เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ข้าจะเป็นนักปรุงโอสถ

บทที่ 40 ข้าจะเป็นนักปรุงโอสถ

บทที่ 40 ข้าจะเป็นนักปรุงโอสถ


“ขอรับ แล้วใต้เท้าเฉินหยวนยังบอกอีกว่า หากหยางเสี่ยวเทียนมีวิญญาณยุทธ์ที่ไม่ธรรมดาจริง เขาจะได้เข้าร่วมเป็นศิษย์กับสำนักเสินเจี้ยน” น้ำเสียงผ่อนเบายังประโยคสุดท้ายของผู้คุมสกุลหยาง กลับหนักหน่วงชัดเจนในหูหยางจงจนสะท้าน

“อะไรนะ เข้าร่วมเป็นศิษย์ของสำนักเสินเจี้ยน!” หยางจงเดือดพล่านหน้าดำหน้าแดง

“อาจารย์ข้ากล่าวเช่นนั้นจริงงั้นหรือ!” ผู้คุมสกุลหยางตัวสั่นแม้นยังพยักหน้ารับ

ทว่ากิริยาท่าทางของหยางไห่กลับดูสงบ “มิต้องกังวลไป วิญญาณยุทธ์ของหยางเสี่ยวเทียนก็แค่เต่ายักษ์ธรรมดาๆ แน่นอน นี่เป็นความจริงที่ทุกคนเห็นมาแล้ว แม้จะตรวจสอบอีกสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง มันก็ยังเป็นเต่าอยู่วันยังค่ำ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงนั้นได้”

“ไม่มีทางที่ผู้อาวุโสสูงสุดหลินหยงจะยอมให้วิญญาณยุทธ์เต่าขยะ เป็นศิษย์ของสำนักเสินเจี้ยนได้!” เขากล่าวอย่างมั่นใจ

หลังได้ยินเหตุผลที่บิดากล่าว หยางจงถึงสงบ ยกมุมปากเอ่ยอย่างลำพอง

“สิ่งที่ท่านพ่อจะสื่อ คือวิญญาณยุทธ์เต่าขยะเช่นเขา แม้แต่สำนักเล็กๆ ก็ไม่อาจยอมรับได้ แล้วไฉนสำนักเสินเจี้ยนจะยอมรับเขา เช่นนี้ใช่หรือไม่”

ทั้งสองมองหน้ากันราวกับรู้ใจ ก่อนเผยอปากอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

……

ครึ่งชั่วยามต่อมา

หลังเสร็จสิ้นการหารือ หยางเฉาและหยางเสี่ยวเทียนได้เดินทางกลับเรือนทันที

เมื่อมาถึง หยางเฉาก็รีบบอกข่าวดีวันนี้ให้หวงอิ๋งผู้เป็นภรรยารับรู้และร่วมยินดีไปกับตน ซึ่งพอนางได้ทราบ ก็พลันรู้สึกตื่นเต้นดีใจไปด้วย ก่อนจะหันมาเอ่ยกับหยางเสี่ยวเทียนน้ำเสียงสุขสม

“เสี่ยวเทียน หากในอนาคตเจ้าสามารถเข้าสู่สำนักเสินเจี้ยนได้จริงๆ เจ้าต้องหมั่นฝึกฝนนะรู้ไหม” หวงอิ๋งย้ำเตือนผู้เป็นลูกชายให้พึงระลึกถึงช่วงเวลาเมื่อไปที่นั้น หากเขาได้เข้าร่วมเป็นศิษย์

หยางเสี่ยวเทียนขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวกับมารดาผู้มีสีหน้ารื่นใจ “ท่านแม่ จริงๆ แล้วต่อให้ข้าจะไม่ได้เข้าสำนักเสินเจี้ยน ท่านก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป”

บรรยากาศเงียบงันไปพัก มิช้าปากนั้นก็เผยอเอ่ยต่อทำลายความนิ่งชั่วคราว “ข้ามีพรสวรรค์ในการหลอมโอสถ ดังนั้นข้าจะตั้งใจฝึกฝนให้หนัก เพื่อจะได้เป็นนักปรุงโอสถในอนาคต”

เมื่อหวงอิ๋งได้ยิน ริมฝีปากบางก็พลางยกยิ้มอย่างรักใคร่เอ็นดู “เจ้าเด็กซน วาจาช่างใหญ่โตนัก”

หยางเฉาส่ายศรีษะเมตตาในความไร้เดียงสาของลูกชาย ก่อนหยักปากยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจที่หยางเสี่ยวเทียนยังพอมีหวังได้เข้าร่วมเป็นศิษย์สำนักใหญ่

ส่วนเรื่องการเป็นนักปรุงโอสถที่เขาตั้งใจ เด็กคนนี้จะไปรู้ได้อย่างไร ว่าหนทางแห่งการเป็นนักปรุงโอสถนั้นยากเย็นแค่ไหน

หากการเป็นนักปรุงโอสถมันง่ายขนาดนั้นจริงๆ คงเป็นไปไม่ได้ ที่ในหมู่บ้านสกุลหยางนั้น จะไม่มีนักปรุงโอสถเลยสักคน

แต่ผู้ที่มีสีหน้าเบิกบานใจที่สุดตอนนี้ เห็นจะเป็นหยางหลิงเอ๋อร์ เพราะรอยยิ้มร่าเริงสดใสบนแก้มป่องน่าหยิกของนางยังไม่ทันหุบ ก็ดูจะปลาบปลื้มกับสิ่งที่พี่ชายเอ่ยออกมาแล้ว

“ข้าเชื่อว่าในอนาคต พี่ใหญ่ของข้าจะกลายเป็นนักปรุงโอสถได้แน่นอน” นางขยิบตาปริบๆ ส่งถึงผู้เป็นพี่ชายอย่างซุกซนทันที

หยางเสี่ยวเทียนเหยียดยิ้มพลางหัวเราะ แม้ดวงตากลมโตของนางจะปีติยินดี แต่เขารู้ดีว่าเด็กหญิงตัวน้อยพูดไปด้วยความใสซื่อ และเพื่อปลอบประโลมพี่ใหญ่ว่ายังมีนางคนหนึ่งที่สนับสนุนเขา

เพราะด้วยวิญญาณยุทธ์เขาตอนนี้ มันทำให้ทุกคนถอดใจ ไม่ปักใจเชื่อเรื่องที่เขาสามารถเป็นนักปรุงโอสถได้

หวงอิ๋งบิดจมูกน้อยหยางหลิงเอ๋อร์เบาๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้มล้อเลียนนาง “ในอนาคต ข้า หลิงเอ๋อร์ อาจกลายเป็นนักปรุงโอสถได้เช่นกัน”

“ท่านแม่ล้อเลียนข้า” หยางหลิงเอ๋อย่นจมูก แลบลิ้นเย้าเล่นกับหวงอิ๋งทันควัน

จากนั้นทั้งสี่ ก็ระเบิดหัวเราะกันอย่างสนุกสนานทำเสียงดังออกมานอกเรือน

ไม่กี่ชั่วยามหลังจากนั้น

พอหยางเสี่ยวเทียนกลับถึงเรือนแยกตน เขาก็ทิ้งตัวนอนราบไปกับเตียงพักหลับตาราวเหน็ดเหนื่อย ก่อนที่อึดใจเดียวจะกลับมานั่งขัดสมาธิ แล้วตัดสินใจหยิบโอสถวิญญาณสี่ประการขึ้นมา กลืนมันลงไปทันที

เขาเริ่มโคจรปราณมังกรแรกเริ่ม เพื่อขัดเกลาฤทธิ์โอสถภายในกายที่กำลังปะทุ ให้แปรเปลี่ยนเป็นปราณแท้ขั้นเซียนสวรรค์อย่างต่อเนื่อง

วังวนภายในตันเถียนของหยางเสี่ยวเทียน ยังคงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน ด้วยความเร็วที่เขาสามารถสัมผัสเห็นได้ด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ

ชั่วลมหายใจเดียว มันก็ขยายใหญ่ขึ้นขนาดราวสามสิบฉื่อ

จากนั้น ถัดจากวังวนที่สอง วงวนลูกที่สามก็เริ่มก่อตัวขึ้นทันที จนสำเร็จ

กระทั่งดึกดื่น หยางเสี่ยวเทียนได้หยุดเข้าฌานบ่มเพาะพลัง ก่อนจะมองไปที่วังวนทั้งสามในตันเถียนของตนอย่างมีความสุข

หลังใช้โอสถวิญญาณสี่ประการ ความก้าวหน้าของเขาก็เป็นไปตามที่หวัง ในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสามของขั้นเซียนสวรรค์ได้สำเร็จ

แม้ในการทะลวงครั้งนี้ เขาจะยังไม่สามารถปลุกปราณแท้มังกรตัวที่สองให้ตื่นขึ้น แต่ก็รับรู้ได้ว่าเข้าใกล้ความสำเร็จอีกไม่กี่ก้าวแล้ว

เมื่อเห็นว่ายังพอมีเวลา หยางเสี่ยวเทียนก็พลันออกจากเรือนไปสถานที่หนึ่งทันที

เพราะวันรุ่งขึ้น เขาจะต้องออกเดินทางไปสำนักเสินเจี้ยนที่ไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่ ดังนั้น จึงมีเพียงเวลานี้เท่านั้น ที่ต้องไปให้ถึงถ้ำบนหุบเขาก่อนรุ่งสาง

ยังไม่ทันที่หยางเสี่ยวเทียนจะเข้าใกล้หุบเขา เขาก็พลันได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งมาในอากาศปะทะเข้ากับจมูก ขณะเงยหน้าขึ้นมอง

ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนของสัตว์วิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บก็ดังออกมาจากหุบเขาเบื้องหน้า

สีหน้าของหยางเสี่ยวเทียนตอนนี้ เปลี่ยนเป็นซีดเซียวด้วยเสียขวัญ เพราะนั่นเป็นเสียงของสัตว์วิญญาณเกราะทอง

สัตว์วิญญาณเกราะทองตกอยู่ในอันตราย!

จบบทที่ บทที่ 40 ข้าจะเป็นนักปรุงโอสถ

คัดลอกลิงก์แล้ว