เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 แสดงวิญญาณยุทธ์อีกครั้ง

บทที่ 38 แสดงวิญญาณยุทธ์อีกครั้ง

บทที่ 38 แสดงวิญญาณยุทธ์อีกครั้ง


ครั้นหาข้อยุติของปัญหามิได้ เฉินหยวนจึงแจ้งเรื่องนี้ต่อองค์หญิงสี่ ถึงข้อขัดข้องอันกลัดกลุ้มที่เขาเผชิญขณะนี้

เพียงครู่เดียว เฉิงเป้ยเป้ยก็ได้เข้าใจถึงความทุกข์ของเฉินหยวนผู้เป็นอาจารย์ นางใคร่ครวญอยู่ประเดี๋ยว จึงเอ่ยชี้แนะขึ้น

“อาจารย์มิต้องกังวลไป หากท่านมิใคร่รับเขาเป็นศิษย์ มอบของชดเชยไปก็เพียงพอแล้ว ผู้ใดจะกล้าตำหนิท่านได้”

หากหยางเสี่ยวเทียนผู้มีเพียงวิญญาณยุทธ์เต่าขยะระดับสอง กลายเป็นศิษย์ของอาจารย์ขึ้นมาจริงๆ นั่นมิเท่ากับว่าเป็นศิษย์น้องของนางไปด้วยหรือ

ในฐานะองค์หญิงสี่แห่งอาณาจักรเสินไห่ มันคงจะเป็นเรื่องน่าอับอายยิ่ง หากศิษย์น้องของนางมีเพียงวิญญาณยุทธ์ขยะ

“ของชดเชยงั้นรึ” เฉินหยวนถาม น้ำเสียงสงสัย

เฉิงเป้ยเป้ยกล่าวต่อ “พอดีข้ามีโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงอยู่ ซึ่งหาได้ยากมาก หากข้ามอบให้เขา หยางเสี่ยวเทียนจะต้องหลั่งน้ำตาแห่งความสุขพลันเห็นท่านเป็นผู้มีพระคุณเป็นแน่”

เฉินหยวนพยักหน้ารับเชิงยินดีกับความเห็นนาง

ไม่ช้า เขาก็เร่งส่งคนไปตามหยางเฉากับหยางเสี่ยวเทียนให้มาพบที่หมู่บ้านสกุลหยางภายในวันนี้

เมื่อหยางเฉาถึงเรือน ผู้ส่งสารก็นำข่าวมาแจ้งแก่เขาทันทีที่กลับถึง เขารีบตามหาหยางเสี่ยวเทียนแล้วพาไปยังหมู่บ้านสกุลหยางทันที

ครู่เดียวทั้งคู่ก็มาถึงยังสถานที่ ที่ไม่แม้คิดจะหวนกลับแต่จำทน

เมื่อเฉินหยวนเห็นว่าทั้งสองมาถึงแล้ว เขาได้ครุ่นคิดนึกถึงคำพูดของตนเองก่อนเปิดปากเอ่ยกับหยางเฉาพร้อมหยางเสี่ยวเทียนผู้ยังเก็บสีหน้าได้นิ่งเฉยดั่งเดิม

“เมื่อวานนี้ก่อนที่เสี่ยวเทียนและจงเอ๋อร์จะประลองฝีมือกัน ข้าเคยกล่าวเอาไว้ว่าหากเสี่ยวเทียนเป็นผู้ชนะ ข้าจะยอมรับเขาเป็นศิษย์…”

“เมื่อวานข้าเพียงพลั้งปากออกไปเพราะความสนุก หวังว่าผู้อาวุโสจะไม่ถือสา” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวแทรก ไร้ความลังเลบนสีหน้า

หยางเสี่ยวเทียนไม่ได้ใคร่เป็นศิษย์ของเฉินหยวนตั้งแต่แรก จึงมิแปลกที่เขาจะกล่าวออกไปอย่างไม่แม้จะตริตรองให้เสียเวลาเช่นนั้น

แต่หยางเฉาผู้เป็นบิดา กลับมีสีหน้าหม่องหม่นหลังได้ยินสิ่งนี้

เวลานั้นเอง องค์หญิงสี่เฉิงเป้ยเป้ยที่นั่งฟังอยู่ด้วยมาโดยตลอด ก็หันหยิบโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงออกมา เอ่ยวาจาน้ำเสียงกระแทกกระทั้นขณะเพียงชำเลืองมองหยางเสี่ยวเทียน

“นี่คือโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูง ถือเป็นค่าชดเชยที่อาจารย์ข้ามอบให้เจ้า มารับมันไปสิ”

หลังกล่าวเช่นนั้น นางก็วางโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงไว้บนโต๊ะข้างๆ ที่นั่งของตน พร้อมกับรอให้หยางเสี่ยวเทียนมารับมันไปด้วยกิริยาเย่อหยิ่งจองหอง

“เจ้ายังไม่รีบคุกเข่าขอบคุณอาจารย์ข้าอีก” เฉิงเป้ยเป้ยย้ำเตือนน้ำเสียงเน้นหนัก

โอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงงั้นหรือ

หยางเสี่ยวเทียนเพียงเลิกคิ้วเหลือบมองโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูง ที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยหางตาราวของไร้ค่า

สำหรับเขา แม้แต่โอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงสุด ก็ยังเป็นเพียงขยะเท่านั้น

เฉินหยวนและเฉิงเป้ยเป้ยได้ใคร่ครวญดีจริงแล้วงั้นหรือ ว่าคนอย่างเขาจะสนใจกับโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงพรรค์นี้

“ไม่จำเป็น ท่านเก็บโอสถสร้างฐานวิญญาณนี้ ไว้ใช้กับตัวท่านเองเถอะ” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวกับเฉิงเป้ยเป้ยน้ำเสียงเย็นชาตัดไมตรี

เพราะสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจสุดเพลานี้ คือวิธีการมอบโอสถด้วยท่าทางหยิ่งผยองของนางที่ดูอวดภูมิ ซึ่งนางไม่มี

เดิมที เฉิงเป้ยเป้ยคิดว่าหยางเสี่ยวเทียนต้องยินดียิ่ง แล้วรับโอสถสร้างฐานวิญญาณนี้ไปด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อนางได้ยินคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมา นางก็พลันคิ้วขมวดยกมือตบโต๊ะด้วยโทสะทันที

ปัง!

“หยางเสี่ยวเทียนเจ้ามันเขลานัก โอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงนั้นหาซื้อได้ยากแค่ไหนเจ้ารู้หรือไม่ หากไม่ใช่เพราะเรามอบมันให้เจ้า ข้าเกรงว่าเจ้าใช้ทั้งชีวิต ก็หามาครอบครองไม่ได้ด้วยซ้ำ”

เฉินหยวนเกิดประหลาดใจอีกครั้งใหญ่ ที่หยางเสี่ยวเทียนปฏิเสธของล้ำค่าโดยไม่คิดทบทวนสักนิดเช่นนั้น

เขาไม่คิดว่าหยางเสี่ยวเทียนจะกล้าปฏิเสธโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงนี้

หยางเสี่ยวเทียนเมินเฉยต่ออากัปกิริยาของนาง แล้วหันไปหาหยางเฉาบิดาตน

“ท่านพ่อ เรากลับกันเถอะ”

ทันใดนั้น เฉินหยวนก็ยกมือขึ้นปรามทั้งสองทันที “ช้าก่อน..”

เขาตั้งใจมองหยางเสี่ยวเทียนด้วยรอยยิ้มโดยเฉพาะ “ลูกเอ๋ย เรามิได้คิดจะฝืนใจหรือมีเจตนาร้ายต่อเจ้า เพียงแค่อยากเห็นวิญญาณยุทธ์เจ้าอีกสักครั้งเท่านั้นเอง”

แม้หยางไห่จะปักใจเชื่อว่าความก้าวหน้าที่รวดเร็วของหยางเสี่ยวเทียน มาจากการกลืนโอสถสร้างฐานวิญญาณจำนวนมากก็ตามที

แต่เขาก็ยังสงสัยคล้ายมีปมในใจยังมิคลายออก จึงอยากเห็นวิญญาณยุทธ์ของหยางเสี่ยวเทียนอีกสักทีเพื่อยืนยันข้อข้องใจตน

“ไม่จำเป็น มันแค่ขยะเท่านั้น” หยางเสี่ยวเทียนปฏิเสธทันที

จู่ๆ หยางเฉาก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “เสี่ยวเทียน ตอนนี้ใต้เท้าเฉินหยวนเพียงอยากเห็นวิญญาณยุทธ์เจ้าเท่านั้น ก็ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมาและแสดงให้ใต้เท้าเฉินหยวนชมอีกสักคราเถิด”

ความจริงคือหยางเฉาเอง ก็ใคร่สงสัยเช่นกันว่าทำไมเสี่ยวเทียนถึงก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้

เพราะเขารู้อยู่แก่ใจดี ว่าตนเองนั้นไม่เคยมีโอสถสร้างฐานวิญญาณให้แก่บุตรชายเลย

หยางเสี่ยวเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเขาเห็นแววตาจริงจังของผู้เป็นบิดา เขาก็มิอาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

ที่สุด เขาก็ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์เสวียนอู่ออกมาอีกครั้ง

ทันใดนั้น กลิ่นอายทะมึนดำก็พุ่งออกจากกายเขา ทะยานขึ้นเหนือศรีษะเขาทันที

จบบทที่ บทที่ 38 แสดงวิญญาณยุทธ์อีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว