ครับ ตามที่น้าว่าเลย" จางเฉินตกลงทันที ไม่มีต่อรองสักคำ
ชายคนนั้นมองเขาอย่างแปลกใจ แล้วยกถุงโยนขึ้นตาชั่งดิจิทัลอย่างคล่องแคล่ว
ตัวเลขสีแดงกระพริบสองสามทีแล้วหยุดนิ่ง
"รวมถุงห้าสิบเอ็ดจินหกเหลียง (25.8 กก.) เห็นว่าเป็นนักเรียน ปัดเศษให้ คิดห้าสิบจิน (25 กก.) สามร้อย"
"โอเคครับ สแกนจ่ายแล้วนะ"
แต่ทว่า พอจางเฉินหิ้วถุงสมบัติหนักอึ้งเดินออกจากประตูโรงงาน มายืนอยู่ริมถนนที่ฝุ่นคลุ้ง ความเป็นจริงอันน่ากระอักกระอ่วนก็พัดปะทะหน้ามาพร้อมลมหนาว
สภาพเขาตอนนี้ มัน "เถื่อน" เกินไปหน่อย
เสื้อกันลมตัวเก่งเปื้อนคราบน้ำมันดำปื้น แขนเสื้อชายเสื้อเละเทะ เหมือนเพิ่งคลานออกมาจากกองถ่าน เป็นคนงานเหมืองเพิ่งเลิกงานชัดๆ
ที่หนักสุดคือถุงปุ๋ยสีเหลืองแสบตาในมือ สภาพนี้ถ้าเดินบนถนน คนต้องหันมองร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมเป็นสายตาแบบมองคนเก็บขยะด้วย
"จะกลับยังไงล่ะทีนี้ ปัญหาใหญ่..."
จางเฉินหยิบมือถือขึ้นมา ลังเลอยู่ที่หน้าแอปเรียกรถอยู่นาน ไม่กล้ากด
คนขับรถสมัยนี้รักรถจะตาย ในรถสะอาดกว่าในบ้านอีก
มุกในเน็ตที่ว่า "พี่ครับเชื่อในความรักไหม? พี่บอกอ้วกในรถปรับสองร้อย" เขาจำแม่นเลย
ถึงเขาจะไม่อ้วก แต่ตัวเปื้อนน้ำมันกับฝุ่นขนาดนี้ บวกกับถุงใบใหญ่ที่ดูน่าสงสัย คนขับเห็นแวบแรกคงล็อกรถเหยียบคันเร่งหนี ดีไม่ดีกดรายงานว่า "ขนส่งวัตถุต้องสงสัย" อีก
ต่อให้เจอคนใจดีรับ ถ้าทำเบาะหนังเขาเลอะ ค่าล้างรถบวกค่าเสียเวลา คงแพงกว่าต้นทุน "ของ" ในถุงนี้ซะอีก
"เรียกแอปคงไม่ได้ นั่งรถเมล์ก็สังคมรังเกียจ..." จางเฉินถอนหายใจ มองถนนโล่งๆ รอบตัว สุดท้ายก็จำใจเลื่อนหารายชื่อในมือถือ
ไม่อยากรบกวนคนอื่น โดยเฉพาะการติดหนี้บุญคุณที่ชดใช้ยาก แต่สถานการณ์กันดารแบบนี้ คนที่ช่วยเขาได้ดูเหมือนจะมีแค่คนเดียว
คุณหนูที่มีรถ มีเวลาว่าง และรับความ "แปลก" ของเขาได้สูงมาก
จางเฉินสูดหายใจลึก ปลายนิ้วแตะเบอร์ที่เมมว่า "ซูซูไม่กินซู" แล้วโทรออก
...
ณ เวลานี้ ในห้องวาดรูปคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยหลินเจียง
ซูชิงเกอกำลังนั่งเหม่อมองกระดานวาดรูปตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย
เพื่อนรอบข้างต่างตั้งใจสเก็ตช์แสงเงารูปปั้นปูนปลาสเตอร์ มีแต่เธอที่เอาแท่งถ่านจิ้มกระดาษเล่น วาดรูปปั้นเดวิดหน้าตาดีๆ ให้กลายเป็นเตียวหุยหน้าปรุ
"น่ารำคาญ น่าเบื่อจะตายอยู่แล้ว..." ซูชิงเกอโอดครวญในใจ
ตั้งแต่กินข้าวฝีมือจางเฉินคืนนั้น แล้วก็ผ่านความเป็นความตายในบ้านผีสิงมาด้วยกัน
สองวันนี้ซูชิงเกอทำอะไรก็ไม่มีกะจิตกะใจ ในหัวชอบมีหน้ากวนๆ แต่หล่อเหลาของไอ้ตายด้านนั่นโผล่มาหลอกหลอน
ส่งวีแชทก็ไม่ตอบ โมเมนต์ก็ไม่อัปเดต คนหายสาบสูญไปเลย
ที่น่าโมโหที่สุดคือโมเมนต์ก็ไม่อัป ไอ้ผู้ชายตายด้านแบบนี้ปีนึงลงรูปสองครั้งก็บุญแล้ว
แถมมีแต่รูปวิวตอนไปเที่ยว รูปตัวเองแทบไม่มี
ต่อให้มีรูปตัวเอง ท่าโพสก็เหมือนก๊อปวางออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน
ไม่ชูนิ้วโป้งก็ชูสองนิ้ว หรือไม่ก็เอามือกุมเป้าท่ามาตรฐาน
สามท่านี้อมตะนิรันดร์กาล
ทำเอาซูชิงเกออยากจะส่องชีวิตเก่าๆ ของจางเฉินก็ไม่มีโอกาส
"ไอ้บ้าจางเฉิน คุณหนูอุตส่าห์รุกขนาดนี้ นายยังกล้าเล่นซ่อนหา! รอฉันจับตัวได้นะ จะบังคับให้พาลงแรงก์โต้รุ่งเลยคอยดู!"
ตอนที่ซูชิงเกอกำลังหงุดหงิดเตรียมจะเติมหนวดให้รูปปั้นเดวิดอีกสองเส้น มือถือที่วางอยู่ข้างกระดานวาดรูปก็สั่น
หน้าจอสว่างขึ้น ชื่อที่เด้งขึ้นมาคือ —— [ไอ้ตายด้าน / ยอดฝีมือ]
ตาซูชิงเกอเบิกโพลงทันที
เธอคว้ามือถือขึ้นมาด้วยความเร็วแสง
เขา!
เขา!
เป็นเขา!
ในที่สุดเขาก็โทรหาฉันก่อน!
ซูชิงเกอไม่สนว่ายังอยู่ในคาบเรียน ท่ามกลางสายตางุนงงของเพื่อนๆ เธอกุมมือถือวิ่งดุ๊กดิ๊กเหมือนกระต่ายดีใจออกจากห้องวาดรูปไป
วิ่งไปสุดทางเดิน เธอกระแอมไอ ปรับเสียงให้ดูเป็นสาวมั่นเชิดๆ หยิ่งๆ แล้วกดรับสาย
"ฮัลโหล? มีไร? คุณหนูกำลังยุ่งกับการสร้างสรรค์งานศิลปะนะ มีเรื่องรีบว่ามา ไม่มีเรื่องวาง"
ถึงเสียงจะเก๊กขรึม แต่หางเสียงที่สั่นไหวกับรอยยิ้มที่ปิดไม่มิดที่หางตา ก็ขายความดีใจของเธอจนหมดเปลือก
จางเฉินฟังเสียงหยิ่งๆ ปลายสาย ก็ช่างมันเถอะ: "มีเรื่องหน่อย อยากถามว่าตอนนี้เธอสะดวกไหม ช่วยอะไรหน่อยได้หรือเปล่า?"
ช่วย?
แววตาซูชิงเกอแทบจะล้นไปด้วยรอยยิ้ม แต่ปากยังเล่นตัว:
"อุ๊ย ยากอยู่นะ ค่าตัวคุณหนูคิดเป็นวินาทีนะจ๊ะ แถมฉันยุ่งมากด้วย เมื่อกี้ก็กำลังสร้างงานศิลปะอันยิ่งใหญ่อยู่... นายมาประโยคเดียวจะให้ช่วยเลย มันไม่มักง่ายไปหน่อยเหรอ? อย่างน้อยต้องชมฉันสักสามประโยค แล้วพูดอ้อนวอนเพราะๆ สักสองคำ ฉันถึงจะพิจารณาว่า..."
ฟังเสียงจีบปากจีบคอเล่นตัวในสาย จางเฉินมุมปากกระตุกยิกๆ
สมกับเป็นสไตล์เธอจริงๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาเล่นเกมจีบกันแบบผลักๆ ดึงๆ กับคุณหนูคนนี้
"งั้นช่างเถอะ ไม่กวนเธอทำงานศิลปะละ ฉันหาคนอื่น"
จางเฉินตอบกลับทันควัน ทำท่าจะวางสาย
"เฮ้ย! อย่าวาง!"
ซูชิงเกอรีบตะโกนจนเกือบกัดลิ้นตัวเอง: "โอ๊ย นายเนี่ยแหย่ไม่ได้เลย! ไร้อารมณ์ขันชะมัด! เออๆๆ ช่วย! ช่วยก็ได้! ว่ามา เรื่องอะไร?"
จางเฉินถึงหยุดนิ้ว ถอนหายใจแล้วพูดว่า: "เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ ฉันอยู่ที่โรงรับซื้อของเก่าทางทิศใต้ แถวนี้หารถยาก เธอขับรถมารับฉันหน่อยได้ไหม?"
"ไปรับนาย? ได้ดิ!" ซูชิงเกอรับปากทันที ในหัวเริ่มวางแผนว่าจะใส่ชุดไหน ต้องเติมลิปไหม
แต่... จางเฉินชะงัก ก้มมองเสื้อกันลมของตัวเอง แล้วกำชับเป็นพิเศษ: "มีเงื่อนไขข้อนึง เธอก็รู้สภาพโรงขยะ ตอนนี้ตัวฉันมอมแมมมาก มีแต่ฝุ่นกับน้ำมัน"
"เพราะงั้น ห้ามขับรถสปอร์ตมาเด็ดขาด แล้วก็ห้ามเอารถที่ภายในหรูๆ มาด้วย"
"ที่บ้านมีรถเก่าๆ ที่จอดทิ้งไว้นานไม่ได้ล้าง หรือรถที่กะจะเอาไปเข้าอู่ซ่อมอยู่แล้วบ้างไหม? ขอแบบทนมือทนตีน เปื้อนก็ไม่เสียดายน่ะ"
รถเก่า? มอมแมมหน่อย?
ซูชิงเกออึ้งไปแวบหนึ่ง แล้วก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ: วางใจได้ บ้านคุณหนูรถอะไรไม่มี? ไอ้รถกระบะขนของเก่าๆ น่ะมีเพียบ! นายรออยู่นั่นแหละ ยี่สิบนาที... ไม่สิ สิบห้านาทีถึง!
วางสาย ได้รับโลเคชั่นจากจางเฉิน ซูชิงเกอยัดมือถือใส่กระเป๋า สวมบูตส้นสูงวิ่งตึกตักไปที่รถของตัวเอง
...
ไม่นาน ซูชิงเกอก็มายืนกุมขมับอยู่หน้าแถวรถหรูของที่บ้าน
เฟอร์รารี่?
ไม่ได้ ใต้ท้องเตี้ยเข้าโรงขยะไม่ได้ แถมมีแค่สองที่นั่ง ไม่กว้างพอ
ปอร์เช่ 911?
ก็ไม่ได้ เบาะหนังแท้บอบบาง ถ้าทำเปื้อนจางเฉินต้องเกรงใจอีกแน่
คัลลิแนน (Rolls-Royce Cullinan)?
ยิ่งไม่ได้ ขับไปเด่นเกิน ไม่เหมือนไปรับคน
ทนมือทนตีน...
กว้างๆ...
ต้องดูบ้านๆ หน่อย ไม่สะดุดตา...
ซูชิงเกอกวาดตามองโรงรถรอบหนึ่ง สุดท้ายไปสะดุดตากับรถ SUV สีเขียวเข้มที่จอดอยู่มุมสุด
คันนี้คนขับรถที่บ้านใช้ขับไปจ่ายตลาดหรือขนของจุกจิก ถึงจะเป็นรถราคาหลายแสน แต่ในโรงรถบ้านเธอ คันนี้ถือว่าธรรมดาที่สุด ทนทานที่สุด เป็นน้องเล็กสุดแล้ว
แกนั่นแหละ!
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
จางเฉินหิ้วถุงปุ๋ยสีเหลือง นั่งยองๆ อยู่ริมฟุตบาทเหมือนพระเอกหนังเรื่อง Crazy Stone
ในขณะที่เขากำลังนั่งนับรถบรรทุกผ่านไปมาอย่างเบื่อหน่าย เสียงเครื่องยนต์ทุ้มต่ำและนิ่งเรียบก็ดังใกล้เข้ามา
จางเฉินเงยหน้าขึ้น เห็นรถยักษ์สีเขียวเข้มม้วนฝุ่นริมทาง พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน แล้วสะบัดท้ายจอดนิ่งสนิทตรงหน้าเขาอย่างสวยงาม
กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าสวยเก๋ของซูชิงเกอที่สวมแว่นกันแดด ดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมรอบข้างสุดๆ
ขึ้นรถ!
จางเฉินมองรถ Ideal L8 คันใหม่เอี่ยมอ่อง สีรถสะท้อนแสงวิบวับตรงหน้า
นี่เหรอที่บอกว่า...
จอดทิ้งไว้นานไม่ได้ล้าง กะจะเอาไปเข้าอู่?
นี่มัน Ideal L8 นะเว้ย!
ถึงจะไม่ใช่รถหรูระดับท็อป แต่เบาะหนังแท้ใหญ่ยักษ์ ภายในล้ำยุค แล้วก็ตัวถังที่เพิ่งลงแว็กซ์มาหมาดๆ นี่...
คุณหนูครับ คุณเข้าใจคำว่า "รถเก่า" ผิดไปรึเปล่า?
"เอาเถอะ คุณเป็นคุณหนู คุณพูดอะไรก็ถูก"
จางเฉินรู้ว่าเรื่องมากไปตอนนี้ก็เสียเวลาเปล่า
"เปิดฝาท้ายหน่อย ฉันจะเอา 'สมบัติ' พวกนี้ไปเก็บก่อน"
จางเฉินวางถุงปุ๋ยที่เปื้อนฝุ่นและน้ำมันลงบนพรมกำมะหยี่ที่ดูหรูหราในที่เก็บของท้ายรถอย่างระมัดระวัง
ทำเสร็จ จางเฉินไม่ได้เดินไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับทันที แต่ยืนอยู่กับที่ ตบฝุ่นบนเสื้อกันลมแรงๆ เช็ดคราบน้ำมันที่มือกับขากางเกง พยายามทำให้ตัวเองดู "สะอาด" ขึ้นมาสักนิดก็ยังดี
"ลีลาอะไรอยู่? รอให้คุณหนูลงไปปูพรมแดงเชิญเหรอ?"