เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 242 เจ้าติดสินบน

บทที่ 242 เจ้าติดสินบน

บทที่ 242 เจ้าติดสินบน


ระหว่างผู้คนล้วนตกอยู่ในอารมณ์ที่หลากหลาย แต่เวลานี้ ขณะย่างเท้าเข้าสู่ลานประลองที่สอง

การแสดงออกของหยางเสี่ยวเทียนกลับยังคงเหมือนเดิม

เติ้งอี้ชุนสูดจมูกเสียงดังก่อนผ่อนลมหายใจคลายวิตกจริต เขากัดฟันพยายามเต็มที่เพื่อสงบสติอารมณ์ พร้อมตัดสินใจเดินลงไปบนลานประลองที่สอง

เหล่ยจื่อ เฉิงเซิ่ง เฉินไห่หลิน เฉิงหวู่ และคนอื่นๆ ต่างชะงักนิ่ง กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ขณะมองเติ้งอี้ชุนซึ่งเยื้องย่างไปยังวงแหวนประลอง ด้วยรู้สึกนึกเวทนาบนใบหน้าที่สลดหดหู่อย่างบอกไม่ถูกจากพวกเขา

เจ้าเด็กผู้น่าสงสารคนนี้ โชคไม่ดีเลยที่มีชะตาดึงดูดหยางเสี่ยวเทียน

ท่ามกลางสายตาผู้คนที่ต่างจับจ้องมองหยางเสี่ยวเทียนบนลานประลองสอง คู่ต่อสู้อย่างเติ้งอี้ชุนก็ก้าวเท้าเข้าสู่ลานแล้วเช่นกัน

เขายืนแทบชิดติดขอบลานประลอง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นเผชิญมองหยางเสี่ยวเทียนที่ยืนนิ่งอยู่กลางลาน ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นช่วงเวลาแรกที่ทำเขาทนทุกข์ทรมานมากถึงเพียงนี้

ตอนนี้ เขาแค่หวังให้การแข่งขันระดับสำนักครานี้ เริ่มขึ้นและสิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุด

“การแข่งขันประลองยุทธ์รอบแรก เริ่มได้!” ที่สุด เสียงซึ่งทุกคนรอคอยจากขันทีระดับสูงก็ดังขึ้น

ทันทีที่เติ้งอี้ชุนได้ยินสิ่งนี้ มือแกร่งก็พลันกำแน่น พร้อมตัดสินใจสับเท้าไปข้างหน้าหาหยางเสี่ยวเทียนด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ทุกคนพลันลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าเติ้งอี้ชุนเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนทันทีหลังสิ้นเสียงประกาศ สายตาบางคนพลางเบิกมอง บางคนก็หรี่ลงประหนึ่งเป็นผู้กำลังจะถูกซัดเสียเอง

ขณะพวกเขาคิดว่าเติ้งอี้ชุนยกมือเตรียมจะลงมือ เติ้งอี้ชุนผู้เดินมาถึงหยางเสี่ยวเทียนกลับก้มหน้าโค้งคำนับแล้วกล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“เติ้งอี้ชุนไร้ความสามารถ ไม่คู่ควรกับเจ้าตำหนักหยาง ดังนั้น ข้าเต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้”

“ข้าหวังว่าเจ้าตำหนักหยางจะอนุญาต และไม่ถือโทษโกรธเคืองที่ข้านั้นไร้ฝีมือ”

คำกล่าวของเติ้งอี้ชุนทำให้ทุกคนตกตะลึง

“เติ้งอี้ชุน จะยอมรับความพ่ายแพ้กระนั้นหรือ” ดวงตางดงามของเฉินจื่อหาน เบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ

ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายไม่พอ แต่เขายังต้องเอ่ยขออนุญาตหยางเสี่ยวเทียนเพื่อสิ่งใดกัน ไม่คิดว่ามันประหลาดและเป็นเรื่องเหลวไหลจนมิควรอภัยได้หรือไม่

เกิดเรื่องอันใดกับเขากันแน่ ถึงทำให้คนที่มาดมั่นอย่างเติ้งอี้ชุนกล่าวยอมแพ้ออกจากปากได้ง่ายดายเช่นนี้

เพลานี้ ทุกคนบนอัฒจันทร์ต่างสับสน วิพากษ์วิจารณ์เสียงแตกกันไปต่างๆ นาๆ ด้วยเพิ่งประสบกับเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อครั้งแรก

แม้แต่เฉิงไค องค์ราชาแห่งอาณาจักรเสินไห่ยังตื่นตะลึง และแน่นอนว่าไฉ่ห่าวเจ้าสำนักยวินฮุยต้องประสบอาการนั้นกระทั่งใบหน้าเขาดูจะไม่หลงเหลือความพึงพอใจใดเลย หลังได้ฟังคำกล่าวไร้ซึ่งสติปัญญานั่น

คนแทบทุกคน ไม่สามารถเข้าใจการกระทำเติ้งอี้ชุนได้ เว้นเหล่ยจื่อ เฉิงเซิ่งและศิษย์ผู้เคยประสบชะตากรรมเดียวกับเขามาเท่านั้น ที่เห็นใจเขาเพลานี้

เติ้งอี้ชุนเป็นถึงศิษย์สายตรงสำนักยวินฮุย เรื่องความแข็งแกร่งเขาไม่มีสิ่งใดต้องสงสัยเกี่ยวกับมัน และเขาต้องชนะเป็นหนึ่งในห้าอันดับแรกของการแข่งขันระดับสำนักครั้งนี้แน่นอน

แต่โดยไม่คาดคิด เขากลับเต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหยางเสี่ยวเทียนอย่างง่ายดาย ทั้งที่ยังไม่ลงมือเสียด้วยซ้ำ

หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้า ครั้นมองดูเติ้งอี้ชุนผู้กำลังยกมือคำนับเพื่อขอยอมแพ้ต่อหน้าเขาด้วยบริสุทธิ์ใจ

เติ้งอี้ชุนซึ่งเดิมรู้สึกประหม่ากับคำตอบหยางเสี่ยวเทียนอย่างยิ่ง แต่เมื่อเห็นเขาพยักหน้า ความรู้สึกราวได้รับอภัยโทษจากการประหารและมีโอกาสรอดชีวิต ก็ทำเขาผ่อนคลายไปทั้งตัว

เขาโค้งคำนับ ขอบคุณหยางเสี่ยวเทียนและพร้อมหันหลังเดินออกจากลานประลองยุทธ์ด้วยความยินดี

แต่ในเวลานี้เอง เสียงร้องจากเฉินจื่อหานที่กล่าวออกมาด้วยบันดาลโทสะ ก็ทำฝีเท้าอันเร่งรีบของเขาถึงกับชะงักหยุด

“หยางเสี่ยวเทียน บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ เจ้าติดสินบนเติ้งอี้ชุนใช่หรือไม่ เพื่อสิ่งนี้ เจ้าให้โอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์เขาไปกี่ส่วน!”

“มิผิดแน่ หยางเสี่ยวเทียน เจ้ามอบโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์ให้เติ้งอี้ชุนกี่ส่วน” เฉิงหลงชี้นิ้วหาหยางเสี่ยวเทียนด้วยความโกรธ

จากนั้นหันไปหาเฉิงไคและกล่าวเสียงดังเพราะเริ่มเดือดดาล “ท่านพ่อ หยางเสี่ยวเทียนต้องติดสินบนเติ้งอี้ชุนแน่ ไม่เช่นนั้น คงไม่เกิดเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้”

ขณะเฉินจื่อหานและเฉิงหลงกำลังกล่าวหาหยางเสี่ยวเทียนด้วยมีทิฐิต่อเขา เติ้งอี้ชุนกลับส่ายศีรษะพร้อมเอ่ยปฏิเสธโดยไม่คาดคิด

“ท่านเจ้าตำหนักหยางไม่ได้ให้สิ่งใดแก่ข้าทั้งนั้น แต่เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ จนไม่คู่ควรกับท่านเจ้าตำหนักหยางจริงๆ”

ดูเหมือนเฉิงหลงจะเพิ่งเคยได้ยินเรื่องตลกครั้งใหญ่ “เจ้าอยู่ในขั้นราชันยุทธ์ระดับสี่ ความแข็งแกร่งจะไม่คู่ควรกับหยางเสี่ยวเทียนได้อย่างไร”

“เอาล่ะ เอาล่ะ เฉิงหลง เติ้งอี้ชุนเป็นฝ่ายยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเต็มใจเอง เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเขา ถอยออกไปเสีย” เฉิงไคขัดจังหวะ ขณะเฉิงหลงใคร่เปิดปากกล่าว

แม้นเฉิงหลงจะไม่พอใจแลมิอาจยอมรับคำตัดสินของผู้เป็นบิดาได้ แต่สุดท้าย เขาก็หาได้กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของเฉิงไค และถอยกลับไปด้วยความฉุนเฉียว

เติ้งอี้ชุนเดินกลับออกมารวมตัวกับศิษย์ทุกคนในสำนักยวินฮุยข้างอัฒจันทร์

หลังเพิ่งจะรอดปลอดภัย เติ้งอี้ชุนก็พลันรู้สึกถึงสายตาไฉ่ห่าวซึ่งจับจ้องมายังเขาด้วยสีหน้ามืดมน

“เกิดอะไรขึ้น!” ไฉ่ห่าวกัดฟันถามในลำคออย่างเจ็บแค้น

ก่อนการแข่งขัน เติ้งอี้ชุนผู้สาบานจะคว้าอันดับหนึ่ง เพื่อรับตำแหน่งเจ้าเมืองตอนนั้นหายไปไหนเสีย ไฉนเพลานี้ กลับยอมละทิ้งเป้าหมาย รับความพ่ายแพ้ต่อหยางเสี่ยวเทียนอย่างเต็มใจ

เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าสมองเขาเกิดกระแทกในดินแดนสัตว์อสูรหรืออย่างไร

“ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหยางเสี่ยวเทียน” เติ้งอี้ชุนยังคงตอบ แม้นหวาดหวั่นต่อสายตานั้น

ดวงตาไฉ่ห่าวแดงก่ำด้วยบันดาลโทสะ เขาแทบอยากตบเติ้งอี้ชุนให้ล้มกองอยู่ตรงนั่น

เช่นเดียวกับ เฉิงหลง เฉินจื่อหานและคนอื่นๆ พวกเขาต่างไม่อาจเชื่อว่าเติ้งอี้ชุนผู้อยู่ในขั้นราชันยุทธ์ระดับสี่จะมิอาจประมือกับหยางเสี่ยวเทียนได้

จบบทที่ บทที่ 242 เจ้าติดสินบน

คัดลอกลิงก์แล้ว