เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 196 หยางหลิงเอ๋อร์ถูกลอบสังหาร

บทที่ 196 หยางหลิงเอ๋อร์ถูกลอบสังหาร

บทที่ 196 หยางหลิงเอ๋อร์ถูกลอบสังหาร


สถานการณ์ไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้นอย่างกระชั้นชิด จนทุกคนที่มัวแต่ยินดี มิทันได้ตอบสนองเหตุร้ายนี้

หยางเฉาและหวงอิ๋ง ผู้คอยเฝ้าระวังหยางหลิงเอ๋อร์ไม่วางตา ทันประสบเห็นทุกอย่างพร้อมพุ่งตัวแหวกฝูงชนที่กำลังขวางทางไม่เป็นระเบียบสองสามคนจนพวกเขาร่างลอยกระเด็น

สีหน้ามืดมนหยางเฉาเปี่ยมด้วยอำมหิต ขณะปรี่ถึงตัวหยางหลิงเอ๋อร์พร้อมกระบี่ในมือยกปัดป้องคมดาบจากศัตรูที่กำลังพุ่งใกล้ตัวบุตรสาว พานให้มันต้องพลาดท่า ครั้นแรงเหวี่ยงกระบี่หยางเฉาผลักมันผู้ลอยอยู่ท่ามกลางอากาศปลิวออกไปกระแทกเข้าศิลาข้างจัตุรัสจนเศษฝุ่นฟุ้งกระจาย

“จับตัวมัน!”

เหล่าวิญญาจารย์และทหารองครักษ์ประจำเมืองซิงเยว่ที่มาคอยเฝ้ารักษาพิธีห้าถึงหกคน ต่างปรี่เข้าหมายจัดการผู้ไม่หวังดีภายใต้ฝุ่นหนาเตอะ ระหว่างพวกเขาย่างกรายเข้าใกล้ระยะฝุ่นละอองนั้น ปราณกระบี่สีแดงฉานก็พุ่งออกมาโถมใส่บุคคลที่กำลังตีวงล้อมหามันทันที

กลุ่มทหารองครักษ์เหล่านั้นร่างกระเด็นล้มลงก่อนกระอักเลือดคำใหญ่ พวกเขาล้วนได้รับบาดเจ็บจนบางคนถึงกับหมดสะติ

ส่วนหยางเฉาและหวงอิ๋งเพลานี้ พาหยางหลิงเอ๋อร์หลบหนีออกจากสถานที่ทันทีหลังมีผู้ประสงค์ร้ายต่อครอบครัวตน ขณะพวกเขาหลบหลีกผู้คนก็ต่างเผ่นเอาตัวรอดเช่นกัน มือสังหารอีกสองสามคนที่แฝงมากับกลุ่มคน พุ่งเข้าจู่โจมทั้งสามระหว่างไม่ทันระวังตัวอย่างเร็ว

“พาลูกหนีไปเสีย!” หยางเฉาตะโกน หลังผลักคนที่ตนรักทั้งสองให้ออกห่างจากวงล้อม พร้อมยกกระบี่ในมือเข้ากั้นคมดาบของมือสังหารสามคน พวกมันหนึ่งในนั้นใช้จังหวะนี้เหวี่ยงเท้าเตะเข้าซี่โครงหยางเฉาจนร่างถอยออกไปหลายก้าว

“ท่านพ่อ! ท่านพี่!” หวงอิ๋งและหยางหลิงเอ๋อร์ร้องตะโกนเสียงหลง ครั้นเห็นหยางเฉาตกอยู่ท่ามกลางกลุ่มมือสังหาร

“ไป!!!” หยางเฉาแผดเสียงไล่คนที่ตนรักทั้งสอง ขณะพวกนางยังคงหันกลับมามองด้วยสายตาเป็นห่วง น้ำตาอาบไหลเต็มสองแก้มพานทำเขาอดกังวลมิได้

มือสังหารสองคนไม่รอช้า พุ่งจัดการหยางเฉาหลังพวกมันแยกเขาออกจากหวงอิ๋งและหยางหลิงเอ๋อร์ได้สำเร็จ ระหว่างทางนี้กำลังประมือกับฝ่ายตรงข้ามอย่างเป็นตายเท่ากัน สมาธิเขากลับยังมิวายห่วงภรรยาและลูก

“หลิงเอ๋อร์!!!” หยางเฉาที่เห็นมือสังหารอีกคนปรี่เข้าหาคนทั้งสองจากทางด้านหลัง ซึ่งปลายดาบมุ่งหมายยังตัวบุตรสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจขณะหวงอิ๋งกำลังโอบกอด

ตูบ!

ฉากนี้ ทำเขาระเบิดวิญญาณยุทธ์ส่งร่างมือสังหารทั้งสองกระเด็นออกไปไกล หยางเฉาเคลื่อนตัวพร้อมๆ กับปลายดาบที่กำลังมุ่งแทงหยางหลิงเอ๋อร์ ซึ่งไม่ว่าเขาจะเร็วสุดชีวิตแค่ไหน อย่างไรก็ไม่เร็วพอปกป้องพวกนางเวลานี้

ซวก!

หยางเฉาชะงักตัวแข็งทื่อ ทรุดกายลงกับพื้นครั้นเห็นมือสังหารแทงบุตรสาวตนเบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาสิ้นสติแผดเสียงร้องตะโกนพร้อมลุกขึ้นหมายจัดการมันให้สิ้นสาแหรกขาด ระหว่างอีกสองคนพุ่งเข้าหาเขาจากทางด้านหลัง

“ท่านพ่อ!” ทันใดนั้น เสียงเรียกจากหยางหลิงเอ๋อร์ทำเขาหันมอง พร้อมเห็นปลายดาบที่ควรแทงบุตรสาวตอนนี้ กลับเป็นมือสังหารเองที่ถูกทะลวงอกจนปลายกระบี่ทะลุโผล่ยังด้านหลัง ก่อนร่างมันจะล้มลง เผยให้เห็นว่าทั้งสองยังปลอดภัยดี

ครั้นประสบเห็นเช่นนั้น เขาก็หันมองยังเบื้องหลังที่ยังเหลือมือสังหารอีกสองคนพุ่งเข้ามา แต่เพลานี้ กลับมีหนึ่งร่างไร้วิญญาณนอนแน่นิ่งขณะอีกคนอยู่ในอาการบาดเจ็บ

เมื่อรับรู้ว่าเหลือเพียงตนเองแล้ว ความรู้สึกหวาดกลัวแลตื่นตระหนกที่จู่ๆ พวกของมันได้ตายสิ้น เจ้ามือสังหารก็พร้อมทิ้งดาบ หันหลังเตรียบหลบหนี แต่ระหว่างมันคิดทำเช่นนั้น เสียงคมกระบี่แหวกตัดผ่านอากาศพุ่งทะลวงซี่โครงมันทันที

เวลานี้ ปรากฏร่างคนทั้งห้าเหินออกมาจากคนละทิศ พวกเขาคือเลี่ยวคุน จางจิงหรง และอีกสามคน เลี่ยนคุนกระแทกผนึกฝ่ามือเข้าหามันจนร่างกระเด็นไถลครูดไปกับพื้น

“จะ เจ้าเป็นใคร!” เจ้ามือสังหารผู้เหลือรอด เอ่ยถามขณะเลือดพุ่งออกจากปาก ดวงตาเบิกโพลงระคนเดือดดาล

“พวกเราเป็นใคร หึ” เลี่ยวคุนหัวเราะเยาะ “พวกข้าต่างหาก ที่ควรเป็นฝ่ายถามเจ้าเรื่องนี้”

ปรากฎว่าหยางเสี่ยวเทียน เป็นผู้ส่งคนทั้งห้ามาคอยเฝ้าระวังครอบครับตนที่เมืองซิงเยว่ ด้วยมีความกังวลว่าจะเกิดปัญหาระหว่างพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ หลังเขากับอูฉีและหลัวชิงออกเดินทางมายังเมืองหลวง

เจ้ามือสังหารยันกายลุกขึ้น เตรียมถอยตัวหลบหนีไปกับฝูงชน แต่ไม่เร็วเท่าฝ่าเท้าจางจิงหรงที่กำลังเหยียบทับบนหลังมันจนต้องนอนจมกับพื้นอีกหน มันหันเหลียวมองเรียวขาของหญิงงาม ผู้เคลื่อนกายหามันตั้งแต่เมื่อไรมิทราบได้

“จะรีบไปไหนเล่า เรายังมีธุระกับเจ้าอยู่” สุ้มเสียงแห่งความตาย แต่ไฉนไพเราะจนจิตใจเคลิบเคลิ้มดั่งมนต์สะกด ให้มันเผยแย้มยิ้มดวงตาหยาดเยิ้ม

……

สิบวันผ่านไปในพริบตา

หลี่เหวินออกมาเปิดประตูของสระธาราโอสถพันปีได้ตรงเวลา ซึ่งหลังประตูถูกเปิดกว้างดวงตาเขาพลันเบิกค้างทันที

หยางเสี่ยวเทียนยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ในธาราโอสถพันปี แต่สระซึ่งเดิมเคยเต็มไปด้วยธาราของแก่นแท้แห่งสวรรค์และโลกตอนนี้กลับแห้งเหือด

“นี่!” หลี่เหวินชี้ไปที่สระธาราโอสถพันปี

ในเวลาเพียงสิบวัน หยางเสี่ยวเทียนได้ดูดซับพลังแก่นแท้จากสวรรค์และโลกในสระเกือบทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยพบหรือคิดถึงมาก่อน

นักปรุงโอสถผู้เป็นอันดับหนึ่งในอดีต ได้รับรางวัลอนุญาตให้เข้าสู่ธาราโอสถพันปีเพื่อบ่มเพาะพลังปราณด้วยเวลาสิบวันเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีผู้ใดดูดซับไปเกือบหมดแบบนี้

เขาต้องแกร่งขนาดไหน ถึงสามารถดูดซับแก่นแท้ของสวรรค์และโลกเกือบทั้งหมดจากธาราโอสถพันปีได้ในเวลาเพียงสิบวัน

หยางเสี่ยวเทียนลุกขึ้นยืนพร้อมสังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดหลี่เหวิน ก็รู้สึกละอายใจก่อนกล่าวว่า “ท่านปรมาจารย์หลี่ ข้าไม่คิดว่าธาราโอสถพันปีจะทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้มากถึงเพียงนี้”

หลี่เหวินเกือบเป็นลม ด้วยแก่นแท้ของสวรรค์และโลกในธาราโอสถ ใช้เวลาอยู่หลายศตวรรษกว่าจะสั่งสมได้มากขนาดนี้

คาดไม่ถึง ว่าเด็กน้อยเช่นเขาจะดูดมันเกือบทั้งหมดราวกับสูดหายใจ หลี่เหวินมองร่างเล็กๆ ของหยางเสี่ยวเทียนด้วยความทึ่ง ที่ในเวลาเพียงสิบวันเขากลับดูดซับแก่นแท้ของสวรรค์และโลกจวนเกือบสะอาดทั้งสระ

“ท่านปรมาจารย์หลี่ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ข้ามีโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์ร้อยขวดหยก” หยางเสี่ยวเทียนขบคิดหาของทดแทนอยู่พักหนึ่ง จึงหยิบโอสถสร้างฐานวิญญาณออกมา

“ข้า มอบให้ท่านปรมาจารย์หลี่” เป็นของสิ่งเดียวที่เขาพอจะชดเชยให้ได้

หลี่เหวินตะลึง ครั้นเห็นโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์ร้อยขวดหยกที่หยางเสี่ยวเทียนนำออกมา และท้ายที่สุด เขาทำได้เพียงรับมันอย่างช่วยไม่ได้

ความเป็นจริง เขาไม่สามารถตำหนิหยางเสี่ยวเทียนในเรื่องนี้ได้ เพราะมันคือรางวัลจากการแข่งขันหลอมโอสถที่เขาสมควรได้รับ

หยางเสี่ยวเทียนเพียงใช้ช่วงเวลาฝึกฝนตามคำแนะนำเขาเท่านั้น

จากนั้น หลี่เหวินจึงเชิญหยางเสี่ยวเทียนอยู่ต่อที่โถงหลักอีกสองสามวันอย่างอบอุ่น และคอยให้คำชี้แนะแก่นักปรุงโอสถเพื่อการพัฒนาทักษะการหลอมโอสถที่ดีขึ้น

หลี่เหวินแย้มยิ้ม ขณะกล่าวถึงบรรดานักปรุงโอสถที่หอสมาคมนักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ทุกคน ว่าต่างยกย่องชื่นชมหยางเสี่ยวเทียนมากจนแทบรอเขาช่วยมาแนะนำไม่ไหว

หยางเสี่ยวเทียนจึงตัดสินใจอยู่ต่อ เมื่อได้รับคำเชิญอันแสนอบอุ่นจากหลี่เหวิน

ตกดึก ระหว่างหยางเสี่ยวเทียนกำลังฝึกฝนเพลงกระบี่อยู่ภายในลานประจำโถงหลัก หลัวชิงก็ปรี่เข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองซิงเยว่

“อะไรนะ น้องสาวข้าปลุกวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดระดับสิบสี่!” หยางเสี่ยวเทียนประหลาดใจ ก่อนพลันเปลี่ยนสีหน้ามืดลง ครั้นได้ทราบว่าหยางหลิงเอ๋อร์ถูกลอบสังหาร

“จับมือสังหารได้หรือไม่!”

“มือสังหารถูกจับแล้วขอรับ” หลัวชิงกล่าว

จบบทที่ บทที่ 196 หยางหลิงเอ๋อร์ถูกลอบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว