เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 239 เอาแค่พอดี มิให้พอกระหาย

บทที่ 239 เอาแค่พอดี มิให้พอกระหาย

บทที่ 239 เอาแค่พอดี มิให้พอกระหาย


โอสถชาตชีวาอมตะ คือหนึ่งในบรรดาโอสถขั้นมหาสมบัติชั้นยอด ที่มีสรรพคุณรักษาอาการบาดเจ็บแลโรคทุกชนิด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีอาการปางตายเท่าใด แต่ขอเพียงได้กลืนโอสถนี้ สุขภาพร่างกายก็จะเกือบเป็นปกติ กระทั่งหายขาดได้

ซึ่งโอสถชาตชีวาอมตะ มักถูกนำมาใช้ในการรักษามากที่สุดเพราะมีผลลัพธ์ของการสมานแผลภายในแลรักษาอันยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม แม้โอสถชาตชีวาอมตะระดับสูงที่มักพบได้บ่อย จะนานๆ ทีหาได้ไม่เกินยี่สิบถึงสามสิบเม็ดต่อปี ไม่ต้องกล่าวถึงโอสถชาตชีวาอมตะระดับสูงสุดและระดับสวรรค์เลย ว่าจะเคยปรากฏมีหรือไม่

สำมะหาอะไรกับระดับนิรันดร์ สำหรับโอสถอันทรงเอกลักษณ์ด้วยคุณสมบัติล้นหลามเช่นนั้น ทั่วทั้งจักรวรรดิเทียนโต้ว ก็ดูเหมือนจะไม่ปรากฏมาชั่วนาตาปีแล้ว

แต่หยางเสี่ยวเทียนกลับหยิบมันออกมามากกว่าร้อยเม็ดในคราวเดียว

มีโอสถชาตชีวาอมตะระดับนิรันดร์มากกว่าร้อยเม็ดตรงหน้าเขา หยางเสี่ยวเทียนได้มันมาจากไหนกัน

หรือมันอาจจะเป็น…

เมื่อคิดว่าโอสถชาตชีวาอมตะระดับนิรันดร์กว่าร้อยเม็ดเหล่านี้ อาจได้รับการหลอมโดยหยางเสี่ยวเทียน หัวใจเหล่ยจื่อและคนอื่นๆ จึงพานเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะอย่างตื่นตา

หากเขาสามารถหลอมโอสถระดับนิรันดร์ได้เช่นนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าหยางเสี่ยวเทียนมีหนึ่งในไฟประหลาดสิบอันดับแรกไว้ในครอบครอง

อย่างไรก็ตาม ไฟประหลาดสิบอันดับแรกล้วนแก่กล้า ไม่มีผู้ใดสามารถพิชิตมันได้แม้แต่วิญญาจารย์หรือกระทั่งองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนชางเสิน แล้วหยางเสี่ยวเทียนทำได้อย่างไร กำราบมันให้ยอมสยบต่อเขาได้อย่างไรกัน

พวกเขาทุกคนต่างเริ่มจินตนาการในหัว ว่าเขาจะใช้ทักษะและมีความแข็งแกร่งมากเท่าใด ถึงปราบไฟประหลาดสิบอันดับแรกได้

หลังปล่อยให้เหล่ยจื่อและคนอื่นๆ กลืนโอสถชาตชีวาอมตะเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว หยางเสี่ยวเทียนก็เดินเข้าไปภายในถ้ำ

เขาเดินสืบเท้าลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำ เขาจึงเริ่มมองเห็นแสงสว่างเลื่อนลางกระทบยังผนังถ้ำ ซึ่งเป็นแสงสะท้อนจากบ่อส่วนหนึ่งของธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์

หยางเสี่ยวเทียนเร่งฝีเท้าเข้าหาแสงนั้น ก่อนจะพบว่าคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ครั้นมองดูธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์ซึ่งอยู่ตรงหน้า หยางเสี่ยวเทียนก็เผยยิ้มอย่างสุขสำราญ

แม้บ่อของธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์นี้จะเล็กกว่าครั้งก่อน แต่ก็เพียงพอสำหรับเขากับตาเฒ่าเหยาติงได้ใช้ไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หยางเสี่ยวเทียนรู้สึกแปลกใจ คือถ้ำทัณฑ์สวรรค์ในป่าพระจันทร์แดงมีพลังอำนาจแห่งภัยพิบัติจากสวรรค์หลงเหลืออยู่ แต่เหตุใดในถ้ำแห่งนี้ จึงไม่มีพลังหรือกลิ่นอายแรงกดดันจากความทุกข์ยากของสวรรค์เลย

“เพราะตำแหน่งที่ตั้งแลลักษณะภูมิอากาศของถ้ำทัณฑ์สวรรค์ในป่าพระจันทร์แดงนั้นพิเศษ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่พลังอำนาจแห่งภัยพิบัติจากสวรรค์จะสลายหายไปง่ายๆ”

“โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป พลังอำนาจแห่งภัยพิบัติจากสวรรค์จะค่อยๆ สลายหายไปตามกาลเวลา ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องปกติ” เหยาติงอธิบาย

หยางเสี่ยวเทียนตระหนักได้ทันที

เหมือนเมื่อก่อน หยางเสี่ยวเทียนและเหยาติงแบ่งธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์ตรงหน้าพวกเขากันคนละครึ่ง

“น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์ระดับแรก” เหยาติงได้ธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์แล้วทอดถอนหายใจ

“คงจะดีไม่น้อย หากเป็นระดับเก้า”

ทัณฑ์สวรรค์แบ่งออกเป็นหนึ่งถึงสามคือระดับต่ำ สี่ถึงหกคือระดับกลางและเจ็ดถึงเก้าคือระดับสูง เรียงตามความแข็งแกร็งของภัยพิบัติตั้งแต่ระดับหนึ่ง สอง สาม ไปจนถึงภัยพิบัติจากสวรรค์แกร่งสูงสุดระดับเก้า

ธารสายฟ้าที่เกิดจากทัณฑ์สวรรค์ระดับหนึ่ง เรียกว่า ธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์ระดับหนึ่ง แต่หากเป็นทัณฑ์สวรรค์ระดับสอง ผลลัพธ์ที่ได้จากการดื่มกินมัน กลับส่งผลเกินกว่าระดับแรกมากหลายเท่า

แต่หากเป็น ธารสายฟ้าที่เกิดจากทัณฑ์สวรรค์ระดับเก้า เพียงได้ดื่มมันแค่หยดเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์กระทั่งร่างกายให้แกร่งไปได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดของธารสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์ระดับเก้า

“เอาแค่พอดี มิให้พอกระหาย” หยางเสี่ยวเทียนกล่าว “แม้นเป็นระดับหนึ่งก็ยังนับว่าดีมิใช่หรือ ระดับเก้าก็ใช่ว่าข้าจะไม่ต้องการ”

เหยาติงหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “เจ้านั่นแหละ ที่ต้องพอดี ข้าไม่มีมันยังไม่เป็นไร ดีที่ได้แค่หนึ่งระดับ แต่หากข้ามีเพียงหนึ่งระดับ ข้าคงคิดถึงระดับสอง สาม สี่ ไม่ใช่จะข้ามไปหาระดับเก้าเลยเช่นเจ้า”

จากนั้นเขาก็กล่าวต่อว่า “ภายภาคหน้า เจ้าลองสืบเรื่องเหล่านี้โดยรอบดู ว่าวิญญาจารย์ผู้ทรงพลังในพิภพนี้ ออกเดินทางไปที่ใดเพื่อเอาชนะภัยพิบัติในการก้าวขึ้นเป็นเทพของพวกเขา”

หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้า

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ในภายภาคหน้าเขาจำเป็นต้องสอบถามแลหาข้อมูลพวกนี้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพราะไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้นที่ต้องการของล้ำค่าจากสวรรค์

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ หยางเสี่ยวเทียนก็เดินสำรวจไปรอบๆ พื้นที่อีกครั้ง ซึ่งหลังไม่พบสิ่งใดดีพอ เขาก็ออกจากถ้ำทันที

ครั้นออกมานอกถ้ำ เขาเห็นเหล่ยจื่อและคนอื่นๆ ยังคงนั่งเข้าฌานรอฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ หยางเสี่ยวเทียนจึงตัดสินใจนั่งสมาธิอยู่ข้างๆ พวกเขา

ไม่ถึงครึ่งชั่วยามต่อมา เหล่ยจื่อและคนอื่นๆ ก็ตื่นลืมตาขึ้นมาทีละคน

ผลลัพธ์ของการกลืนโอสถชาตชีวาอมตะระดับนิรันดร์นั้น อยู่เหนือจินตนาการเหล่ยจื่อและคนอื่นๆ ไปมาก เพราะไม่กี่ถ้วยชาที่แล้ว ทรวงอกเหล่ยจื่อที่สาหัสจวนเกือบเสียหายโดยหยางเสี่ยวเทียน ไม่มีทีท่าว่าจะหายกลับมาดีได้ จนแทบสิ้นหวัง

แต่ด้วยภายใต้พลังของโอสถชาตชีวาอมตะระดับนิรันดร์ ทรวงอกที่กระดูกแทบพังเสียหายยากต่อการสมานต่อกัน มันคืนกลับปกติ ความรู้สึกเจ็บปวดก็พลันมลายและอวัยวะภายในก็ได้รับการฟื้นฟูจนหายดีแทบเป็นปลีดทิ้ง

แม้จะยังไม่ฟื้นตัวจนหายสนิท แต่อย่างน้อยทุกคนก็หายดีในระดับหนึ่งแล้ว

แน่นอนว่านี่เป็นเพราะหยางเสี่ยวเทียนช่วยออมมือด้วยส่วนหนึ่ง เพราะหากเขาไม่ยั้งมือรักษาพละกำลังขณะลงมือ มิเช่นนั้นแล้ว แม้จะมีโอสถชาตชีวาอมตะระดับนิรันดร์ให้กลืนเป็นสิบๆ เม็ด เหล่ยจื่อและคนอื่นๆ คงไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้

“ท่านเจ้าตำหนักหยาง” เหล่ยจื่อพร้อมคนอื่นๆ ยืนขึ้น ก่อนสืบเท้าเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนและโค้งคำนับด้วยบริสุทธ์ใจ

เมื่อเผชิญหน้ากับหยางเสี่ยวเทียนอีกครั้ง ทุกคนต่างทั้งเกลียด หวั่นกลัว ยำเกรงและเคารพนับถือเขา

จบบทที่ บทที่ 239 เอาแค่พอดี มิให้พอกระหาย

คัดลอกลิงก์แล้ว