เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 คืนสังหาร

บทที่ 35 คืนสังหาร

บทที่ 35 คืนสังหาร


“ขอรับ”

สิ้นสุดเสียงคำสั่งเจิงหงเซิน องครักษ์เขาก็ถอยหลังหันจากไป ลงมือตามแผนดั่งได้จัดแจงไว้สำหรับหยางเฉาแลครอบครัวเขาอย่างแยบยล เมื่อครั้นไร้เงาสกุลหยางคอยคุ้มหัว

ณ เรือนน้อยหลังโทรม

หยางเสี่ยวเทียนผู้กลับจากสมาคมการค้าเฟิงยวินได้พักใหญ่ นั่งศึกษาสูตรโอสถบนเตียงไม้อย่างละเอียด เพื่อเตรียมหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการอีกครั้งภายในเรือนแยกของตนอันได้ปิดบังเงียบเชียบปราศจากเสียงรบกวน

เมื่อเข้าใจจนลึกซึ้ง ขณะยันตัวลุกจะหลอมโอสถ เสียงผิดวิสัยภายนอกก็พลันเสียดแทรกขึ้น ทำสมาธิเขาต้องชะงัก

หยางเสี่ยวเทียนหยุดจดจ่ออยู่กับเสียงภายนอก ก่อนดวงตาจะผันเปลี่ยนลงเป็นเย็นยะเยือกทันที

ภายใต้ความมืดมิดยามเดือนดับ ปรากฏห้าร่างผู้มาเยือนมิได้เชื้อเชิญทอดเป็นเงาดำย่องผ่านลานเข้ามาอย่างเงียบสงัด ในเวลาที่เจ้าเรือนต่างหลับใหลสู่ห้วงลึกแห่งความฝันกันไปหมด

“นี่นะรึ เรือนใหม่ของหยางเฉา” เซี่ยชิง ผู้นำลงมือของแผนการเจิงหงเซิน เหลือบตามองไปยังเรือนหลังเก่าเบื้องหน้า

“ขอรับ ท่านเซี่ยชิง” คนด้านหลังก้าวไปข้างหน้าหาเขาอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มขณะยอบตัวลงอย่างถ่อมตน

“นายท่านสั่ง ให้เราเลาะฟันของหยางเฉาจนหมดปาก”

เซี่ยชิงแสยะยิ้มกร้าว ถลึงสายตาชั่วร้ายลงต่ำคลายโหดเหี้ยมในเงาสลัว “ฮึ เจิงหงเซินเจ้าคนขลาด ใคร่ให้เราสั่งสอนครอบครัวของหยางเฉาแต่ไม่ให้สังหารงั้นรึ ได้! เช่นนั้นข้าจะทำให้เขาสมปรารถนา”

จบประโยค เสียงฉีกขาดของอากาศก็ผลีผลามดังขึ้น ส่งสัมผัสเย็นวาบจากของมีคมระคายใกล้หูเขา

“นั่นใคร!” เซี่ยชิงร้องถามออกไปด้วยตระหนกตกใจ ในอาการหันรีหันขวางหาต้นตอต่างจากอากัปกริยาเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่ลิบลับ

บัดนั้น แสงเย็นจากกระบี่ส่องประกายวาบท่ามกลางความดำมืด ประจักษ์ชัดต่อสายตาทุกคู่ยังมุมมืดหนึ่งภายในลาน ประดุจได้พบพานช่วงสุดท้ายของชีวิตที่คืบคลานใกล้เข้ามา

เซี่ยชิงสัมผัสถึงชะตาตนจากกลิ่นอายนั้นเพียงชั่วแล่น ก็ออกตัวจะหลบหนีก่อนทันรู้สึกชาช่วงกลางติดกับศรีษะ เขายกมือขึ้นจับต้องของเหลวเข้มยังลำคออาบโชคลงฝ่ามือพลันไหลสุดปลายศอกหยาดลงสู่พื้นไม่หยุดหย่อน

เขายืนตัวแข็งทื่อเบิกตาจ้องไปทางร่างเด็กน้อยอายุเจ็ดหรือแปดขวบ ผู้เยื้อย่างกายออกจากเงามืดแทนที่ร่างบุรุษรูปกายสูงใหญ่

“เจ้า…!” เซี่ยชิงอ้าปากนิ่งค้างกล่าวยังไม่ทันจบ กายแกร่งก็ทรุดตัวคุกเข่าทิ้งตัวลงราบไปกับพื้นทันที

เหล่าผู้ติดตามเซี่ยชิงต่างถ่างตาตื่นขวัญกระเจิงกระทั่งก้าวเดินแทบไม่ไหว กับลำดับเหตุการณ์เบื้องหน้าที่ดันชิงเกิดขึ้นกะทันหัน

“เจ้า… ลูกชายหยางเฉามิใช่หรือ” ผู้บุกรุกหนึ่งในนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาขณะเริ่มเห็นใบหน้าเรียบเฉยของหยางเสี่ยวเทียนเยื้องกรายพ้นออกจากเงาทะมึน

หลังติดตามเจิงหงเซินไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาก็จดจำโฉมหน้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ว่าเด็กผู้กระทำการลงมืออย่างเหี้ยมโหดภายในชั่วพริบตานี้ คือหยางเสี่ยวเทียนลูกชายคนเดียวของหยางเฉา

จากแหล่งข่าว ลูกชายหยางเฉามีเพียงวิญญาณยุทธ์เต่าขยะระดับสองไม่ใช่หรือ

ทำไมตอนนี้ เขากลับสามารถสังหารเซี่ยชิงผู้อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ระดับสี่ได้ลงง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

และคือวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ระดับสี่ตอนปลาย ผู้ได้ขึ้นชื่อว่ายากกำจัดแลอำมหิตสุดในพื้นที่แห่งนี้ จะเป็นไปได้อย่างไร!

เขาจะถูกสังหารลงได้ด้วยกระบี่เพียงกระบวนท่าเดียว ได้เยี่ยงไร!

“พวกเจ้า สมควรตาย!” น้ำเสียงเยือกเย็นและหนักแน่นในช่วงสุดท้าย ถูกหยางเสี่ยวเทียนกล่าวออกมาชัดเจนทีละคำ ส่งผ่านหูทุกคู่ราวกับเสียงพร่ำเรียกจากหลุมนรก

ทันใดนั้น พลังปราณทั่วร่างเขาก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอนธการออกมาปกคลุมรอบตัว ก่อนชี้กระบี่ตงเทียนในมือขึ้นไปเหนือศรีษะ

ปรากฏเห็นเป็นปราณกระบี่หลายเล่มรี่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมเสียงแหวกผ่านอากาศ ภายใต้สายตาคนทั้งสี่ที่เผลอเงยหน้าขึ้นมองชั่วประเดี๋ยว ขณะเคลื่อนตัวหนีด้วยความแตกตื่นได้เพียงไม่กี่ก้าว ปราณกระบี่ก็เสียบทะลุเข้ากลางศรีษะในทันใด

ร่อยรองอันน่าสะพรึงของกระบี่เป็นรูเด่นชัดตกทอดยังกลางหัวจนถึงลำตัว

พอปราณกระบี่หายวับไป เลือดก็ทะลักพ่นออกจากหัวคนทั้งสี่ราวกับน้ำพุขนาดย่อม

ส่งทั้งสี่คนผู้บุกเข้ามาในคืนนี้ เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ ไม่เว้นแม้แต่เซี่ยชิงที่เป็นถึงวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์เพียงผู้เดียว อันได้ไปนอนเกลือกกลั้วบนพื้นก่อนหน้าคนทั้งสี่ผู้ล้วนอยู่ในขั้นนักยุทธ์ระดับสิบตอนปลาย

ซึ่งพวกเขา จะไปสามารถหลบหลีกกระบี่ของหยางเสี่ยวเทียนในขั้นเซียนสวรรค์ได้อย่างไร

หยางเสี่ยวเทียนชำเลืองมองร่างคนทั้งห้าด้วยแววตาเยือกเย็นไร้ซึ่งความรู้สึก

ความทรงจำในชีวิตก่อนหน้าที่ไม่อาจปกป้องเจ้านายตนเอาไว้ได้ ผลักดันให้เขาตอนนี้ต้องเด็ดขาด ไม่ยอมใครทำอันตรายต่อครอบครัวตนผู้เป็นดั่งชั่วชีวิตได้อีกเป็นอันขาด

เขารีบกำจัดเศษเดนทั้งห้า แล้วทำความสะอาดสิ่งเปรอะเปื้อน ล้างของเหลวเหม็นคาวที่พวกต่ำช้านี้ทิ้งไว้ให้พ้นลาน

ส่วนคืนนี้  เขาคงต้องมุ่งหน้าเยือนหาเจิงหงเซินยังจวนเสียหน่อย

ถัดมาหาเจิงหงเซินเวลานี้ เขายังคงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดคิดทบทวนถึงเรื่องราวของเหวินเจียเหว่ยอันได้กระทำ เกี่ยวกับตนที่ไปทำให้นักปรุงโอสถคนหนึ่งขุ่นเคือง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด และก็นึกไม่ออกเลยว่าไปเผลอทำโดยไม่ตั้งใจเมื่อไรตอนไหน

“นายท่าน ตามความเห็นของข้า หากท่านไม่ตัดรากถอนโคนครอบครัวหยางเฉาให้หมดเสียตั้งแต่ยังมีโอกาส ข้าเกรงว่ามันจะมีปัญหาตามมาไม่จบสิ้น” พ่อบ้านของเจิงหงเซินกล่าวชี้แนะ

เจิงหงเซินส่ายหัว “แม้หยางไห่กับหยางเฉาจะขัดแย้งกัน แต่หากเราสังหารหยางเฉาทั้งครอบครัว ตระกูลหยางคงไม่อยู่เฉยเป็นแน่ เรื่องนี้ไว้หารือภายหลัง”

“เข้าไปดื่มข้างใน รอฟังข่าวดีจากเซี่ยชิงกันเถอะ”

ขณะที่เจิงหงเซินและพ่อบ้านกำลังเดินย่างเท้าเข้าจวนด้วยกระหยิ่มใจ ทันใดนั้น เสียงเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจก็ดังขึ้น ผันเปลี่ยนสีหน้าคนทั้งคู่ไปโดยพลัน

“ไม่จำเป็นต้องรอ พวกเขาไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 35 คืนสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว