เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 189 การรวมกลุ่มอันประหลาด

บทที่ 189 การรวมกลุ่มอันประหลาด

บทที่ 189 การรวมกลุ่มอันประหลาด


สิ่งที่ทำหยางเสี่ยวเทียนถึงกับลอบประหลาดใจ คือผู้นำคณะขนสินค้าจากสมาคมการค้าเฟิงยวิน กลับเป็นสตรีผู้มีใบหน้างามคุ้นเคย ร่วมเดินทางมาพร้อมเหล่าบริวารครานี้ด้วย

เหวินจิงอวี๋สวมชุดคลุมดำสนิท ขลับกับผิวกายผ่องอ่อนโยนภายใต้แสงนวลของจันทราจนเด่นชัด ร่างบอบบางอรชรขณะนั่งคร่อมสัตว์อสูรม้ามังกร เผยให้เห็นช่วงขาอันเรียวยาวอย่างไม่ตั้งใจ

ไม่ว่าเขาจะพบพานนางที่เมืองซิงเยว่หรือเสินเจี้ยน ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนางก็ยังคงตื่นตาตรึงใจให้รู้สึกครั่นคร้ามได้ตลอด

ที่เหวินจิงอวี๋ร่วมเดินทางมากับคณะขนสินค้าในครานี้ เพราะสมาคมการค้าเฟิงยวินสาขาหลัก เรียกตัวกลับเพื่อคืนตำแหน่งเดิมให้แก่นางอีกครั้ง

ซึ่งแน่นอนว่าครั้นมีโอกาสกลับมาเยือนเมืองหลวงคราวนี้ นางก็นำสินค้าอีกจำนวนหนึ่งกลับมาด้วย

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงการเปลี่ยนแปลงของนางในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เหวินจิงอวี๋ก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นข้องใจ หากไม่ใช่เพราะใต้เท้าหลง นางคงไม่มีวันได้กลับมายังสาขาหลักเพื่อปฏิบัติหน้าที่เดิมเร็วเช่นนี้

ครั้นคราวนี้นางถึงสาขาหลัก แน่นอนว่านางไม่เพียงได้รับตำแหน่งเดิมคืนมาเท่านั้น แต่ยังได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอาวุโสอีกด้วย

ด้วยวัยของนางเพียงเท่านี้ เป็นเรื่องน่าทึ่งแลยินดีอย่างยิ่ง ที่มีสิทธิ์ได้รับเลือกให้เข้าร่วมคณะกรรมการอาวุโสของสมาคมค้าเฟิงยวินสาขาหลัก

ทั้งนางยังจะกลายเป็นผู้อาวุโสที่อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมการค้าเฟิงยวินคนแรก ซึ่งเป็นกิจการหลักคอยสร้างเม็ดเงินแลอำนาจมหาศาลประจำตระกูล

ส่วนบุคคลสำคัญที่นางยังคงรู้สึกซาบซึ้งพร้อมประทับใจอยู่เสมอ คือใต้เท้าหลงผู้ถือเป็นพระคุณต่อนางยิ่ง

“คุณหนู ถึงอย่างไรวันนี้เราก็ช้าจนเวลาล่วงเลยมากแล้ว ควรพักค้างคืนที่นี่ดีหรือไม่” บุคคลผู้กล่าวเบื้องหลังเหวินจิงอวี๋ คือผู้แลสมาคมการค้าเฟิงยวินเหวินซิ่วหลาน

เหวินจิงอวี๋พยักหน้า พร้อมบอกให้ทุกคนหยุดเคลื่อนขบวนแล้วหาที่พักผ่อน ณ จุดนั้น นางถึงปรากฏเห็นหยางเสี่ยวเทียนและคนทั้งสอง กำลังย่างเนื้อและนั่งดื่มรอบกองไฟจากระยะไกล

นางคิดลังเลอยู่ครู่ ก่อนตัดสินใจเดินออกจากกลุ่ม

“คุณหนู ระวังตัวด้วย” เหวินซิ่วหลานเห็นสิ่งนี้จึงเอ่ยปรามขณะคว้าแขนนางไว้ ก่อนกล่าวถึงเหตุผล “สามคนนั่นเป็นผู้ใด เราไม่ทราบได้”

เหวินจิงอวี๋จับมือนาง “ไม่เป็นไร” จากนั้นสืบเท้าไปยังกลุ่มของหยางเสี่ยวเทียนและคนอื่นๆ พร้อมยกมือกำหมัดแน่น “ข้าเหวินจิงอวี๋ จากสมาคมการค้าเฟิงยวิน ไม่ทราบว่าข้าขอร่วมนั่งดื่มกับพวกท่านทั้งสามได้หรือไม่”

นี่เป็นครั้งแรก ที่นอกจากหยางเสี่ยวเทียนได้เห็นคิ้วอันโค้งมนบนใบหน้านวลชมพูด้วยประหม่าระหว่างสนทนากับใต้เท้าหลงแล้ว เขายังได้ประสบพบอีกด้านอันกล้าหาญของเหวินจิงอวี๋

หยางเสี่ยวเทียนเผยยิ้มก่อนเอ่ยย้อนถามหยั่งเชิงดูท่าที

“เจ้าไม่กลัวว่าเราจะวางยาพิษในสุรา แล้วปล้นสินค้าของเจ้าหรือ” จากนั้นเหลือบมองเหวินซิ่วหลานที่ยืนสังเกตการณ์ห่างออกไป

“หากพวกท่านต้องการปล้นสินค้าจากเราจริง คงไม่ส่งเด็กมาปล้นหรอกใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงโชคดีมาก” เหวินจิงอวี๋เอ่ยเย้า ชวนให้ขัน

ครั้นท่าทีนางวางตัวมิมีสะเทิ้นกลัว หยางเสี่ยวเทียนจึงยิ้มก่อนชี้หาที่นั่งว่างข้างกองไฟ เชิญนางร่วมดื่มอย่างยินดี

“รบกวนท่านแล้ว” กล่าวจบเหวินจิงอวี๋ก็เดินไปยังที่นั่ง

แน่นอนว่าหยางเสี่ยวเทียนจำเหวินจิงอวี๋ได้ดี แต่นางไม่รู้จักเขา ด้วยการพบกันทุกคราของทั้งคู่เขามาภายใต้บุคคลปริศนา

หลังนางนั่งลงได้สักพัก เหวินจิงอวี๋พลางลอบมองหยางเสี่ยวเทียนและคนทั้งสองอย่างสงสัย เกิดคำถามในใจ ว่าเหตุไฉนทั้งสามถึงรวมกลุ่มกันมาได้ประหลาดนัก

ผู้เฒ่าที่สังขารใกล้โรยรามิน่าเดินทางไกลด้วยไม้เท่าเพียงอย่างเดียวไหว กับชายวัยกลางคน ผู้ค่อนข้างแข็งแกร่ง ปกป้องทั้งสองจากภยันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างทางได้ และพ่อหนุ่มน้อยช่างวาจาน่ารักมิอ่อนประสาเหมือนเด็กทั่วไป

และที่แปลกยิ่งกว่านั้น คือในบรรดาสามคนนี้ ผู้นำกลับเป็นหยางเสี่ยวเทียนอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาใคร่สงสัยของนาง จ้องมองไปยังใบหน้าขาวชวนเอ็นดูรับกับคิ้วเข้มมีเสน่ห์ของหยางเสี่ยวเทียน ก่อนเปิดริมฝีปากบางถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ไม่ทราบว่าคุณชาย จะเดินทางไปไหนกันหรือ”

“หวังเฉิง” หยางเสี่ยวเทียนกล่าว ด้วยไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง จากนั้นหันหยิบไหสุราขนาดพอดีมือโยนมันให้เหวินจิงอวี๋

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกขึ้นจิบแล้วดื่มอย่างเอร็ดอร่อย ทันใดนั้น นางก็รู้สึกถึงความหอมอบอวลที่ก่อตัวในไหขณะรสชาติแผ่ซ่านไปทั่วไรฟัน ด้วยกลิ่นอันหอมหวานนี้ แตกต่างจากกลิ่นสุราทั่วไปที่นางเคยได้ลิ้มลองอยู่มาก

หลังดื่มมันไปเพียงสองอึก ความอบอุ่นพลางซึบซาบทั่วร่างกาย ทำให้รู้สึกกระทั่งสบายตัวแลผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาด

นางละสายตาจากไหสุรา ก่อนจับจ้องมองหยางเสี่ยวเทียนด้วยดวงตาขณะต้องกับแสงนวลจากจันทร์ จนเป็นประกายงามราวดวงราดายามค่ำคืน

“สุราดี! คุณชาย สุรานี่ทำมาจากอะไรงั้นหรือ รสชาติดีมาก”

ตอนนางดูแลสมคาการค้าที่เมืองซิงเยว่และเมืองเสินเจี้ยน บางครั้งก็หลีกเลี่ยงการเข้าพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจากแขกเหรื่อผู้มีอำนาจทางการค้าไม่ได้

ซึ่งทุกครั้ง ก็ต้องมีสุราชั้นดีขณะนั่งเสวนากับบรรดาแขกผู้มีเกียรติ เพื่อสร้างบรรยากาศระหว่างสนทนาทางการค้าให้ร่าบรื่น นางจึงพอมีความรู้เกี่ยวกับสุราดีด้วยเคยลิ้มลองอยู่บ่อยครั้ง แต่สุรารสชาติน่าหลงใหล ทั่งส่งกินหอมได้เย้ายวนชวนให้ดื่มเช่นนี้ นางไม่เคยพบว่ามีปรากฏในอาณาจักรเสินไห่มาก่อน

“ข้ากลั่นเอง” หยางเสี่ยวเทียนแย้มยิ้มอย่างยินดี หลังเห็นว่านางชอบ

“การดื่มมันเป็นประจำ สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และที่สำคัญ ทำให้ใบหน้างดงามของเจ้า สะคราญตาจากเดิมทวีขึ้นไปอีก” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวด้วยร้อยยิ้มแต่วาจานั้นช่างหยอกเย้า

เขาเพิ่มสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถมากมายลงในสุรา นั่นจึงทำให้มันส่งกลิ่นหอมเย้ายวนและรสชาติคราได้ดื่มจึงสดชื่นยิ่งนัก

ทั้งหมดนี้ หยางเสี่ยวเทียนหมักมันด้วยวิธีโบราณ

มันสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย และกระตุ้นพลังชีวิตราวกับการดื่มน้ำอมฤตมิมีผิด ด้วยสรรพคุณของมันแน่นอนว่าย่อมมีผลต่อความงามของสตรีเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 189 การรวมกลุ่มอันประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว