เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 158 ทุบอกกระทืบเท้า

บทที่ 158 ทุบอกกระทืบเท้า

บทที่ 158 ทุบอกกระทืบเท้า


แม้แต่นักปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่แห่งอาณาจักรเสินไห่ ที่ต่อให้ใช้ทั้งชีวิต พวกเขาก็ไม่สามารถหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ได้เพียงเม็ดเดียว แต่ใต้เท้าหลงที่อยู่ตรงหน้านางผู้นี้ กลับสามารถหลอมได้มากถึงสิบเม็ดในหนึ่งเดือน

ในไม่ช้า ข่าวที่สมาคมการค้าเฟิงยวินจะเปิดประมูลโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ทั้งสิบในอีกหนึ่งเดือน ก็แพร่สะพัดพร้อมทั้งกระจายไปอย่างรวดเร็ว

บรรดาเหล่าตระกูลน้อยใหญ่ กระทั่งมหาอำนาจอย่างบุคคลในราชวงศ์หลักของอาณาจักรโดยรอบทั้งหมด ยังสั่นสะเทือนกับข่าวนี้

“อะไรนะ เดือนหน้าสมาคมการค้าเฟิงยวิน จะเปิดประมูลโอสถวิญญาณหลงหู่ ระ…ระดับนิรันดร์ สิบเม็ดงั้นรึ” หลินหยง เจ้าสำนักเสินเจี้ยนถึงกับมือไม้อ่อนแรงทิ้งถ้วยชาในมือหกเลอะพื้น

“สิบเม็ด โอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ตั้งสิบเม็ดเชียวนะ” เขาหันมองเฉินหยวนด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง ขณะกล่าวน้ำเสียงเลื่อนลอยราวกับวิญญาณหลุดจากร่าง

“สมาคมการค้าเฟิงยวิน ได้โอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์มากมายเช่นนี้จากไหนกัน” หลินหยงพึมพำทั้งส่ายศีรษะ ด้วยคับข้องใจอยู่ในอก

ก่อนจู่ๆ จะพลันดีดตัวนั่งตรง หลังนึกถึงบุคคลนั้น ผู้น่าจะสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้ ขนทั่วกายหลินหยงพลางลุกชันทันทีที่คิด

“เป็นไปได้ไหมว่า…” เขาเปิดปากกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ

“ใช่ เป็นใต้เท้าหลงอีกครั้ง ที่ขายมันให้พวกเขา ผู้ประเมินจากสมาคมการค้าเฟิงยวินระบุว่าโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดนี้ ได้รับการหลอมในเดือนนี้ ทั้งหมด” เฉินหยวนพยักหน้ากล่าวน้ำคำประหนึ่งสำราญใจ

ซึ่งขณะที่เฉินหยวนกล่าวถึงใต้เท้าหลง อากัปกิริยาเขาดูมีท่าทีแลสีหน้าชื่นชมคนผู้นี้เป็นที่สุด แม้เขาจะไม่ใช่นักปรุงโอสถ แต่ยังคงรู้สึกชมชอบใต้เท้าหลงด้วยใจอันปลื้มปิติยิ่ง

เพราะโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ทั้งสิบเม็ด ที่ได้รับการหลอมในเดือนเดียว นับว่าไม่เคยเกิดหรือปรากฏขึ้นที่ใดมาก่อน แม้นจะมีนักปรุงโอสถผู้เคยพยายาม แต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งได้มาภายในเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้

แต่ใต้เท้าหลงผู้นี้ ช่างมีทักษะการหลอมโอสถที่แข็งแกร่งจนน่าเกรงขามจริงๆ!

หลินหยงถอนหายใจด้วยอารมณ์กลัดกลุ้มเสียดาย “ไม่น่าแปลกใจเลย ที่บรรดาองค์จักรพรรดิของอาณาจักรโดยรอบ ต่างก็ต้องการพบใต้เท้าหลง เพราะหากพวกเขามีใต้เท้าหลงคอยช่วย ไยต้องกังวลว่าคนในราชวงศ์ขององค์จักรพรรดิทุกผู้จะไม่แข็งแกร่งแลมีอำนาจขึ้น!”

กล่าวเช่นนั้นแล้ว เขาก็ทุบอกกระทืบเท้า เวทนาในความสามารถตน ผู้เป็นถึงเจ้าสำนักอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรเสินไห่

“เหตุไฉนคนเช่นนี้ ข้าผู้เป็นถึงเจ้าสำนักเสินเจี้ยนจึงไม่สามารถสืบหา หรือมีโอกาสพบเขาสักครั้ง ให้ข้าได้ร้องขอเขาเข้าร่วมเป็นหนึ่งในปรมาจารย์ผู้ทรงเกียรติของสำนักเรา สำนักเสินเจี้ยนของเรา”

“ไม่อย่างนั้นแล้ว สำนักเสินเจี้ยนของเราคงได้เป็นสำนักอันดับหนึ่ง ที่ทรงอำนาจแลแข็งแกร่ง มีผู้คนนับหน้าถือตาเป็นที่สุดในจักรวรรดิเทียนโต้ว!” หลินหยงเอ่ย ระบายความคับอกคับใจ

ในเวลาเดียวกันนี้

หลัวจวิ้นเผิงและเติ้งอี้ชุนจากสำนักยวินฮุย ทั้งคู่ยังได้ทราบเรื่องที่ใต้เท้าหลงปรากฏตัว พร้อมขายโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์สิบเม็ดให้กับสมาคมการค้าเฟิงยวิน ซึ่งก็ทำพวกเขาตื่นตระหนกไม่น้อยเช่นกัน

“ท่านเจ้าสำนักให้คนส่งข่าว ว่าเขาจะมาเยือนที่เมืองเสินเจี้ยนด้วยตนเอง”

“อะไรนะ ท่านเจ้าสำนักจะมาเยือนที่เมืองเสินเจี้ยนด้วยตนเองอย่างนั้นรึ!” เติ้งอี้ชุนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

หากไม่ใช่เรื่องสำคัญใหญ่หลวงอะไร มีหรือที่ท่านเจ้าสำนักยวินฮุยจะออกจากสำนักมาลงมือด้วยตนเอง จึงมิแปลกที่เติ้งอี้ชุนจะแสดงท่าทีตกใจเช่นนี้

“อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า สมาคมการค้าเฟิงยวินจะเปิดประมูลโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับนิรันดร์ทั้งสิบเม็ดนั้น ท่านเจ้าสำนักต้องการเข้าร่วมการประมูลและสังเกตการณ์เองว่าจะขอพบปะใต้เท้าหลงได้หรือไม่” หลัวจวิ้นเผิงกล่าวสีหน้าเคร่งเครียด

“ซึ่งงานนี้ ไม่มีเพียงท่านเจ้าสำนักของเราเท่านั้นที่มาแน่ แต่ข้าเกรงว่าอาจมีเจ้าสำนักหลักอื่นๆ อีกสองสำนัก และบางทีองค์จักรพรรดิของอาณาจักรเรา ก็อาจมาเยือนที่เมืองเสินเจี้ยนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน!” เขาเสริม

ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อได้มีโอกาสพบปะใต้เท้าหลงคนนั้นเองหรือ นับเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากยิ่งสำหรับเมืองเสินเจี้ยนแห่งนี้

เติ้งอี้ชุนอ้าปากกว้าง หลังได้รับรู้เช่นนั้น เพราะแม้แต่เขาที่ถือว่าเป็นนักปรุงโอสถผู้มีชื่อเสียง ก็ยังมิมีโอกาสหรือได้เกียรติให้บุคคลเหล่านั้นชื่นชมมากถึงเพียงนี้

องค์จักรพรรดิถึงกับเสด็จออกจากวังหลวงเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เพื่อได้มีโอกาสอันน้อยนิดพบพานคนผู้นั้น และผูกสัมพันธ์ไมตรีหวังใช้งานในภายภาคหน้า

หากเป็นเพียงสถานการณ์ปกติ ผู้ทรงมหาอำนาจอย่างองค์จักรพรรดิจะเสด็จออกจากวังหลวงเหมือนครานี้หรือไม่ คงไม่เป็นเช่นนั้นแน่

แต่คราวนี้ เขายอมกระทั่งเจียดกายออกจากเมืองหลวง เพียงเพื่อได้พบกับใต้เท้าหลง ผู้มิมีใครคาดเดาหรือเสาะหาตัวตนของเขาได้ง่ายๆ เลย

“เมืองเสินเจี้ยน จะต้องปั่นป่วนมหาศาลแน่” หลัวจวิ้นเผิงกล่าวด้วยอารมณ์ไม่สบายใจ

ด้วยเขาสามารถจินตนาการได้ชัด ว่าเหล่าวิญญาจารย์ผู้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งบรรดานักปรุงโอสถผู้มีชื่อเสียงจำนวนนับไม่ถ้วนจะแห่แหนกันมาที่เมืองเสินเจี้ยนหนาแน่นเช่นไร

“อย่างไรก็ตาม ใต้เท้าหลงผู้นี้มิค่อยปรากฏตัวให้ผู้ใดประสบพบเจอได้ง่ายๆ นัก ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว เขาก็เพียงมาและไปอย่างไร้ร่องรอย มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับงานที่เราได้รับมอบหมายยิ่งนัก!” เติ้งอี้ชุนรู้สึกเป็นทุกข์

เขาพำนักอยู่ในเมืองเสินเจี้ยน เพื่อติดตามหาข่าวคนผู้นี้มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ยังไม่พบร่องรอยของใต้เท้าหลงเลยสักครั้ง

แม้จะพอมีความสามารถ ได้รับข่าวสารบางอย่างเกี่ยวกับใต้เท้าหลงจากเหวินจิงอวี๋ นางผู้ดูแลสมาคมการค้าเฟิงยวินเท่านั้น แต่ข้อมูลจากคำกล่าวเพียงแค่นี้ ไม่มีประโยชน์อันใดสำหรับเขาเลย

ส่วนทางฝั่งของหยางเสี่ยวเทียน

หลังเขากลับจากสมาคมการค้าเฟิงยวิน พร้อมมีหนึ่งล้านเหรียญทองเก็บในแหวนเตาหลอม เพียงเท่านี้ เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก กระทั่งวันนี้ มิต้องนึกถึงสิ่งใดนอกจากฝึกปรือเสริมความแข็งแกร่งของตนเอง

ในวันรุ่งขึ้น เขาถึงสั่งคนตามเลี่ยวคุนและจางจิงหรง เพื่อมอบหมายงานให้พวกออกเดินทางหาซื้อทาส ที่อยู่ในขั้นนักยุทธ์ระดับสิบมาเพิ่มอีกจำนวนมาก

ถึงตอนนี้ เขาจะมีทาสกว่าสามร้อยคน ที่เป็นวิญญาจารย์อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ภายใต้บัญชาเขาแล้ว แต่ทั้งหมดที่เขามี ยังนับว่าน้อยเกินไป

เสร็จจากสั่งงานเลี่ยวคุนและจางจิงหรง เวลาเดียวกัน เขาก็ขอให้อัตกับอาลี่ดำเนินเรื่องหาซื้อจวนโดยรอบเพิ่มอีกเช่นกัน

พอทั้งสองได้ยินอย่างนั้น พวกเขาก็ถึงกับลิ้นออกด้วยเหน็ดเหนื่อย เมื่อต้องหาซื้อจวนโดยรอบทั้งหมดดั่งที่นายน้อยกล่าวจริง อีกทั้ง หากพวกเขาซื้อมันสำเร็จและต่อเติมจนสมบูรณ์ จวนของนายน้อยคงจะใหญ่เกินหน้าเกินตาจวนท่านเจ้าเมืองเสินเจี้ยนเป็นแน่

ซึ่งหากมันใหญ่โตกว่าจวนเผิงจื้อกังเจ้าเมืองเสินเจี้ยน เขาคงจะรู้สึกอึดอัดแลไม่สบายใจอยู่ไม่น้อย ปัญญาเหล่านี้อาจสร้างความยุ่งยากให้เราในภายภาคหน้าได้

ทั้งสองแสดงความกังวลต่อหยางเสี่ยวเทียน ด้วยเป็นห่วงผู้เป็นนายอย่างถึงที่สุด

จบบทที่ บทที่ 158 ทุบอกกระทืบเท้า

คัดลอกลิงก์แล้ว