เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 112 การลงมือของเติ้งอี้

บทที่ 112 การลงมือของเติ้งอี้

บทที่ 112 การลงมือของเติ้งอี้


เติ้งอี้ผู้อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ระดับสิบ กระบี่ของเขารวดเร็วและแข็งแกร่งมากพอจะสังหารวิญญาจารย์ระดับเดียวกันจำต้องวายชนม์ สำมะหาอะไรกับผู้ที่อยู่ในขั้นนักยุทธ์อย่างหยางเสี่ยวเทียน ที่เขากำลังถลา พุ่งตัวเข้าหาจากทางด้านหลังอย่างเลือดเย็น

ครั้นหยางเสี่ยวเทียนสัมผัสได้ถึงอายสังหารขณะเติ้งอี้กำลังพุ่งกระบี่เข้าหา หยางเสี่ยวเทียนก็เคลื่อนไหว หายลับไปจากสายตาของบุคคลที่สามอย่างรวดเร็ว

“อะไรกัน!” เติ้งอี้แสดงสีหน้าประหลาดใจ

เพราะชายตรงหน้าที่เขาหมายสังหารนั้น จะหายไปจากสายตา ทำกระบี่ที่เขามั่นใจแทงพลาดไปได้อย่างไร

ระหว่างเติ้งอี้ยืนระส่ำระสายด้วยฉงนใจ ทันใดนั้น ก็มีกระบี่แทงเข้ามาอย่างกะทันหันขณะเขาไม่ทันระวังตัว

ท่ามกลางความมืดมิด แสงกระบี่ทอประกายสีครามอันเย็นยะเยือก พร้อมส่งเสียงแหลมหวีดหวิวจนแสบหูยามมันทะลวงผ่านอากาศ พุ่งเข้ามาเบื้องหน้าหาเขาอย่างมิปรานีแม้แต่น้อย

คราได้เห็นปราณกระบี่ทะลวงตรงมาหาตนขณะชะงักนิ่ง สีหน้าเติ้งอี้ก็ผันเปลี่ยนไปอ้าปากค้าง เบิกตาถลึงด้วยความหวาดกลัวเป็นที่สุด กว่าสติสัมปชัญญะจะสั่งให้มือยกกระบี่ขึ้นปัดป้องโดยไม่รู้ตัว

แม้นร่างกายเขาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังช้าไปครึ่งก้าว

และแล้ว ปรานกระบี่ก็แทงทะลวงยังซี่โครง ทะลุผ่านร่างเขาไปในที่สุด

ทันทีที่เติ้งอี้รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ซี่โครง ก็พลันเปิดปากแผดร้องคำรามดังลั่น แล้วล้มตัวคุกเข่าลงไปข้างหนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหยางเสี่ยวเทียนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

คนที่จู่โจมข้าเมื่อครู่ คือหยางเสี่ยวเทียนเองงั้นหรือ!

แต่นั่น จะเป็นไปได้อย่างไร!

ข้าคนนี้น่ะหรือ ข้าผู้อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ระดับที่สิบ!

กลับถูกหยางเสี่ยวเทียน แทงโดยไม่ทันตอบสนอง อีกทั้งเจ้านั่นเพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์ได้ไม่นาน แล้วไฉนกลับทำร้ายข้าผู้นี้จนบาดเจ็บ

เขายกมือขึ้นสัมผัสยังซี่โครง ที่ตอนนี้เริ่มมีของเหลวไหลโชคออกมาเป็นทางยาว

ของเหลวจากเลือดทำให้ร่างกายครึ่งท่อนล่างเขา เปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงฉาน ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งอย่างน่าสะอิดสะเอียน

“ไม่ใช่เจ้าเพิ่งทะลวงระดับห้า ในขั้นนักยุทธ์หรือ!” เติ้งอี้พูดด้วยความตกใจ

“ใครบอกเจ้า ว่าข้าอยู่ในขั้นนักยุทธ์ระดับห้า” หยางเสี่ยวเทียนเผยรอยยิ้มเยือกเย็น และไม่พยายามเก็บซ่อนมันอีกต่อไป กลิ่นอายพลังยุทธ์ขั้นเซียนสวรรค์ระดับห้าขั้นปลาย แผ่ทะลักออกมาปกคลุมไปทั่วร่างของเขาอย่างน่าสะพรั่งพรึง

“เซียนสวรรค์ระดับห้าขั้นปลาย!” เติ้งอี้อุทานด้วยสีหน้าซีดเผือดขณะดวงตาพลันเบิกกว้าง

หยางเสี่ยวเทียนเพิ่งเข้าศิษย์ปีหนึ่งของสำนักเสินเจี้ยน ไฉนกลายเป็นวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ และไม่เพียงพลังยุทธ์อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์เท่านั้น แต่ยังเป็นระดับห้าขั้นปลายอีกด้วย

นี่ นี่ นี่เจ้า!

เติ้งอี้แทบไม่อยากเชื่อในสายตาตนเองขณะนี้

หยางเสี่ยวเทียนเพียงเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา “เจ้าคือเติ้งอี้ ศิษย์จากฝ่ายในใช่หรือไม่ หูซิงคงขอให้เจ้ามาสังหารข้าเช่นนั้นสิ หึ! แม้นทักษะจากเพลงกระบี่ปีศาจของเจ้าไม่เลว แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่เชี่ยวชาญมันมากพอ”

เมื่อครู่ เติ้งอี้ลอบสังหารเขาโดยใช้ทักษะจากเพลงกระบี่ปีศาจ ที่ฝึกฝนจนบรรลุถึงขั้นฉลาดล้ำเลิศเพียงเท่านั้น

แต่ขณะที่หลัวชิงกำลังจะลงมือ หยางเสี่ยวเทียนก็พลันยกมือขึ้นปรามเขาไว้ก่อน “ไม่ต้อง ข้าจัดการเขาเอง” เป็นเวลาอันประจวบเหมาะ ที่เขาจะได้ใช้เติ้งอี้ผู้นี้ ทดสอบกระบวนท่าใหม่ของตน

เติ้งอี้มองไปยังหยางเสี่ยวเทียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาสูดหายใจเข้าลึก เพื่อระงับอาการความหวั่นเกรง แล้วแสร้งทำเป็นหัวเราะอย่างเย็นชา

“ฮึ ฮึ หยางเสี่ยวเทียน เจ้าซ่อนพลังได้ไม่เลว แม้ตอนนี้เจ้าจะกลายเป็นวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ระดับห้าขั้นปลายแล้วอย่างไร ข้าก็ไม่มีทางเชื่อ ว่าคนเช่นเจ้าจะสามารถสังหารข้า ผู้เป็นวิญญาจารย์ในขั้นเซียนสวรรค์ระดับสิบได้!”

แม้เพลงกระบี่ของหยางเสี่ยวเทียนจะอยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบขั้นปลาย แต่ความแตกต่างระหว่างขั้นฉลาดล้ำเลิศขั้นต้นนั้น มีความต่างกันอยู่ในขั้นแยกย่อยเพียงห้าขั้น

เติ้งอี้จึงไม่เชื่อว่าหยางเสี่ยวเทียนจะสามารถเอาชนะเขาได้ ที่เขาได้รับบาดเจ็บจากหยางเสี่ยวเทียนครู่นั้น ก็เพราะความประมาทของตนเอง หาใช่ความสามารถของหยางเสี่ยวเทียนไม่

“จริงหรือ” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวน้ำเสียงเย็นชา

ทันใดนั้น เขาก็พุ่งปราดหายวับ ก่อนจะปรากฏตัวประจันหน้าเติ้งอี้พลางให้เขาสะดุ้งสุดตัว แววตาที่มองสบกับนัยน์ตาเติ้งอี้นั้น มันต้องแสงเย็นจากจันทราส่องประกายวาว ราวดวงตาของมารร้ายมิมีผิด

กระบี่ตงเทียนปรากฏขึ้นจากมือของหยางเสี่ยวเทียน ก่อนเขาจะคว้าด้ามกระบี่ไว้แน่น

ไม่ช้า ก็แทงออกไปหาคนเบื้องหน้าทันที

เติ้งอี้เห็นเพียงฝนกระบี่หลากสีสัน

ฝนกระบี่ตกลงมาจากท้องฟ้ายามมืดมิด งดงามและดูอ่อนโยน ทำเขาเหม่อมองมันอยู่นาน

เขาไม่เคยเห็นฝนกระบี่ที่สวยงามเช่นนี้มาก่อน

หลังเผลอเรอในความสับสนเพียงช่วงสั้นๆ เติ้งอี้ถึงได้สติตอบสนอง เปลี่ยนสีหน้าไปสะพรึงด้วยตกใจ พร้อมเหวี่ยงกระบี่ยาวในมือขึ้นปัดป้องอย่างดุเดือดเหนือท้องฟ้า ปรากฏเป็นม่านกระบี่ส่งไปป้องกัน พยายามปิดกั้นฝนหลากสีสันของกระบี่เหล่านั้น

ขณะที่ความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บก่อนหน้า จะทำให้กระบี่ในมือรู้สึกหนักหน่วงผิดปกติไปมาก แต่เขาก็ยังทนกัดฟัน ยกมันฟาดฟันออกไปพร้อมแหกปากร้องเสริมกำลังตนแม้สุดท้ายมันจะไร้ประโยชน์

ฝนกระบี่หลากสีสันซึ่งดูอ่อนโยนแลไม่มีอันตรายถึงตาย กลับพุ่งทะลุม่านกระบี่ด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าเขาขณะนี้ทันที จากนั้น มันก็โจมตีหาร่างกายอันบอบบางนั้นไปอย่างต่อเนื่อง

เติ้งอี้ผู้ถูกห่าฝนจากปราณกระบี่โถมกระหน่ำ ส่งให้กายเขาได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจวนแทบหมดสติ ก่อนที่ในไม่ช้า ฝนกระบี่นั้นจะพลันหยุดลง

เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ก่อนออกจากเมืองเสินเจี้ยนยังเคยสะอาดบริสุทธิ์ ตอนนี้กลับขาดวิ่นเต็มไปด้วยร่องรอยจากคมกระบี่เป็นรูหนาทึบทั่วกาย ไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิมของเติ้งอี้ผู้ยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว

เลือดหยดไหลออกจากรู ทุกรูที่กระบี่ทะลวงผ่านเข้าไปอย่างน่าสยดสยอง

เติ้งอี้พยายามหายใจยื้อสังขารตนอย่างน่าเวทนา ขณะมองดูสีหน้าเรียบเฉยของหยางเสี่ยวเทียนด้วยความหวาดกลัวในดวงตาสั่นเครือ กว่าจะทันรู้ตัวว่าตนไม่คู่ควร น้ำเสียงแหบห้าวจากเติ้งอี้ก็พลางเอ่ยถามขึ้นอย่างยากลำบาก

“นี่มัน เพลงกระบี่แบบไหนกัน?”

ทักษะจากเพลงกระบี่นี้ เขาไม่เคยปรากฏเห็นจากศิษย์ผู้ใดใช้มันในสำนักมาก่อน

“เพลงกระบี่ตงเทียน” น้ำเสียงเนิบนาบจากหยางเสี่ยวเทียนเอ่ยบอก ด้วยไม่จำเป็นต้องปกปิด และถือว่าสนองต่อผลของการกระทำ ที่กล้าคิดการใหญ่มาสังหารคนอย่างเขา

เพลงกระบี่ตงเทียนงั้นหรือ…

เติ้งอี้เบิกตาตกใจ ก่อนจะพลันนึกถึงตำนานของมันในห้วงชีวิตสุดท้าย

หยางเสี่ยวเทียนดึงกระบี่ตงเทียนกลับมาไว้ในมือ แล้วหมุนตัวกลับไปหาหลัวชิง “ไปกันเถอะ”

ทั้งสองหันหลังพร้อมเดินจากไป ไม่มีคิดเหลียวมาแลสภาพอันน่าสังเวชของคนเบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย

หยางเสี่ยวเทียนเคลื่อนตัวเดินได้ไม่กี่ก้าว เติ้งอี้ก็ล้มลงนอนทอดกายยาวไปกับพื้น พร้อมพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง แต่น้ำเสียงแผ่วเบาเกินกว่าจะส่งให้ใครได้ยินในสิ่งที่เขาพยายามพูดอย่างชัดเจน

จบบทที่ บทที่ 112 การลงมือของเติ้งอี้

คัดลอกลิงก์แล้ว