เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 สมเป็นหลานชายของหยางหมิงผู้นี้

บทที่ 32 สมเป็นหลานชายของหยางหมิงผู้นี้

บทที่ 32 สมเป็นหลานชายของหยางหมิงผู้นี้


เมื่อเฉินหยวนมาถึงเขาก็มองไปทางหยางเสี่ยวเทียน ผู้ยืนอยู่บนสนามประลองก่อนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มลำพองใจ

“เจ้าเด็กเหลือขอ ข้ายังจำวาจาของเจ้าที่กล่าวในตอนนั้นได้ หากเมื่อใดศิษย์ข้ากลับมาเจ้าจะเอาชนะเขาได้ในกระบวนท่าเดียวใช่หรือไม่ ตอนนี้ เจ้าคงต้องทุ่มกำลังทั้งหมดที่มี ไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องน่าอายยิ่ง หากผู้ที่พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวครั้งนี้เป็นเจ้า”

ภายใต้ดวงตาใสแต่เรียบเฉย หยางเสี่ยวเทียนเพียงยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “หากข้าสามารถเอาชนะลูกศิษย์ของท่านได้จริงๆ ท่านจะว่าอย่างไร”

ได้ยินสิ่งนี้ เฉินหยวนก็หัวร่อเสียงดังสนั่นเต็มที่ขณะยกมือขึ้นลูบเครายังคางตน “ฮ่าๆๆ หากเจ้าสามารถเอาชนะลูกศิษย์ของข้าได้จริง ข้าจะยอมรับเจ้าเป็นศิษย์อีกคนทันที”

ด้วยคอยอบรมสั่งสอนจากเขามาหลายวัน ความแข็งแกร่งในการฝึกฝนของหยางจงได้เพิ่มขึ้นอย่างมากสมกับเป็นศิษย์เขา

ผู้ไร้พรสรรค์เยี่ยงหยางเสี่ยวเทียน จะเป็นคู่ต่อสู้ของศิษย์เขาได้อย่างไร

“ทว่าเจ้าต้องระวังให้มาก เพราะความแข็งแกร่งของศิษย์ข้านั้น เกินกว่าที่เจ้าจะสามารถจินตนาการได้ในตอนนี้” เฉินหยวนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสขณะเหยียดมุมปากบนใบหน้า

“เช่นนั้นหรือ…” ฟังจบดังนั้น หยางเสี่ยวเทียนก็หันเหลือบตาไปทางหยางจงที่อยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทางนิ่งเฉย

เฉิงเป้ยเป้ยชายตามองหยางเสี่ยวเทียนผู้ยืนอยู่บนสนามประลองพร้อมเอ่ยวาจาเยาะเย้ย “มีเพียงวิญญาณยุทธ์เต่าขยะ ยังหวังจะชนะศิษย์น้องเล็กของข้าอีกงั้นหรือ”

“ช่างเป็นเด็กที่โง่เขลาเสียจริง”

แม้น้ำเสียงเอื้อนเอ่ยของเฉิงเป้ยเป้ยจะไม่ดังมาก แต่ก็พอแจ่มชัดถึงใครหลายคนที่อยู่ใกล้เคียงให้ได้ยินอย่างชัดเจน

หยางจงซึ่งตอนนี้ได้โคจรพลังวิญญาณในกาย เพ่งสายตามองหาหยางเสี่ยวเทียนเชิงส่งสัญญาณเตรียมรับมือ “หยางเสี่ยวเทียน ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ของเจ้าออกมา ข้าจะให้โอกาศเจ้าลงมือก่อน”

หยางเสี่ยวเทียนกลับส่ายหัวบอกกับท่าทีจริงจังของเขา “เจ้าลงมือก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องถูกข้าทุบตีจนร้องไห้งอแงเหมือนคราที่แล้ว”

ครั้งสุดท้ายที่หยางจงอวดภูมิร้องขอเขาให้ลงมือก่อนนั้น หยางเสี่ยวเทียนทุบตีเขาจนขอบตาช้ำไม่ต่างจากดวงตาของหมีแพนด้า

พอครั้นได้ยินหยางเสี่ยวเทียนกล่าวถึงวันประชุมหารือประจำปีครั้งล่าสุด หยางจงก็พลันนึกถึงฉากอันน่าอับอายต่อหน้าผู้คนนับร้อยนั้นอีกครา ทำดวงตาเขาเริ่มแดงก่ำพร้อมคลุ้มคลั่งอย่างโกรธแค้น ก่อนจะปรี่ยกหมัดพุ่งเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนด้วยขาดสติทันที

“หยางเสี่ยวเทียน วันนี้ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย!”

เขารู้สึกว่าการกระทำของหยางเสี่ยวเทียนในวันนั้น เป็นการกระทำโดยตั้งใจ

หยางเสี่ยวเทียนจงใจทำให้เขาอับอายต่อหน้าทุกคนในหมู่บ้านสกุลหยางอย่างน่าอัปยศ

เขาพยายามลบลืมภาพจำอันน่าละอายเหล่านั้นอย่างหนัก แต่วันนี้ หยางเสี่ยวเทียนกลับนำมาพูดถึงราวเยาะเย้ยอีกครั้ง แล้วจะให้เขาทนนิ่งเฉยอยู่ได้เยี่ยงไร

ขณะรี่เข้าหาคนตรงหน้า หยางจงก็ปลดปล่อยพลังปราณพวยพุ่งรอบกายตน กับกำปั้นที่ปรากฏเป็นกรงเล็บงอกออกมาแผ่กลิ่นอายราวกับเสือ

“นักยุทธ์ระดับสามขั้นปลาย!”

เหล่าองครักษ์ของหมู่บ้านสกุลหยางต่างแตกตื่นตกตะลึงในทันที

หลังจากหยางจงทะลวงเข้าสู่ระดับสาม หยางหมิงและหยางไห่ก็ไม่ได้ป่าวประกาศให้ผู้ใดรับรู้ จึงไม่แปลกที่เหล่าองครักษ์ของหมู่บ้านสกุลหยางจะรู้สึกประหลาดใจ เมื่อได้เห็นหยางจงอยู่ในขั้นนักยุทธ์ระดับสามแล้ว

แม้แต่หยางหมิงและหยางไห่ก็ยังประหลาดใจเช่นกัน หลังพบว่าเขาทะลวงถึงขั้นปลายของนักยุทธ์

เพราะในสารจากหยางจงบอกเพียงว่าเขาทะลวงเข้าสู่ระดับสามเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเขาทะลวงเข้าสู่ระดับสามขั้นปลายแล้ว

ทั้งสองคนแทบไม่อยากเชื่อว่าหยางจงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสามได้ภายในเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้

“ดี! ดีมาก! เขาสมกับเป็นหลานชายของหยางหมิงผู้นี้จริงๆ ฮ่าๆๆ” หยางหมิงมองยังหยางจงที่อยู่บนสนามประลองแล้วหัวเราะออกมาอย่างสำราญใจ

หลานชายผู้นี้ ทำเขาประหลาดใจได้มากจริงๆ

กิริยาหยางหมิงตอนนี้แทบไม่สามารถนั่งนิ่งสงบสติอารมณ์จากความตื่นเต้นได้

ไม่ผิดไปจากรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของหยางไห่เพลานี้เช่นกัน

ลูกชายที่ประเสริฐผู้นี้ คอยสร้างแต่ความภูมิใจแลเกียรติยศให้เขาได้ตื่นตาตื่นใจไม่มีพักหายใจเลย

“เด็กคนนี้ช่างเหมือนกับข้าเมื่อก่อนนัก ฮ่าๆๆ” หยางไห่เปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างพึงพอใจอีกคน

เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าเฉินหยวน อันแสดงให้เห็นว่าเขาภาคภูมิใจและคาดหวังต่อศิษย์คนนี้มากแค่ไหน

“ใต้เท้าเฉินหยวน วรยุทธ์ที่จงเอ๋อร์ใช้คือหมัดราชันพยัคฆ์ใช่หรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถามเฉินหยวนขณะใบหน้าท่วมท้นด้วยความสุข

หมัดราชันพยัคฆ์ เป็นหนึ่งในวรยุทธ์ชั้นสูงที่ได้รับสืบทอดจากสำนักเสินเจี้ยน ซึ่งหยางหมิงคุ้นเคยกับวรยุทธ์นี้เป็นอย่างดี

“ใช่แล้ว มันคือหมัดราชันพยัคฆ์” เฉินหยวนพยักหน้าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปชื่นชมการประลองของศิษย์ตนยังเบื้องหน้า

ในขณะที่หยางจงกำลังพุ่งเข้าโจมหาหยางเสี่ยวเทียนด้วยนัยน์ตาแดงก่ำราวกับเสือบ้า แต่สีหน้าคนตรงหน้ากลับนิ่งเฉยไม่เกรงกลัว

หยางเสี่ยวเทียนเพียงย่อตัวลง สืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าแล้วกระชับหมัดแน่นระดับเอวมั่นคงอยู่กับที่ ลมปราณขั้นนักยุทธ์ระดับสี่ก็เริ่มเดินเวียนตามกำปั้นที่เขาสวนออกไปยังหยางจงผู้โผลงเข้าหา

ปัง!

หมัดทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง

ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่โดยรอบจนสะเทือน

ร่างแกร่งทรงพลังก่อนหน้าราวกับเสือร้าย ตอนนี้กลับปลิวไปราวกับใบไม้ร่วง

ตกลงขอบสนามประลองอย่างรุนแรง

จนฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาล

จบบทที่ บทที่ 32 สมเป็นหลานชายของหยางหมิงผู้นี้

คัดลอกลิงก์แล้ว