เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 ขั้นจักรพรรดิยุทธ์!

บทที่ 200 ขั้นจักรพรรดิยุทธ์!

บทที่ 200 ขั้นจักรพรรดิยุทธ์!


เพราะความแค้น มันจึงหวังฆ่าหยางเสี่ยวเทียนด้วยพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งสุดของมัน ให้เด็กน้อยเบื้องหน้าดับสิ้นในคราเดียว

“ดาบคลั่งจันทราคราม!” มันคำราม นัยน์ตาเปี่ยมด้วยจิตสังหารพร้อมทุ่มพละกำลังทั้งหมดที่มันมี

แต่ในเวลานี้ แสงสว่างสีเขียวหม่นน่าพรั่นพรึง พุ่งพล่านลอยขึ้นเหนือนภายามมืดมิดจากไม้เท้าสภาพทรุดโทรม ที่อูฉีกำลังโบกสะบัดในมืออันโรยรา

ส่งโถมปะทะกับปราณดาบคลั่งจันทราครามจนสลายสิ้น พร้อมพุ่งกระทบหน้าอกของเจ้าผู้นำพรรคดาบโลหิตทันที

ตัวมันที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ กระเด็นหล่นกระแทกพื้น ครั้นถูกปราณสีเขียวหม่นจากไม้เท้าอูฉี ชัดทะลวงถึงตัวมันแม้สวมชุดเกราะซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณ แต่กลับไร้ประโยชน์ มิต่างอันใดกับสวมอาภรณ์ธรรมดา

สีหน้ามันขณะมองดูอูฉีเพลานี้ ตระหนกกลัวจนเสียขวัญ “เจ้า จักรพรรดิยุทธ์!”

ร่องรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าอูฉี ไร้ซึ่งความรู้สึกใดนอกจากความเยือกเย็นประดับยังแววตา

ระหว่างเขาทุ่มไม้เท้าโทรมๆ ในมือกระแทกพื้น ทันใดนั้น สายลมหนาวจากทั่วสารทิศ พลันหมุนวนก่อเป็นพายุน้ำแข็งสีเขียวเข้มขนาดใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์ วาดแผ่กระจายออกไปราวระลอกคลื่นหลังเขาโบกสะบัดชี้ยังเบื้องหน้า

บรรดาลูกสมุนทั้งหมดของพรรคดาบโลหิต จมอยู่ภายใต้พายุเยือกแข็งสีเขียวเข้ม พร้อมถูกแช่เป็นประติมากรรมน้ำแข็งทีละคน

เจ้าผู้นำพรรคดาบโลหิต ได้เพียงนอนฟุบเงยหน้ามองดูปราณน้ำแข็งสีเขียวเข้ม กวาดเข้ามาที่มันด้วยสีหน้าหวาดกลัว มันรีบยันตัวลุกขึ้นพร้อมเหวี่ยงดาบในมือฟันออกไปป้องกันสุดกำลังเพื่อฝ่าหนี

แต่ทันทีหลังมันหันตัวเตรียมวิ่ง ปราณน้ำแข็งก็กวาดผ่านตัวมันไป จนยืนแข็งนิ่งราวรูปปั้นในท่าก้าวหนีไม่ต่างจากพี่น้องของมันทุกคนเพลานี้

กระบี่นับร้อยเหินกลับมาเบ่งบานในมือหยางเสี่ยวเทียน ก่อนเขาดีดนิ้วส่งพวกมันทั้งหมด พุ่งทะลวงพรรคดาบโลหิตที่กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งขณะนี้ แตกกระจายเป็นก้อนน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงผู้นำมันด้วย

เจ้าผู้นำพรรคดาบโลหิตถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ปล่อยเหล่าผู้อาวุโสอีกห้าคนต้องตะลึงตาค้างกันไปจนขนลุกกร้าวทั้งตัว

“นั้นมันขั้น ขั้นจักรพรรดิยุทธ์! หนีเร็ว!” ทั้งห้าพร้อมเคลื่อนตัวหนีด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าคิดสู้อีกต่อไป

ขณะพวกมันกำลังคิดหลบหนี มีหรือที่อูฉีจะยอมปล่อย เขาชี้ไม้เท้าในมือ พุ่งลำแสงออกไปหามันทั้งห้าจนร่างลอยกระเด็น ปลิวไปคนละทิศละฝั่ง

เมื่อมันทั้งห้าตกลงกระแทกพื้น ศีรษะก็ถูกบดละเอียด เหลือเพียงร่างเท่านั้นที่ยังคงสมบูรณ์

ตอนนี้ ฝ่าเท้าของคนทั้งสามเปื้อนเปรอะด้วยเลือดอันโสมม ขณะยืนอยู่ท่ามกลางซากศพกระจายเกลื่อนไปทั่วพื้นหุบเขา

ครั้นสายลมพัด ปัดกลุ่มเมฆที่บดบังแสงนวลจากดวงจันทร์อันลอยเด่นอยู่กลางนภากาศ ความสว่างก็เผยสาดส่องกระทบร่างไร้วิญญาณนับพัน นอนเกลื่อนกลาดขณะส่งกลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

“เหวินจิงเทา” หยางเสี่ยวเทียนเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาขณะยิ้มเยาะ

จากปากของเจ้าผู้นำพรรคดาบโลหิต มันทำเขารู้ได้ทันทีว่าเหวินจิงเทาจากสมาคมการค้าเฟิงยวิน เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลเขาให้พวกมันทราบ ด้วยกำลังร่วมมือกับพรรคดาบโลหิตคิดทำการณ์ใหญ่เพื่อผลประโยชน์ของกันและกัน

ซึ่งข่าวสาร หลังพวกเขาออกจากเมืองหลวง เหวินจิงเทาและเหวินซิ่วหลานก็เป็นผู้ส่งแจ้งให้พวกมันเฝ้าคอยติดตาม กระทั่งพบเส้นทางระหว่างพวกเขากำลังมุ่งกลับ

ต่อจากนั้น หลังหยางเสี่ยวเทียนค้นเศษซากร่างเจ้าผู้นำอยู่ครู่ เขาก็พบกริชเทียนหลงอีกเล่มบนตัวมัน พร้อมเก็บใส่ในแหวนเตาหลอม เดินก้าวข้ามเศษสวะไปรวมกลุ่มกับคนทั้งสองอย่างไม่แยแส

ก่อนจากไป หยางเสี่ยวเทียนยังไม่ลืมที่จะกำจัดซากศพทั้งหมดของพรรคดาบโลหิต เขาเหยียดฝ่ามือไปเบื้องหน้า ปล่อยเปลวไฟดาราพุ่งลอยขึ้นสูงบนท้องฟ้า ก่อนพวกมันตกลงมา ผลาญเศษซากน้อยใหญ่ทุกชิ้นจนเป็นเถ้าธุลีปลิวหายไปกับสายลมอ่อน

สถานที่แห้งแล้งยังหุบเขา ไม่ปรากฏแม้แต่หยดเลือดสักหยด ครั้นถูกเปลวไฟดาราผลาญจนสิ้นราวกับมิเคยเกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยองก่อนหน้าขึ้น ดั่งมันหายไปหลังตื่นจากฝัน

ทั้งสามพร้อมมุ่งหน้ากลับเมืองเสินเจี้ยนด้วยความรีบเร่งเช่นเดิม

สำหรับเหวินจิงเทาและเหวินซิ่วหลาน พวกเขาจะถูกตัดสินชะตาภายในสามเดือน หลังหยางเสี่ยวเทียนต้องกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง เมื่อการแข่งขันระดับสำนักเริ่มขึ้น

ส่วนตอนนี้ เขายังมีสิ่งที่ต้องให้ความสนใจมากกว่าเรื่องจัดการสองคนนั้น คือรีบกลับไปที่เมืองเสินเจี้ยนหาคนที่ตนรักทั้งสาม

หนึ่งวันต่อมา

ที่สุด หยางเสี่ยวเทียนก็กลับถึงเมืองเสินเจี้ยน และได้พบกับบิดามารดาพร้อมน้องหญิงผู้น่าเอ็นดู ซึ่งทั้งสามก็กำลังเฝ้ารอการกลับมาของเขาเช่นกัน

หยางหลิงเอ๋อร์น้ำตาไหลพรากทันทีที่นางเห็นหน้าหยางเสี่ยวเทียน “พี่ใหญ่ ในที่สุดท่านก็กลับมาสักที”

แต่ขณะที่นางยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่นั้น มือน้อยๆ ก็ยังไม่วายยกลูกกวาดที่จางจิงหรงซื้อให้ขึ้นกิน

หยางเสี่ยวเทียนเห็นท่าทีเช่นนั้น ก็พลันเผยยิ้มด้วยอดเอ็ดดูไม่ไหว เขาเข้าโอบกอดนาง พลางใช้มือปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าหยางหลิงเอ๋อร์อย่างสงสาร เด็กน้อยคนนี้ชื่นชอบของหวานเป็นพิเศษเสียจริง

เวลานี้เอง จู่ๆ หยางหลิงเอ๋อร์ก็ดึงหยางเสี่ยวเทียน ไปยังมุมหนึ่งภายในโถงแล้วเปิดปากถามอย่างจริงจัง “พี่ใหญ่ จวนหลังนี้ใหญ่กว่าจวนตระกูลหยางเสียอีก มันเป็นของท่านจริงๆ ใช่หรือไม่”

จบบทที่ บทที่ 200 ขั้นจักรพรรดิยุทธ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว