เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 191 สังหารให้สิ้น!

บทที่ 191 สังหารให้สิ้น!

บทที่ 191 สังหารให้สิ้น!


“ฆ่าพวกมัน!” หลังท่อนฟืนทะลวงผ่านอกของหนึ่งในพรรคดาบโลหิต เสียงไม่แยแสของหยางเสี่ยวเทียนก็ดังขึ้น ประหนึ่งสุ้มเสียงจากนรก

หลัวชิงซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น จู่ๆ ดาบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในมือของเขา พร้อมนัยน์ตาทอประกายแสงเย็น แล้วตวัดฟันออกไปโดยพลัน

ทันใดนั้น ปราณดาบก็ส่องสว่างไปทั่วหมู่บ้านรกร้างเล็กๆ แห่งนี้

สมาชิกคนอื่นจากพรรคดาบโลหิต ที่เดิมมาเพื่อจัดการกับหยางเสี่ยวเทียนพร้อมคนทั้งสอง พลันรู้สึกเห็นเพียงปราณดาบขนาดใหญ่ปรากฏในดวงตา พุ่งเข้ามาหายังเบื้องหน้า ก่อนไม่ช้า สติพวกมันจะดับวูบไปในทันที

หลังปราณดาบอันตรธานหายสิ้น คนของพรรคดาบโลหิตก็หยุดการเคลื่อนไหวประหนึ่งถูกแช่งแข็ง ขณะพริบตาเดียวพวกมันก็ล้มลงกองกับพื้นดินทีละคน

ก่อนประสบเห็นเพียงเลือดพุ่งออกจากร่างพวกมันราวกับน้ำพุขนาดย่อม สาดกระเซ็นปกคลุมไปทั่วผืนดินโดยรอบ

ครั้นได้ยินเสียงกรีดร้อง เหวินจิงอวี๋ เหวินซิ่วหลานและคนจากพรรคดาบโลหิตถึงตื่นได้สติ ทุกคนต่างตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันต่อหน้า

“ปกป้องพวกนาง และสังหารให้สิ้น” หยางเสี่ยวเทียนชี้ไปยังผู้นำพรรคดาบโลหิตที่มีแผลเป็นบนใบหน้า แล้วกล่าวกับหลัวชิง

“ขอรับนายน้อย” หลัวชิงลุกผงาดขึ้นยืนเพื่อลงมือ อาภรณ์ของเขาก็กระพือโบกสะบัด ก่อนชั่วพริบตาร่างเขาจะขาดหายจากจุดที่ยืนนิ่ง แล้วพลันปรากฏอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนของพรรคดาบโลหิตที่ยังคงไม่ได้สติ

ขณะบุคคลผู้มีเพียงเงาดำปกคลุมใบหน้ายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนผู้ยังไม้รู้สึกตัว เสียงสูดหายใจพร้อมกับดาบเล่มใหญ่ในมือของคนในเงามืด ก็ยกหน้าขึ้นต้องแสงเย็นกับดวงจันทร์ ทอประกายวาบยังแววตา

กว่าพวกมันจะทันสัมผัสถึงลมหายใจเย็น เสียงคมดาบก็กวาดคนของพรรคดาบโลหิตไปมากถึงครึ่ง เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงตัดผ่านกล้ามเนื้อแลอากาศ ขณะคนเหล่านั้นยังยืนนิ่ง ไม่มีแม้แต่เลือดซึมออกมาสักหยด

กระทั่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

การเคลื่อนไหวของหลัวชิงว่าเร็วเกินกว่าที่คนจากพรรคดาบโลหิตจะทันเห็นหรือสัมผัสถึงแล้ว แต่ดาบในมือที่เขาเหวี่ยงฟันออกไปกลับเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าเสียอีก

กลุ่มคนจากพรรคดาบโลหิตที่ชื่อเสียงว่าโหดเหี้ยมด้วยช่ำชองชำนาญการซุ่มโจมตีกับเงามืด เพลานี้กลับไม่สามารถมองเห็นกระทั่งเงาหลัวชิงหรือดาบเขา ว่ามันเหวี่ยงสะบั้นไปถึงไหนต่อไหนบ้างแล้ว

“ถอย ถอย!” ชายหน้าแผลเป็น ผู้นำของพรรคดาบโลหิตร้องคำรามด้วยประหวั่นใจ ขณะในมือทั้งสอง พลางเหวี่ยงสะบัดดาบปกป้องตนเองจากหลัวชิงเบื้องหน้าอย่างพัลวัน

ดาบที่มันสะบัดเหวี่ยงออกไปไม่เป็นระเบียบทั้งสุมมั่ว นอกจากจะไม่สามารถโจมตีการเคลื่อนไหวของหลัวชิงได้แล้ว มันยังพลันหลุดจากมือปลิวไปในอากาศ ก่อนพุ่งตกลงมากระแทกผืนดินจนเศษหินดินทรายฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง

ครั้นมันกำลังเบี่ยงตัวหันชักดาบอีกเล่มข้างเอว แสงวูบจากคมดาบก็พลันเฉียดผ่านสายตามันไปเพียงวาบเดียว มันหยุดนิ่งกลั้นหายใจ ก่อนทันรู้สึกเจ็บปวดยังมือที่ถือดาบ ไม่สัมผัสถึงดาบของหลัวชิงที่จ่ออยู่กลางหน้าผากตนเลยด้วยซ้ำ

“เจ้า!” ชายหน้าแผลเป็นเบิกตาตกใจ หลังเพิ่งสัมผัสเห็นปลายคมจากดาบหลัวชิงกดจนถึงเนื้อหน้าผากตน

มันโกรธขณะกำลังจะอ้าปากพูด ก่อนปรากฏเห็นคนของพรรคดาบโลหิตที่ตนนำมา ล้มลงกับพื้นไปทีละคนพร้อมเลือดที่เพิ่งไหลออกจากลำคอของพวกมัน

ไม่มีใครสามารถหลบหนี หรือมีโอกาสได้ชักดาบออกมาสู้อย่างสมเกียรติ ดั่งชื่อเสียงอันเลื่องลือของพรรคดาบโลหิตผู้เหี้ยมเกรียม

พวกมันทั้งหมดถูกสังหารสิ้น ด้วยดาบเพียงเล่มเดียว!

เหวินจิงอวี๋ เหวินซิ่วหลาน และคนจากสมาคมการค้าเฟิงยวินต่างนิ่งค้าง ดวงตาก็พานเบิกกว้างด้วยตกตะลึง

พวกเขาสามารถสัมผัสได้ว่าคนจากพรรคดาบโลหิตเหล่านี้ ความแข็งแกร่งล้วนอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ทั้งนั้น อีกทั้งพวกมันยังขึ้นชื่อว่าฝีมือเก่งกาจ โหดเหี้ยมระดับแนวหน้าในเมืองธรรมดาหลายแห่ง แต่ตอนนี้ พวกมันทั้งหมดกลับถูกสังหารลงภายในไม่กี่อึดใจ

“เขาอยู่ในขั้นราชันยุทธ์ ไม่สิ… ขั้นบรรพจารย์ยุทธ์!” เหวินจิงอวี๋มองหลัวชิงด้วยความประหลาดใจ

ชายวัยกลางคนที่นั่งข้างนางโดยไม่พูดอะไรสักคำ กลับกลายเป็นวิญญาจารย์ผู้แข็งแกร่งในขั้นบรรพจารย์ยุทธ์เช่นนี้เชียวหรือ

ในเวลานี้เอง หลัวชิงได้หันปลายดาบกลับมา เปลี่ยนใช้ด้ามดาบกระแทกไปยังหน้าอกของเจ้าผู้นำหน้าแผลเป็นจากพรรคดาบโลหิต

เจ้าผู้นำหน้าแผลเป็นถูกด้ามดาบกระแทกเข้าอย่างหนัก กระทั่งตัวมันปลิวตัวลอยตกลงกองไฟจนสะเก็ดไฟกระจายทั่ว

มันจ้องมองหยางเสี่ยวเทียนที่ยืนนิ่งหลังกองไฟ เด็กน้อยผู้เอ่ยสั่งสังหาร “เจ้าเด็กสารเลว เจ้าเป็นคนตระกูลไหนกัน เจ้าไม่รู้หรือ ว่าผลที่ตามมาจากการทำลายชื่อเสียงของพรรคดาบโลหิตข้า จะลงเอยเช่นไร”

หยางเสี่ยวเทียนเงียบ แต่หยิบกริชเทียนหลงออกมา “เจ้าจำกริชเล่มนี้ได้หรือไม่”

“กริชกระหายโลหิต!” เจ้าผู้นำหน้าแผลเป็นตกตะลึง

กริชกระหายโลหิตอย่างนั้นหรือ?

หยางเสี่ยวเทียนสะดุ้ง

จากนั้นเขาถึงได้ตระหนัก ว่าสมาชิกของพรรคดาบโลหิตไม่ทราบที่มาและชื่อแท้จริงของกริชเล่มนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกมันว่ากริชกระหายโลหิต

“กริชกระหายโลหิตอีกเล่ม เป็นของผู้ใดในพรรคโลหิตเจ้างั้นหรือ”

เจ้าผู้นำหน้าแผลเป็นเยาะเย้ย “ท่านเจ้าผู้นำหนุ่มของเรา ตายด้วยน้ำมือของเจ้าเช่นนั้นหรือ เจ้าได้ตายแน่!”

ก่อนหน้านี้ หัวหน้าหนุ่มของพวกมันเข้าไปในป่าพระจันทร์แดงแล้วหายตัวไปในเวลาต่อมา ทุกวันนี้ พวกมันยังออกค้นหาที่อยู่มือสังหารไม่หยุดหย่อน โดยไม่คาด มือสังหารที่ว่ากลับอยู่ตรงหน้ามันนี้

ครั้นดูท่าจะไม่ได้ความ หยางเสี่ยวเทียนจึงขี้เกียจเกินกว่าจะถามคำถามเพิ่มเติม เขาควงกริชเทียนหลงในมือพร้อมกับสะบัดพุ่งทะลวงที่คอของมันทันที

จากนั้น เขาก็ดึงกริชเทียนหลงกลับมาไว้ในมือดังเดิม

กริชเทียนหลงเล่มนี้ สมควรถูกเก็บรักษาไว้โดยชนเผ่ามังกรผู้ทรงพลังอำนาจมาตั้งแต่โบราณกาล มันทั้งคมและไม่มีแม้แต่เลือดชั่วเปื้อนติดหลังถูกดึงกลับมา

เมื่อเจ้าผู้นำหน้าแผลเป็นถูกสังหารสิ้นแล้ว หยางเสี่ยวเทียนขอให้หลัวชิงค้นตัวศพของพรรคดาบโลหิต ซึ่งพบเพียงเหรียญทองกับโอสถรักษาโรคเท่านั้น ไม่มีมูลค่าใดๆ

เหวินจิงอวี๋ที่สงบสติให้คลายลงได้ นางจึงสืบเท้าเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนพร้อมยกมือกำหมัดแน่น แล้วแย้มยิ้มให้แก่ผู้มีพระคุณของนางอีกคน

“จิงอวี๋ เป็นหนี้บุญคุณต่อคุณชายแล้ว หากไม่ใช่เพราะคุณชายวันนี้ เกรงว่าจิงอวี๋คงไม่สามารถกลับเมืองหลวงได้อีก”

จบบทที่ บทที่ 191 สังหารให้สิ้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว