เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 162 เจ้าอยากพิชิตเปลวไฟดารางั้นหรือ

บทที่ 162 เจ้าอยากพิชิตเปลวไฟดารางั้นหรือ

บทที่ 162 เจ้าอยากพิชิตเปลวไฟดารางั้นหรือ


ก่อนหน้านี้ เขาเคยคิดสงสัยแลคาดเดากับตนมาเสมอ ว่าหยางเสี่ยวเทียนหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการระดับนิรันดร์ได้อย่างไร

ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว

แต่สิ่งที่หลัวชิงไม่รู้แท้จริงคือ โอสถวิญญาณสี่ประการระดับนิรันดร์จำนวนมาก ที่หยางเสี่ยวเทียนเคยหลอมก่อนนั้น ไม่ได้ขัดเกลาด้วยเปลวไฟเก้าหงส์สุวรรณ แต่เป็นเปลวไฟอัสนีแห่งทัณฑ์สวรรค์ หนึ่งในไฟศักดิ์สิทธิ์อันดับที่สิบสี่

เมื่อทั้งสองได้เปลวไฟเก้าหงส์สุวรรณเปิดทาง พวกเขาก็เริ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทดแทนเวลาที่เสียไปก่อนหน้า

หยางเสี่ยวเทียนตัดสินใจถูกจริงๆ ที่ใช้เปลวไฟเก้าหงส์สุวรรณเป็นตัวช่วยในการเปิดทางครั้งนี้ เพราะมันไม่เพียงกำจัดหมอกพิษอันหนาทึบจนมองไม่เห็นแวดล้อมรอบด้านเท่านั้น แต่สัตว์ร้ายที่ซุ่มหมายจู่โจม พวกมันยังต้องพากันแตกหนีด้วยพลังการเผาผลาญจากเปลวไฟ

ขณะทั้งสองยังคงเดินมุ่งหน้าไปอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย หยางเสี่ยวเทียนกลับพลันเหลือบเห็นแสงสีทองสว่างใสท่ามกลางความมืดราวดวงประทีปน้อยๆ บนผาสูงด้านหน้า

ซึ่งทันทีที่หยางเสี่ยวเทียนเห็นแสงสีทองนี้ เขาจึงรีบสับขาเดินเข้าหามันยังผาเบื้องหน้า ด้วยสัมผัสได้ว่ามันน่าจะเป็นสิ่งใด

“รากบัวทอง!” หลัวชิงเอ่ย น้ำเสียงระคนประหลาดใจ ด้วยเขาไม่หวังว่าจะพบเจอมันในสถานที่เช่นนี้

สรรพคุณของรากบัวทอง ไม่เพียงสามารถขจัดพิษได้หลายร้อยชนิดเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมพลังให้แก่ปราณแท้ ทั้งยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของการหลอมโอสถขั้นมหาสมบัติ

โอสถขั้นมหาสมบัติทุกประเภท ล้วนมีความบริสุทธิ์ที่เหนือยิ่งกว่าบรรดาโอสถขั้นเซียนเทียน เช่นโอสถวิญญาณหลงหู่หรือโอสถวิญญาณสี่ประการ ที่เขาหลอมใช้อยู่ทุกวันนี้เสียอีก

ยิ่งกว่านั้น หากมองดูรากบัวทองตรงหน้านี้ ที่สามารถเปล่งแสงสีทองออกมาได้แล้ว แสดงว่าอายุของมันต้องไม่ใช่น้อยๆ แน่นอน

หยางเสี่ยวเทียนกระโดดขึ้นไปบนชะง่อนผา แล้วเก็บรากบัวทองนั้นอย่างระมัดระวังที่สุด ก่อนลงมารวมตัวกับหลัวชิงผู้เฝ้าสังเกตการณ์เหตุไม่พึงประสงค์เบื้องล่าง

สมุนไพรสำคัญในการหลอมโอสถขั้นมหาสมบัตินั้นหาได้ยาก ดังนั้นจึงมิแปลก หากพวกเขาทั้งสองจะมีอาการตื่นเต้นยินดีเป็นพิเศษ ด้วยไม่คาดคิดว่าการมายังสถานที่แห่งนี้ จะมีโอกาสได้พบกับรากบัวทองและนำมันกลับไปด้วย

หลังหยางเสี่ยวเทียนเก็บมันใส่ในแหวนเตาหลอม ทั้งสองก็เริ่มเดินหน้าหาจุดหมายต่อไป

ขณะพวกเขากำลังมุ่งหน้าถึงส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาพิษดับวิญญาณ ทันใดนั้น ประกายแสงระยิบระยับจากดวงดาราอันน่าอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ไม่ไกลจากทิศทางที่ทั้งคู่ยืนอยู่นัก

หยางเสี่ยวเทียนเผยแย้มยิ้ม แสดงสีหน้าอย่างคนมีความสุขทันที เมื่อรู้ว่าการบากบั่นฝ่าฟันอุปสรรคมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า

ด้วยแสงอันแพรวพราวที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนี้ มิต้องสงสัยเลยว่าใช่เปลวไฟดาราหรือไม่

ระหว่างที่หยางเสี่ยวเทียนกำลังย่างเท้าเข้าหามันอย่างไม่ไหวจะรั้งรออีกแล้ว เสียงก้องดังอันไม่น่าเกิดเพราะเปลวไฟดารากระทำเองก็พลันสนั่นขึ้น ทำเขาต้องชะงักฝีเท้าหยุดนิ่ง

ครั้นสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าประหลาดใจนี้ แววตาของหยางเสี่ยวเทียนก็ถึงกับหรี่ลง ด้วยเริ่มแน่ใจว่าเสียงเช่นนี้จะไม่มีทางเกินขึ้น หากไม่มีผู้ใดเข้าใกล้ไฟประหลาดเหล่านั้น เพื่อหวังได้ครอบครองมัน

มีคนกำลังพิชิตเปลวไฟดารา ในสถานที่เช่นนี้ด้วยงั้นหรือ!

“นายน้อย โปรดระวังตัวด้วย” หลัวชิงกล่าวพร้อมกับมีสีหน้าเคร่งขรึม

หากพินิจจากกลิ่นอายอันทรงพลังที่กระจายออกมาพร้อมเสียงครู่นั้น ความแข็งแกร่งนี้ เกรงว่าอีกฝ่ายต้องมีพลังเหนือเขาเป็นแน่

หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้า จากนั้นสืบเท้าอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางของเปลวไฟดารา

ไม่ช้า หลังจากหยางเสี่ยวเทียนมาถึงบริเวณที่คาดจะเป็นต้นกำเนิดเสียง เขาก็มองเห็นเปลวไฟดาราอยู่เบื้องหน้า

เปลวไฟดาราลอยอยู่เหนือพื้นพิภพตรงหน้าเขา รูปลักษณ์ภายนอกของมันถูกห้อมล้อมไปด้วยดวงดาวคล้ายอัญมณีส่องแสงระยิบระยับมากมายสุดคณานับ ช่างเป็นเปลวไฟที่งดงามตระการตาอย่างกับฝันยิ่ง

ห่างออกไปจากเปลวไฟดาราราวสามร้อยฉื่อ มีร่างคนถึงหกร่างยืนอยู่ที่นั่น ซึ่งผู้นำเป็นชายชราหนึ่งในนั้น และทั้งหกยังสวมอาภรณ์ลักษณะแปลกพิกล ประหนึ่งเป็นคนจากชนเผ่าโบราณสักเผ่า

ส่วนชายชราที่เป็นผู้นำ ในมือถือไม้เท้าขนาดใหญ่ ช่วงปลายของไม้เท้าด้านบนมีแสงจากอักษรรูนลอยปกคลุมอยู่

ทั้งหกคน ล้วนมีรอยถูกไฟไหม้หลายแห่งตามร่างกาย อาภรณ์ก็ขาดรุ่งริ่งประหนึ่งห่มเพียงเศษผ้า ทำหยางเสี่ยวเทียนที่ได้เผลอมองไปแล้วแทบละสายตาหนีไม่ทันด้วยอุจาดตา แม้ในแววตาพวกเขาตอนนี้ จะแสดงออกถึงความหวาดผวาเป็นที่สุด

เห็นได้ชัดว่าทั้งหกคนกำลังร่วมมือกันพิชิตเปลวไฟดารา ทว่า ความแข็งแกร่งของเปลวไฟมันเกินกว่าที่หกคนนั้นจะรับมือได้

เมื่อทั้งหกได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังมุ่งมาใกล้ พวกเขาก็หันมองพร้อมเผยสีหน้าประหลาดใจทันที เพราะผู้ที่สืบเท้าเข้ามานั้น คือหยางเสี่ยวเทียน ซึ่งเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งแต่สีหน้าไร้ความสะพรึงใดๆ ต่ออันตรายตรงนี้

หลังผ่านประสบการณ์ที่ถูกเปลวไฟแผดเผาจนบาดเจ็บอย่างเลวร้าย ชายชรานั้นจึงรีบเอ่ยห้ามขึ้นน้ำเสียงดูห่วงใย “เจ้าหนู หุบเขาพิษดับวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ไม่ใช่สถานที่ของเด็กจะมาเดินเล่น เจ้าจงรีบออกไปเร็วเข้า!”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงดูเป็นกังวลเช่นนั้นของชายชรา หยางเสี่ยวเทียนจึงส่ายศีรษะพร้อมกล่าวออกไปตามจริงโดยมิคิดอะไร “ข้าก็มาที่นี่ เพื่อพิชิตเปลวไฟดาราเช่นกัน”

คำกล่าวของเด็กเบื้องหน้า พานให้ทั้งหกคนต่างตกตะลึงไปตามกัน

เพื่อพิชิตเปลวไฟดารางั้นรึ!

ชายชราเผยยิ้มอย่างเหลือเชื่อ ก่อนกล่าวทวนคำพูดของเด็กน้อยไร้เดียงสาผู้นี้ว่า “เจ้าก็อยากจะพิชิตเปลวไฟดาราเช่นนั้นหรือ”

แม้ตัวเขาเองจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งไม่น้อย แต่ยังมิอาจพิชิตเปลวไฟดาราได้เลย

สำมะหาอะไรกับเด็กน้อยผู้นี้ ที่เพิ่งเกิดมาประสบพบเจอแลมีประสบการณ์บนโลกได้เท่าไรเอง  จะเอาความแข็งแกร่งมาจากไหน พิชิตเปลวไฟดาราได้

หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ ข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งนี้”

เมื่อหลายคนได้ยินน้ำคำหนักแน่นนี้ พวกเขาก็ต่างหันมองหน้ากันก่อนจะแสดงรอยยิ้ม

“แม้แต่อาจารย์ของข้า ก็ยังมิอาจพิชิตเปลวไฟดาราได้ เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว เจ้ายังอยากลองพิชิตมันอีกงั้นหรือ” ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แล้วกล่าวเสริมว่า “เจ้าหนู เจ้าอายุเท่าไหร่กัน มิใช่ว่าเพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์ให้ตื่นขึ้นกระนั้นหรือ”

อาจารย์ของเขาที่หมายถึง คือชายชราผู้ถือไม้เท้าที่มีอักษรรูนตรงนั้น

และชายชราที่ว่านี้ เป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งมากสุดของอาณาจักรโดยรอบ ซึ่งแม้แต่อาจารย์เขายังไม่สามารถพิชิตมันได้ สำมะหาอะไรกับเด็กที่เพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์ขึ้นมาเช่นหยางเสี่ยวเทียน

จบบทที่ บทที่ 162 เจ้าอยากพิชิตเปลวไฟดารางั้นหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว