เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 ธาราโอสถพันปี

บทที่ 79 ธาราโอสถพันปี

บทที่ 79 ธาราโอสถพันปี


“แม้พรสวรรค์ด้านวรยุทธของหยางเสี่ยวเทียนจะสูงส่ง แต่วิญญาณยุทธ์ของเขาเป็นเพียงเต่าขยะระดับสอง อย่างไรเสียก็ไม่มีทางทะลวงเข้าสู่ระดับเจ็ดได้แน่นอน” หูซิงกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น

“ถึงเวลานั้น เขาจะต้องออกจากสำนักเสินเจี้ยน โดยไม่มีขอโต้แย้งใดๆได้อีก”

ณ เมืองเสินเจี้ยน

เวลานี้ หยางเสี่ยวเทียนกำลังเดินกลับจากสำนัก ตรงยังจวนขณะก้มหน้าอ่านคัมภีร์เคล็ดวิชาฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬไปพลาง

พอเงยหน้าขึ้นจากคัมภีร์ หยางเสี่ยวเทียนถึงได้เห็นปรมาจารย์หลินหยวนจากหอสมาคมนักปรุงโอสถแห่งเมืองเสินเจี้ยน ยืนรอพบเขาอยู่หน้าประตูจวน

ปรมาจารย์หลินหยวนเผยยิ้ม พร้อมเดินเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนขณะเอ่ยปากร้องทักทายเขาทันทีที่มองเห็นจากระยะไกล

“นายน้อยหยาง”

หยางเสี่ยวเทียนหยุดและมองปรมาจารย์หลินหยวนผู้กำลังเดินเข้าหา ดูเหมือนเขาจะมาที่นี่เพื่อมาพบเขาเป็นการส่วนตัวหรือแค่ผ่านมาแล้วบังเอิญเจอเขากัน

“ท่านราชครูหลิน” หยางเสี่ยวเทียนยกมือประสานกับหมัดแน่นและกล่าวอย่างสุภาพ “ท่านราชครูหลิน ท่านมาที่นี่เพื่อพบข้าหรือขอรับ”

ปรมาจารย์หลินหยวนพยักหน้าและยิ้ม “ในที่สุดข้าก็รู้ว่านายน้อยหยางพำนักอยู่ที่ไหน ข้าหวังว่านายน้อยหยางจะมิถือโทษโกรธเคือง”

ในฐานะปรมาจารย์ของสมาคมนักปรุงโอสถ คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาหากจะใช้อำนาจจากสมาคมนักปรุงโอสถ เพื่อค้นหาว่าบุคคลนั้นอาศัยอยู่ที่ไหนในเมืองเสินเจี้ยน

ซึ่งหยางเสี่ยวเทียนก็ใคร่อยากรู้แลสงสัยเช่นกัน ว่าทำไมปรมาจารย์หลินหยวนต้องลำบากใช้อำนาจเพื่อตามหาเขาด้วยต้องการสิ่งใด

“อ่อ จริงสิ” ปรมาจารย์หลินหยวนอุทานหลังนึกถึงเจตนาที่ตนมาขึ้นได้

จากนั้นหยิบม้วนคำเชิญออกจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้หยางเสี่ยวเทียนพลางกล่าวว่า

“อาณาจักรเสินไห่ของเรากำลังจะมีการแข่งขันหลอมโอสถ ข้าอยากเชิญนายน้อยหยางเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย”

อาณาจักรเสินไห่จะจัดการแข่งขันหลอมโอสถ ปรมาจารย์หลินหยวนของสมาคมนักปรุงโอสถแห่งเมืองเสินเจี้ยน จึงต้องมาส่งคำเชิญนี้หาหยางเสี่ยวเทียนเป็นการส่วนตัว

โดยหวังอย่างยิ่งว่าหยางเสี่ยวเทียนจะเข้าร่วม ทั่วทั้งอาณาจักรเสินไห่ คาดว่าจะมีเพียงหยางเสี่ยวเทียนเท่านั้น ที่ได้รับเกียรตินี้จากปรมาจารย์หลินหยวน

หยางเสี่ยวเทียนรับม้วนคำเชิญแล้วกล่าวว่า “การแข่งขันหลอมโอสถงั้นหรือ” จากนั้นเขาก็คลี่มันออกเพื่ออ่านรายละเอียดคร่าวๆ

ในม้วนคำเชิญมีอักษรจารึก ซึ่งหลินหยวนเป็นผู้เขียนพร้อมลงตราประทับประจำตัวด้านล่าง ส่วนเนื้อหาไม่มีอะไรมากไปกว่าการบอกว่าอาณาจักรเสินไห่ จะมีการจัดแข่งขันหลอมโอสถ ในอีกสามเดือนข้างหน้า และหยางเสี่ยวเทียนก็เป็นผู้ได้รับเชิญอย่างจริงใจในครั้งนี้ด้วย

ส่วนสถานที่นั้นอยู่กลางเมืองเสินเจี้ยน

“นายน้อยหยาง ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าร่วมนะเมื่อถึงเวลา” หลินหยวนประสานหมัดและกล่าวด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“ข้าทราบแล้ว หากมีเวลา ข้าจะไปแน่นอน” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวพลางประสานหมัดแน่นด้วยความเคารพ

ช่วงสามเดือนข้างหน้าก็เป็นวันหยุดฤดูร้อน ซึ่งหยางเสี่ยวเทียนวางแผนจะกลับเมืองซิงเยว่หาบิดามารดาด้วย ดังนั้น อาจไม่มีเวลาเข้าร่วมเมื่อถึงตอนนั้น

หลินหยวนยิ้มอย่างขมขื่น จะเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งหากวันนั้นไม่มีเขาเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม ความสารถเช่นเขา ต้องให้ผู้คนได้ประจักษ์เองกับตา

สำหรับการแข่งขันหลอมโอสถครานี้ นักปรุงโอสถส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมด้วยซ้ำ แต่หยางเสี่ยวเทียนกลับให้คำตอบ ว่าเขาจะเข้าร่วมได้ก็ต่อเมื่อเขาจะพอเวลาว่างไปหรือไม่

แม้นจะเสียดายมิใช่น้อย แต่อย่างไรเสียเขาก็ไม่อาจบังคับหยางเสี่ยวเทียนให้เข้าร่วมได้

ก่อนจากไป เขายังกล่าวทิ้งท้ายให้หยางเสี่ยวเทียนหาเวลาเข้าร่วมให้ได้ เพราะรางวัลของการแข่งขันหลอมโอสถครั้งนี้น่าทึ่งมาก

นอกเหนือจากการได้รับรางวัลเป็นโอสถวิญญาณล้ำค่า สมุนไพรหายาก เตาหลอม และหินวิญญาณแล้ว ยังสามารถเข้าสู่ธาราโอสถพันปีเพื่ออยู่บ่มเพาะเป็นเวลาสิบวัน

“เข้าสู่ธาราโอสถพันปีและอยู่บ่มเพาะสิบวัน” หยางเสี่ยวเทียนมองไปยังร่างที่จากไปของหลินหยวนแล้วกล่าวพึมพำกับตัวเอง

ธาราโอสถพันปี เขาพอจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง

ธาราโอสถพันปีนั้น อยู่ในหอสมาคมนักปรุงโอสถแห่งอาณาจักรเสินไห่ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นแหล่งสะสมแก่นแท้ของสวรรค์และโลก

หากผู้ใดมีโอกาสได้นั่งเข้าฌานในธารานั้น ผลประโยชน์จะสูงกว่าการกลืนโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์เสียอีก

หลังหลินหยวนจากไปแล้ว หยางเสี่ยวเทียนก็กลับเข้าจวน มุ่งหน้ายังลานฝึกยุทธ์เพื่อฝึกฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬต่อ

ซึ่งระหว่างทาง เขาได้ศึกษาเคล็ดวิชาฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬ เข้าใจแลจดจำทุกกระบวนท่า และการเคลื่อนไหวสำคัญทั้งหมดสมบูรณ์

ขณะทำตามคำแนะนำในคัมภีร์เคล็ดวิชาฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬ เขาเริ่มโคจรพลังยุทธ์ไปทั่วร่างจนพสุธารอบข้างสั่นไหว จากนั้นพลิกฝ่ามือตั้งขึ้นแล้วผลักออกไปข้างหน้าทันที

ทันใดนั้น ปราณจากฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬ ก็พุ่งไปเบื้องหน้าเป็นลมม้วนตัวราวกับพายุคลั่ง กวาดเอาสิ่งของลอบลานฝึก

และลมหมุนลูกนี้ก็มีสีดำทะมึนประดุจการก่อตัวของพายุจริงๆ

สายลมที่เกิดจากมัน ส่งผลให้อากาศโดยรอบเยือกเย็นจวนหนาวสั่นยันกระดูก

แม้แต่ หลัวชิงที่กำลังฝึกปรืออยู่ลานฝึกยุทธ์ข้างๆ ยังต้องชะงักนิ่งการเคลื่อนไหวของตน ด้วยสัมผัสได้ถึงอายเย็นยะเยือกนี้จนน่าตกใจ

บูม!

ปราณจากฝ่ามือของหยางเสี่ยวเทียน ที่ตวัดกวาดเป็นวงกว้างทั่วลาน เกิดเป็นชั้นน้ำแข็งสีดำอันน่าอัศจรรย์พุ่งปลายแหลมก่อตัวขึ้นตามพื้น

นั่นทำให้หยางเสี่ยวเทียนประหลาดใจทันที เมื่อเห็นน้ำแข็งสีดำสนิทประดุจรัตติกาล แผ่ปกคลุมทั่วพื้น

ตามคัมภีร์ของฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬ พลังจากฝ่ามือที่ส่งออกมา มันควรจะเป็นน้ำแข็งใสสีขาวบริสุทธิ์ แต่เมื่อหยางเสี่ยวเทียนปลดปล่อยออกไป ไฉนมันถึงกลายเป็นน้ำแข็งสีดำ

***สวัสดีปีใหม่ไทยนักอ่านผู้น่ารักทุกท่านค่ะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนที่มีให้กันทุกวัน และขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง ปรารถนาสิ่งใด ของให้สมดั่งความตั้งใจทุกประการในทุกๆ ปีค่ะ ปล.วันนี้มี 2 ตอนนะคะ แฮ่ แฮ่ **

จบบทที่ บทที่ 79 ธาราโอสถพันปี

คัดลอกลิงก์แล้ว