เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 เปลี่ยนคัมภีร์เพลงกระบี่ทุกวัน

บทที่ 66 เปลี่ยนคัมภีร์เพลงกระบี่ทุกวัน

บทที่ 66 เปลี่ยนคัมภีร์เพลงกระบี่ทุกวัน


เมื่อเห็นเจ้าสัตว์วิญญาณเกราะทองนั่งฝึกบำเพ็ญตบะด้วยตัวของมันเองได้แล้ว เขาก็ปล่อยให้มันตั้งใจจดจ่ออยู่กับตนเองอย่างไม่ต้องรู้สึกว่ามีเขาคอยกดดัน

หยางเสี่ยวเทียนออกมาหาอัตและอาลี่สองพี่น้องออร์ค เพื่อรบกวนให้พวกเขาออกไปซื้อสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ และสอบถามเกี่ยวกับราคาสำหรับสมุนไพรหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการด้วย

เพราะหลังซื้อจวนแล้ว เงินเก็บที่เขาเหลืออยู่ตอนนี้จึงมีไม่มากนัก เขาเลยจำต้องหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ เพื่อนำไปขายและเก็บเงินไว้ใช้อย่างประหยัดเงินในยามจำเป็น

แน่นอนว่าจุดประสงค์ในการหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ ก็เพื่อฝึกฝนทักษะการหลอมโอสถของเขาด้วยเช่นกัน เพราะการฝึกฝนบ่อยๆ จะทำให้เกิดความชำนาญ

หากเมื่อใดที่เขาหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับสวรรค์ได้สำเร็จ เมื่อนั้นเขาก็จะเริ่มเข้าใกล้สู่การหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์มากขึ้น

หลังจากอัตและอาลี่ออกไปแล้ว หยางเสี่ยวเทียนก็นำเคล็ดวิชากระบี่ปีศาจไปส่งคืนยังหอคัมภีร์ประจำสำนัก

ลู่เจ๋อหลินอาจารย์บรรณารักษ์ประจำหอคัมภีร์ถึงกับตะลึง เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทียนนำคัมภีร์เคล็ดวิชาเพลงกระบี่ปีศาจที่เพิ่งยืมไปเมื่อวาน ถือกลับมาคืนเพื่อเปลี่ยนเป็นคัมภีร์เคล็ดวิชาเล่มใหม่ในวันนี้

“เจ้าแน่ใจงั้นหรือ ว่าต้องการเปลี่ยนเป็นเล่มใหม่จริงๆ”

โดยทั่วไปแล้ว บรรดาศิษย์ส่วนใหญ่ที่มายืมคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่ พวกเขาจะต้องใช้เวลาในการอ่านทำความเข้าใจและฝึกฝนหนักมากกว่าหนึ่งเดือน ก่อนจะนำมาส่งคืนให้หอคัมภีร์

ซึ่งมีคนอย่างหยางเสี่ยวเทียนน้อยมาก ที่ยืมไปเพียงหนึ่งวันแล้วจะนำกลับมาเปลี่ยนคืนในวันรุ่งขึ้น

หยางเสี่ยวเทียนผงกศรีษะ จากนั้นหยิบคัมภีร์ “เคล็ดวิชาเพลงกระบี่ชางไห่” ที่ลงทะเบียนการยืมเสร็จแล้วกลับไปอีกเล่ม

เพลงกระบี่ชางไห่กับเพลงกระบี่ปีศาจถือเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาขั้นเซียนยุทธ์ชั้นยอดเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เพลงกระบี่ชางไห่ยังมีความแตกต่างจากเพลงกระบี่ปีศาจตรงที่ มันมีพลังโจมตีและความต่อเนื่องของกระบวนท่ามากกว่า

เมื่อหูซิงเห็นหยางเสี่ยวเทียนเดินออกไปพร้อมกับเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ชางไห่ จึงเผยยิ้มเยาะทันที

“ดูเหมือนว่าเขา จะไม่เข้าใจเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ปีศาจงั้นสินะ จึงนำมันกลับมาคืนเพื่อเปลี่ยนกับเพลงกระบี่ชางไห่เร็วปานนี้”

“เพลงกระบี่ปีศาจที่มีทั้งปราณกระบี่มายาและปราณกระบี่แท้จริงนั้น นับได้ว่าลึกลับกว่าเพลงกระบี่สือซานมากนัก จึงมิแปลกหากเขาจะไม่เข้าใจ” ลู่เจ๋อหลินกล่าวพลางส่ายศรีษะ

แล้วกล่าวเสริมว่า “เจ้าสำนักหลินยังบอกว่าหยางเสี่ยวเทียนเป็นอัจฉริยะนักกระบี่ แต่จากที่เห็นนี้ ข้าคิดว่าเขาอาจเข้าใจผิด”

หูซิงส่ายหัวและกล่าวด้วยรอยยิ้มสมเพช “ที่เขาสามารถฝึกฝนเพลงกระบี่ขั้นเซียนยุทธ์อย่างเพลงกระบี่สือซานจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้ ข้าเกรงว่าเขาแค่โชคดีเท่านั้นเอง”

“หากเขาไม่เข้าใจเพลงกระบี่ชางไห่ วันพรุ่งก็ต้องนำมันกลับมาเปลี่ยนเหมือนเช่นวันนี้อยู่ดี”

เฉกเช่นวานนี้ ระหว่างที่หยางเสี่ยวเทียนเดินกลับจวน เขาก็เปิดคัมภีร์เคล็ดวิชาเพลงกระบี่ชางไห่อ่านฆ่าเวลาไปพลาง

ครั้นถึงจวน เขาก็จดจำเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ชางไห่ได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนหันมาเริ่มร่ายรำกระบี่ยังลานฝึกทันทีเช่นทุกครั้ง

หลังจากร่ำเพลงกระบี่ชางไห่จนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว หยางเสี่ยวเทียนก็กลับไปยังห้องของตนเพื่อนั่งหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต่อ

ครานี้ เหรียญทองที่เขาให้อัตและอาลี่ไป มากพอซื้อสมุนไพรกลับมาอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งเพียงพอให้เขาใช้ในการหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่มากถึงสามสิบเม็ด

ทว่า เงินเก็บเกือบทั้งหมดของเขาก็ถูกใช้ไปเยอะด้วยเช่นกัน

บัดนี้ หยางเสี่ยวเทียนมีความเชี่ยวชาญในการหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนยิ่ง

ก่อนหน้านี้ การจะหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ได้ ต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยามในการหลอม แต่คราวนี้ เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งในสี่ของชั่วยามก็หลอมโอสถวิญญาณหลงหู่สำเร็จ

ไม่ช้า เขาก็หลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ได้มากถึงสิบเม็ด

เมื่อเวลาเข้าใกล้ยามวิกาล หยางเสี่ยวเทียนถึงเริ่มหยุดหลอม และหันมานั่งเข้าฌานบำเพ็ญปราณมังกรแรกเริ่มบนเตียงหยกเย็นต่อ

ครั้นรุ่งสาง เขาจึงให้อัตและอาลี่นำโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดไปขายยังสมาคมการค้า

และเพื่อไม่ให้เป็นการดึงดูดความสนใจจากผู้คน เขาให้ทั้งสองนำไปแบ่งขายตามสมาคมการค้าแต่ละแห่ง เพียงที่ละสองเม็ด

ก่อนทั้งสองจะออกไป เขายังไม่ลืมกำชับให้อัตและอาลี่ซื้อวัสดุแร่จำนวนมากกลับมาด้วย

เมื่อหมดธุระ หยางเสี่ยวเทียนจึงมุ่งหน้าไปที่หอคัมภีร์ของสำนักเสินเจี้ยนอีกครั้ง พร้อมกับคัมภีร์เคล็ดวิชาเพลงกระบี่ชางไห่ในมือ

ทันทีที่เห็นหยางเสี่ยวเทียนมาเพื่อขอเปลี่ยนคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่อีกครั้ง ลู่เจ๋อหลินก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย แล้วเพียงมอบคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่ชั้นยอดให้กับหยางเสี่ยวเทียนอีกหน

หลังเปลี่ยนคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่แล้ว วันนี้เขากลับเลือกที่จะเดินหามุมนั่งอ่านเล็กๆ ในหอคัมภีร์ โดยไม่รีบร้อนกลับจวนอย่างเช่นทุกวัน

เขานำเคล็ดวิชาการหลอมอาวุธที่หยิบจากหอคัมภีร์เล่มหนึ่ง ขึ้นมานั่งอ่านแทนจนครบเวลาครึ่งชั่วยามจึงเดินออกประตูหน้าไปอย่างไม่ได้สนใจใคร

ลู่เจ๋อหลินเห็นหยางเสี่ยวเทียนจากไป ถึงส่งยิ้มให้หูซิงที่นั่งหลบอยู่อีกมุมในหอคัมภีร์

“ดูเหมือนจะถูกของเจ้า เขาไม่เข้าใจเพลงกระบี่ชางไห่ วันนี้จึงนำมันกลับมาคืน แล้วเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชากระบี่อื่นไปศึกษาแทน”

หูซิงยิ้มย่องพลางกล่าวว่า “แค่วิญญาณยุทธ์ขยะ ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถด้านกระบี่มากขนาดไหน แต่ก็ฝึกฝนได้เพียงเพลงกระบี่ขั้นเซียนยุทธ์เท่านั้น พรุ่งนี้เขาก็คงกลับมาเปลี่ยนคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่อื่นไปอีกแน่นอน”

การคาดเดาของหูซิงเมื่อวานนั้นถูกต้อง ในวันที่สอง หยางเสี่ยวเทียนก็กลับมาเปลี่ยนคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่จริงๆ

และในวันต่อๆ ไป เขาก็กลับมาเปลี่ยนคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่ทุกวัน

ไม่ช้าวันเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

บัดนี้ หยางเสี่ยวเทียนได้นำคัมภีร์เคล็ดวิชากระบี่ขั้นเซียนยุทธ์ชั้นยอดของสำนักเสินเจี้ยน มาเปลี่ยนจนหมดทั้งหอคัมภีร์แล้ว

จบบทที่ บทที่ 66 เปลี่ยนคัมภีร์เพลงกระบี่ทุกวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว