เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 173 จมหายไปท่ามกลางเสียง

บทที่ 173 จมหายไปท่ามกลางเสียง

บทที่ 173 จมหายไปท่ามกลางเสียง


เดิมที เฉิงหลงผู้กำลังใช้ทักษะหัตถ์ปีศาจคัดแยกสมุนไพรรวดเร็วราวกับมีมากถึงแปดแขน ขณะเผยใบหน้าแย้มยิ้มด้วยสำราญใจในความสามารถตน เพราะคงไม่มีผู้ใด มีบารมีได้สืบทอดทักษะที่เป็นตำนานเช่นเขา

ซึ่งระหว่างเขามัวแต่ก้มหน้าลำพองนั้น เลือกสมุนไพรอย่างมุ่งมั่นมิสนใคร ก่อนจู่ๆ จะรู้สึกถึงลมกระโชกแรงดั่งเกิดพายุด้านข้าง ทำเขาต้องละสายหันมองทิศทางต้นกำเนิดลม พร้อมได้ประจักษ์เห็นหยางเสี่ยวเทียนใช้เพียงสองนิ้ว ดึงเอาสมุนไพรออกมาจากกระแสลมหมุนทีละชนิด ในท่วงท่าอย่างคล่องแคล่ว

เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ความว่องไวจากแขนทั้งแปดของเฉิงหลง ก็คลายลดลงพร้อมกับความมุ่งมั่นก่อนหน้า ขณะดวงตาเบิกค้างจับจ้องมองหยางเสี่ยวเทียน ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวส่วนใดเลยนอกจากนิ้วของเขาเพียงเท่านั้น

ระหว่างสติสัมปชัญญะถูกความประหลาดใจแลฉงนสงสัยครอบงำอยู่นั้น เสียงร้องตะโกนจากคนรอบข้างด้วยตื่นเต้น ก็พลันฉุดเขาหลุดกลับมาได้ยินสิ่งที่เรียกอยู่ตรงหน้านี้ว่า

“ทักษะวายุคลั่ง”

“วายุ… ทักษะวายุคลั่งงั้นรึ!” ทั่วสรรพางค์กายของเขาแข็งเกร็ง พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิบทักษะหลอมโอสถชั้นสูงด้วยงั้นหรือ!

เขาพลันขมวดคิ้วบนใบหน้าที่เริ่มดำมืดด้วยโทสะ ไฉนคนเช่นหยางเสี่ยวเทียนถึงมีทักษะสูงส่งเช่นนี้ไว้ในครอบครองได้

มิเพียงเฉิงหลงเท่านั้น แม้แต่เฉินจื่อหานผู้กำลังใช้ทักษะหัตถ์ทะยานเมฆา เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลขณะเลือกสมุนไพรอยู่นั้น เพลานี้ก็ได้นิ่งหยุดพร้อมหันสนใจหยางเสี่ยวเทียน ด้วยใบหน้าอันเปี่ยมไปกับความสับสนเฉกเช่นเดียวกัน

เติ้งอี้ชุน หูซิง และคนอื่นๆ ถึงกับนิ่งเงียบไม่เปิดปาก ต่างอ้าขากรรไกรค้างด้วยความประหลาดใจ

สายตาของพวกเขา ล้วนมีภาพหยางเสี่ยวเทียนประทับอยู่ในนั้น ภาพของเด็กหนุ่มที่ยืนมือไพล่หลังอยู่กลางสนามแข่งขัน

เวลาเดียวกันนี้ แสงแห่งสุริยันสาดส่อง จับต้องร่างหยางเสี่ยวเทียนขณะยืน พร้อมกับกระแสลมเบาบาง พัดผ่านเส้นผมจนปลิวพริ้วเล็กน้อย ทั่วร่างถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทองสะท้อนอ่อน ประหนึ่งเทพวัยเยาว์ลงมาจุติยังผืนพิภพนี้

“ข้าเลือกเสร็จแล้ว รบกวนช่วยตรวจสอบที” ขณะทุกคนตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกใจ หยางเสี่ยวเทียน ก็เปิดปากเอ่ยกับผู้ควบคุมการแข่งขันที่อยู่ด้านข้าง

เสียงหยางเสี่ยวเทียน ได้ปลุกกระทั่งผู้ควบคุมการแข่งขันตื่นขึ้น แต่ระหว่างที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำการตรวจสอบ หลินหยวนก็พลันกระโจนปราดลงมายังกองสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าหยางเสี่ยวเทียน แล้วทำการตรวจสอบสมุนไพรทั้งสิบสี่ชนิดอย่างละเอียดด้วยตัวเอง

“ผลไม้หนึ่งผล ระดับสูง ดอกไม้วิญญาณห้าชนิด ระ ระดับสูง…” หลินหยวนขานชื่อทีละชนิด พร้อมกับหัวใจอันเริ่มบีบรัดเข้าทุกครั้งที่ขานระดับของมัน

“สมุนไพรทั้งสิบสี่ชนิดนั้นล้วนถูกต้อง และยังเป็นระดับสูงทุกชนิด ใช้เวลาทั้งหมดสิบสามลมหายใจ” หลินหยวนเงยหน้าขณะสูดหายใจเข้าลึกๆ สงบสติอารมณ์ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะระงับความตื่นเต้นเอาไว้ได้

สิบสามลมหายใจ!

เวลาเพียงเท่านี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจทำได้

ต่อให้เขาทุ่มสุดกำลัง ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่สิบหรือห้าสิบลมหายใจ ในการแยกสมุนไพรทั้งสิบสี่ชนิด

ยิ่งไปกว่านั้น สมุนไพรที่หยางเสี่ยวเทียนคัดแยกมา พวกมันทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับสูง ไม่พลาดสักชนิด

ช่างเป็นหนุ่มน้อยที่สุดยอดนัก!

เมื่อได้ยินผลลัพธ์ที่หลินหยวนประกาศด้วยตัวเอง เฉิงหลง เฉินจื่อหาน และคนอื่นๆ ที่แต่เดิมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าการแยกสมุนไพรของหยางเสี่ยวเทียนจะต้องผิดพลาด หรือไม่ก็ควรเป็นระดับต่ำ

แต่ทว่า ผลที่ประกาศออกมานั้น กลับทำให้พวกเขาถึงกับเข่าอ่อนราวกับดินเหลว

ด้วยผลลัพธ์เช่นนี้ หยางเสี่ยวเทียนจึงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในรอบแรกอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้สมุนไพรที่พวกเขาเลือกมานั้น จะมีระดับสูงทั้งหมด แต่แล้วอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีทางเหนือกว่าหยางเสี่ยวเทียนได้ในตอนนี้

“หยางเสิน!”

“หยางเสิน!”

ทันใดนั้น อาจารย์และศิษย์ของสำนักเสินเจี้ยน พร้อมร้องตะโกนขานนามหยางเสินด้วยความภาคภูมิใจเป็นที่สุด โดยไม่ลืมหันแหกปากกับใบหน้าเยาะเย้ยส่งทางฝั่งกลุ่มศิษย์สำนักยวินฮุย ที่ตอนนี้ แทบหามุมหมุดหัวหลบจากความอับอายมิได้

“หยางเสิน!” แม้แต่ กู่ซี องค์ชายแห่งอาณาจักรกู่เจี้ยนก็แผดเสียงดังลั่น พร้อมใบหน้าแย้มสำราญด้วยความปลาบปลื้มยิ่งกว่าใครในสำนักเสินเจี้ยนเสียอีก

ศิษย์นักกระบี่หลายคนของอาณาจักรกู่เจี้ยน เดิมทีพวกเขาก็นับถือแลชื่นชมหยางเสี่ยวเทียนอยู่แล้ว คราเห็นว่าแม้แต่องค์ชายของพวกเขายังตะโกน ไฉนเลยพวกเขาจะกล้าน้อยหน้า

“หยางเสิน!”

คลื่นเสียงเริ่มก้องดังกังวานขึ้นเรื่อยๆ พานให้เฉิงเป้ยเป้ยและองครักษ์ของนางต่างพากันหูอื้อไปเป็นทอดๆ

เฉิงเป้ยเป้ยในยามนี้ จมหายไปท่ามกลางเสียงนั้น สีหน้าที่เคยร่าเริงกลับเปลี่ยนเป็นหม่นหมอง ชาทั้งหน้าพร้อมกายกระทั่งตัวหดเล็กลงอย่างสิ้นหวัง

เสียงตะโกนก้องดังอยู่เป็นเวลานาน ยากนักจะสงบลงได้

อีกด้านหนึ่ง ภายในสำนักเสินเจี้ยน หลินหยงและเฉินหยวนผู้กำลังยืนอยู่ยังลานเรือนพัก สนทนาเกี่ยวกับผลสอบปลายภาคของสำนัก จู่ๆ กลับเห็นความผิดปกติจากบรรดาศิษย์จำนวนมาก วิ่งกรูกันออกไปข้างนอกอย่างจ้าละหวั่น พานให้พวกเขาฉงนสงสัยในการกระทำนั้น

ทั้งสองพลันเรียกศิษย์คนหนึ่ง ที่กำลังวิ่งตามหลังกลุ่มคนอื่นๆ ไป แล้วถามว่าเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้น ไฉนวิ่งส่งเสียงเอะอะโวยวายกันเช่นนี้

“นั่นก็เพราะ ผู้อาวุโสหยาง เจ้าตำหนักหยาง เอ่อ หยางเสินเข้าร่วมแข่งขันหลอมโอสถวันนี้ด้วยนะขอรับ” ศิษย์น้อยตอบอย่างตื่นเต้น จนเรียกนามของหยางเสี่ยวเทียนทุกนามที่จำได้

หลินหยงและเฉินหยวนพลันสะดุ้งพร้อมกันทันทีหลังกว่าจะฟังจบ

“เจ้าหมายถึงท่านเจ้าตำหนักหยาง เขาเป็นนักปรุงโอสถงั้นรึ เขาผ่านการสอบนักปรุงโอสถแล้วงั้นรึ?” หลินหยงขมวดคิ้วถามด้วยความรู้สึกประหลาดใจปนสงสัย

ก่อนทั้งสองจะทันตื่นตัวได้อย่างเต็มที่ ก็มีศิษย์คนหนึ่งร้องตะโกนวิ่งผ่านแฉลบไป “ท่านเจ้าตำหนักหยางเพิ่งใช้ทักษะวายุคลั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบทักษะหลอมโอสถชั้นสูง และตอนนี้เขาคว้าอันดับหนึ่งในรอบแรกแล้ว!”

สิบทักษะหลอมโอสถชั้นสูง!

ทักษะวายุคลั่ง!

หลังศิษย์ผู้นั้นทำความเคารพและจากไปแล้วพักหนึ่ง ทว่า หลินหยงกับเฉินหยวนกลับยังคงยืนนิ่งราวดินปั้นอยู่ตรงนั้นนานสองนาน พร้อมด้วยนัยน์ตาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

“นั่นหมายถึง เจ้าตำหนักกระบี่เรางั้นหรือ!” เฉินหยวนเปิดปากกล่าวด้วยความตกใจ หลังจากเวลาล่วงเลยไปนานประมาณหนึ่ง ถึงได้สติกลับมา

หลินหยงสะดุ้งได้สติ หลังได้ยินเสียงเฉินหยวนกล่าวเมื่อครู่ เขาสูดหายใจลึกๆ “ใช่แล้ว” จากนั้นเขาก็ทอดถอนใจกล่าวว่า “เฮ้ย…ข้าเกือบจะกลายเป็นคนเขลาของสำนักไปแล้ว!”

วาจาเมื่อครู่ หมายถึงตอนที่เฉินหยวนบากหน้ามาขอให้เขา อนุญาตหยางเสี่ยวเทียนอยู่ในสำนักเสินเจี้ยนแห่งนี้

“ท่านเจ้าตำหนักกำลังเข้าร่วมการแข่งขันหลอมโอสถ เช่นนั้น เราควรไปบอกผู้อาวุโสเฉินและคนอื่นๆ ดีหรือไม่…” เฉินหยวนกล่าวด้วยความตื่นเต้นพร้อมหันหาหลินหยง “นะ… นั่นท่านกำลังไปไหน”

“รีบไปบอกผู้อาวุโสเฉินและคนอื่นๆ น่ะสิ!” เฉินหยวนยังไม่ทันกล่าวจบ หลินหยงผู้ตาสว่างขึ้นกลับเคลื่อนตัวแล้ว

ครู่ต่อมา ร่างคนทั้งเจ็ด ก็ท่องกระบี่เหินเวหาพุ่งออกจากตำหนักกระบี่อย่างรวดเร็ว

เจ็ดร่างนั้น คือผู้อาวุโสทั้งห้า  หลินหยงและเฉินหยวน พวกเขารีบไปยังพื้นที่จัดการแข่งขันหลอมโอสถ ด้วยความเร็วมากสุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ในเพลานี้

จบบทที่ บทที่ 173 จมหายไปท่ามกลางเสียง

คัดลอกลิงก์แล้ว