เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 221 นางสั่งให้ผู้ใต้บัญชาเขียนมัน

บทที่ 221 นางสั่งให้ผู้ใต้บัญชาเขียนมัน

บทที่ 221 นางสั่งให้ผู้ใต้บัญชาเขียนมัน


เหวินจิงเทาหัวเราะเยาะ “เหวินจิงอวี๋ เจ้ายังกล้ากล่าววาจาเหลวไหลอีกงั้นหรือ”

แต่ในเวลานี้เอง จู่ๆ เหวินเฟยก็เอ่ยแทรกขึ้น ทำเหวินจิงเทาต้องหันกลับมาสนใจ ว่าเขาจะกล่าวสิ่งใด

“นี่ไม่ใช่ลายมือเหวินจิงอวี๋จริงๆ”

เหวินจิงเทาประหลาดใจ หมายโต้แย้งก่อนเหวินเฟยจะชี้มือไปยังสาส์นที่อ้างว่าเป็นของเหวินจิงอวี๋ “สาส์นฉบับนี้ เขียนโดยผู้อื่นที่พยายามเลียนแบบลายมือของจิงอวี๋ ข้าได้ศึกษาลายมือจิงอวี๋ดูแล้ว”

“มีหลายจุดที่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น คำว่า”สายลม“ที่จิงอวี๋เขียนนั้นนุ่มนวลกว่ามาก แต่คำว่า”สายลม“ในสาส์นฉบับนี้กลับไม่มีความรู้สึกนุ่มนวลเลย”

“สาส์นนี้ ถูกเขียนโดยชายผู้หนึ่ง”

คำพูดของเหวินเฟย ทำเหวินจิงเทาและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ถึงกับตื่นตกใจ เพียงดูลักษณะจากตัวอักษรเขาก็สามารถเห็นข้อแตกต่างของมันได้ด้วยหรือ

ไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าเหวินเฟยจะนำบันทึกการขายของนางมาเทียบกับสาส์น เพื่อตรวจตราดูลักษะตัวอักษรอันวิจิตรงดงามโดยเฉพาะของเหวินจิงอวี๋อย่างละเอียดรอบคอบ

แล้วทำไม เขาถึงเป็นผู้อาวุโสสูงสุดที่ต้องพินิจพิจารณาดูลายมือของเด็กผู้หญิง เพื่อช่วยนางให้พ้นข้อกล่าวหา

“แม้นไม่ได้เขียนโดยเหวินจิงอวี๋ แต่นางก็อาจสั่งผู้ใดสักคนที่อยู่ใต้บัญชานาง เขียนเรื่องนี้ก็เป็นได้” เหวินจิงเทายังคงหาข้อโต้แย้ง

เหวินเฟยส่ายศีรษะและกล่าวว่า “สาส์นฉบับนี้ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจิงอวี๋เป็นผู้เขียน และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่านางสั่งผู้ใดเขียนมัน”

เพราะอันที่จริงแล้ว เหวินเฟยยังทราบและมองเห็นบางอย่างจากเหวินจิงเทา ว่ากำลังคิดหาทางทำเรื่องใด เพียงตอนนี้ เขายังไม่สามารถหาหลักฐานหรือข้อพิสูจน์มัดตัวจิงเทาได้ชัดเจนนัก

อีกทั้งเหวินจิงเทา ยังมีผู้อาวุโสหลายคนคอยให้การสนับสนุนแลเชื่อมั่นว่าเป็นคนดี จึงทำให้ทุกวันนี้ เขากลายเป็นพวกทะนงตนจนไม่อยากเห็นผู้อื่นได้รับความดีความชอบไปมากกว่าตน

ขณะเหวินเฟยส่ายศีรษะด้วยเอือมระอา สายตาก็พลันเหม่อมองผ่านไปยังมุมมืดหนึ่งภายในโถง ระหว่างละสายตาจากมันเพียงชั่วแล่น เขาก็เหลือบเพ่งดูมันอย่างถนัดตาอีกครั้ง

ปรากฏสิ่งที่เขาเห็น คือเงาดำตะคุ่มของบุคคลผู้หนึ่ง ยืนนิ่งอยู่ยังมุมมืดเบื้องหน้าระดับสายตาเขาพอดิบพอดี

“นั่นผู้ใด!” เหวินจิงเทาตะโกน ครั้นประสบท่าทีแปลกไปของเหวินเฟยแล้วหันมองตาม จนสังเกตเห็นร่างคนยังมุมมืดนั้น ซึ่งเหล่าผู้อาวุโสทุกคนก็พานตกตะลึงไปตามๆ กัน

เวลานี้ ร่างของบุคคลในเงามืดก็ย่างกรายปรากฏตัวออกมารับแสงสว่าง แต่มันกลับทำให้เหวินเฟย เหวินจิงเทาพร้อมบรรดาผู้อาวุโสคนอื่นๆ สะดุ้งตกใจ

เมื่อพบว่าความมืดมนยังมุมของโถงนั้น เกิดจากกลิ่นไอที่แผ่ออกมาปกคลุมรอบกายเขาเสียส่วนใหญ่

ครั้นเหวินจิงอวี๋เห็นหยางเสี่ยวเทียนผู้ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากหัวมังกร ใบหน้าอันงดงามของนางก็พลันประหลาดใจ

“ใต้เท้าหลง!”

เหวินเฟยและผู้อาวุโสอื่นๆ ต่างตื่นตะลึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินว่าบุคคลนี้คือใต้เท้าหลง นักปรุงโอสถลึกลับผู้ยิ่งใหญ่

ใต้เท้าหลงตอนนี้ เปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งแลโชคลาภประจำสมาคมการค้าเฟิงยวิน ที่ไม่ว่าผู้ใดในสมาคมก็ต่างกราบไหว้บูชาด้วยความนับถือ

“ข้าเหวินเฟย ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสมาคมการค้าเฟิงยวิน ข้ามิทราบจริงๆ ว่าท่านคือใต้เท้าหลง” เหวินเฟยยกกำปั้นพร้อมโค้งคำนับ

“เมื่อครู่ข้ากระทำล่วงเกินท่านแล้ว โปรดอภัยให้ข้าด้วย” เขากล่าว คำนับนิ่งในท่านั้นด้วยรู้สึกผิด

หยางเสี่ยวเทียนช้อนรับมือเขาแล้วกล่าวขึ้น “ไม่จำเป็นต้องสุภาพมากหรอก ข้ามาเยือนที่นี่เพราะมีโอสถต้องการขายให้แก่สมาคมการค้าเฟิงยวินของเจ้า แต่ข้าไม่ทราบว่าสมาคมเจ้า จะรับมันได้หรือไม่”

เมื่อเหวินเฟย ผู้นำสมาคมการค้าเฟิงยวินได้ยินสิ่งนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นจนน้ำเสียงเริ่มสั่นเล็กน้อย “ขะ ข้าสงสัยว่าใต้เท้าหลง ต้องการขายโอสถชนิดใดหรือขอรับ”

ครั้งล่าสุดที่หยางเสี่ยวเทียนขายโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์สิบขวดหยกให้แก่สมาคมการค้าเฟิงยวิน มันได้สร้างชื่อเสียงแลผลกำไรมหาศาล กระทั่งพวกเขาแทบกลายเป็นสมาคมมหาอำนาจในวันเดียว

ทำให้เหวินเฟยคาดการณ์ในสิ่งที่หยางเสี่ยวเทียนกล่าวเมื่อครู่ ว่าครานี้เขาอาจนำโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ยี่สิบเม็ด มาขายให้แก่สมาคมการค้าเฟิงยวินอีกเป็นได้

ซึ่งความรู้สึกสำราญใจนี้ ไม่เพียงเหวินเฟยเท่านั้นที่รู้สึก แต่บรรดาผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ต่างตื่นเต้นยินดีเช่นกัน

รวมถึงเหวินจิงเทาด้วย

ไม่รอช้า หยางเสี่ยวเทียนก็หยิบขวดหยกออกมายี่สิบขวดหยก พร้อมวางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็นจนครบ

หัวใจเหวินเฟยสั่นไหวจนไม่เป็นจังหวะ ครั้นมองดูขวดหยกที่หยางเสี่ยวเทียนหยิบออกมาทีละขวดจนครบยี่สิบตรงหน้าเขา

ตอนนี้ เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้จริงๆ ว่าใต้เท้าหลง กำลังจะขายโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ยี่สิบเม็ด ให้แก่สมาคมการค้าของพวกเขา

เหวินเฟยยื่นมือไม้ที่กำลังสั่นเทา หยิบขวดหยกบนโต๊ะอันแรกขึ้นมาพิสูจน์ขณะหัวใจยังคงเต้นระรัว

ทันทีที่เขาเปิดจุกขวดหยก เสียงสัตว์คำรามอย่างแผ่วเบาก็พลันดังขึ้นสี่สุ้มเสียง พร้อมกับแสงอันเจิดจรัส

ภายใต้แสงสว่างอันแจ่มจรัส ดูคล้ายจะมีเงาของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่สี่ชนิด

ร่างกายเหวินเฟยสั่นสะท้าน ครั้นเห็นว่าภายในขวดหยกยังมือนี้ ปรากฏมีเงาของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ประทับอยู่ เช่นนั้น เป็นไปได้ไหมว่าโอสถในขวดหยกนี่จะคือ…

คิดได้ดังนั้น เลือดลมในเส้นลมปราณก็พลันไหลเวียนไปทั่วกาย รู้สึกประหนึ่งโลกกระเทือนด้วยเขาจวนยืนทรงตัวไม่อยู่ ดวงตาขณะมองดูขวดหยกในมือ ก็พานไหวสั่นอย่างตื่นเต้น

“โอ โอสถวิญญาณสี่ประการ!”

โอสถวิญญาณสี่ประการงั้นหรือ!

ทั้งยังเป็นโอสถวิญญาณสี่ประการระดับนิรันดร์อีกด้วย!

เมื่อเหวินจิงเทาและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ได้ยินว่าขวดหยกบรรจุโอสถวิญญาณสี่ประการ พวกเขาก็ต่างปรี่รุดหน้าไปดูให้ประจักษ์แก่สายตาตนเอง

สายตาทุกคู่พลันเบิกตะลึง ครั้นเห็นโอสถที่อยู่ภายใน

ปรากฏว่ามันเป็นโอสถชั้นยอดสุดในบรรดาโอสถขั้นเซียนเทียน ที่ใช้สำหรับปรับแต่งปราณแท้ยังตันเถียน โอสถวิญญาณสี่ประการ อีกทั้งยังเป็นระดับนิรันดร์ด้วย!

แม้แต่โอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ คนในราชวงศ์เทียนโต้วผู้ทรงอิทธิพล ที่ขึ้นชื่อเรื่องครอบครองสมบัติหายากอันล้ำค่ามหาศาล ก็ยังไม่มีโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ไว้ในถือครอง

จบบทที่ บทที่ 221 นางสั่งให้ผู้ใต้บัญชาเขียนมัน

คัดลอกลิงก์แล้ว