เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 วังวนที่สอง

บทที่ 19 วังวนที่สอง

บทที่ 19 วังวนที่สอง


หลังหยางหลิงเอ๋อร์ฟังจบ นางก็ยังคงมีสีหน้าหงุดหงิดเช่นเดิมราวไม่เชื่อ “พี่ใหญ่คุยโวอีกแล้ว ท่านพ่อท่านแม่บอกว่ามันต้องใช้เวลาสองหรือสามปีกว่าพี่ใหญ่จะทะลวงเข้าสู่ระดับสองได้”

หยางเสี่ยวเทียนแย้มริมฝีปากพร้อมกล่าวออกไป “เมื่อหยางจงกลับมาครั้งหน้า ข้ามั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้แน่นอน”

ได้ยินดังนั้น น้ำเสียงเด็กน้อยก็เปลี่ยนเป็นหวานอ๋อยทันที “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้ขนมอบจากหมู่บ้านเต้าหัวทั้งหมดแก่ท่าน”

นางกล้าเดิมพันด้วยขนมอบจากหมู่บ้านเต้าหัวของโปรดนางอย่างไม่มีทีท่าลังเลแม้แต่น้อย

“แต่ถ้าท่านแพ้ ท่านต้องมอบขนมอบจากหมู่บ้านเต้าหัวทั้งหมดให้ข้า” นางกล่าวเสริมอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าและแววตาที่ละโมบ

หยางเสี่ยวเทียนแย้มยิ้มแล้วเอ่ยสีหน้าจริงจัง “ได้ ถือเป็นข้อตกลง”

เด็กหญิงตัวเล็กยกมือน้อยๆ ขึ้นแปะกับพี่ชายที่ยืนมาให้เป็นการทำสัญญา

หยางเสี่ยวเทียนเหยียดริมฝีปากหนาอย่างอ่อนโยน หากนางสูญเสียขนมอบทั้งหมดให้เขาคงจะไม่ร้องไห้ขี้มูกโป่งหรอกหรือ…

“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้เป็นปีใหม่ข้าซื้อดอกไม้ไฟมาเยอะเลย พวกเราออกไปจุดดอกไม้ไฟด้วยกันดีไหม” หยางหลิงเอ๋อร์เกาะแขนผู้เป็นพี่ชายทำสายตาออดอ้อน

“ได้สิ” ด้วยแววตากลมวาวเช่นนี้เขาจะปฏิเสธลงได้เยี่ยงไร

เนื่องจากเขาทะลวงเข้าขั้นเซียนสวรรค์แล้ว ในตอนเช้าจึงเหลือเพียงอารมณ์เบิกบานเท่านั้น

ทั้งสองพี่น้องจุดดอกไม้ไฟจำนวนมากเล่นกันในลานอย่างสนุกสนาน

ตอนเย็นทั้งครอบครัวก็มารวมตัวกันเพื่อทานมื้อค่ำบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสซึ่งเป็นของโปรดของทั้งสอง

ทำให้ตอนนี้ รอบปากของหยางหลิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยน้ำมันจากอาหารแสนอร่อยตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลิน

เมื่อหวงอิ๋งเห็นหยางหลิงเอ๋อร์กำลังกินอย่างเร่งรีบ นางก็กล่าวด้วยความเอ็นดู “ค่อยๆ กิน หากเจ้ากินมูมมามแบบนี้ต่อไป แม่เกรงว่าในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นหญิงอ้วนเอานะ”

หยางหลิงเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ กับคำกล่าวของผู้เป็นมารดาแล้วเสริม “พี่ใหญ่กินมากกว่าข้าอีก เช่นนั้น ในอนาคตเขาก็จะเป็นวิญญาจารย์ตุ้ยนุ้ยนะสิ”

หยางเสี่ยวเทียนเลิกคิ้วเพราะถูกนินทาต่อหน้า เขารีบพูดดักความคิดนางก่อนจะทันได้จินตนาการสำเร็จเสียอีก

“พี่ใหญ่ของเจ้าฝึกฝนทุกวัน กินแค่นี้ไม่ทำให้ข้าตุ้ยนุ้ยหรอก”

หยางเฉาที่อยู่ตรงนั้นก็หัวร่อให้ทั้งสองพี่น้อง ก่อนไม่ลืมหันไปกล่าวกับหยางเสี่ยวเทียนด้วยความห่วงใย “เสี่ยวเทียนในการฝึกวรยุทธหากรีบร้อนจะไม่เป็นการดี พ่อรู้ว่าทำไมเจ้าถึงฝึกฝนอย่างหนัก แต่ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเช่นนั้นก็ได้”

หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้ารับ “ข้าทราบแล้วท่านพ่อ”

หยางเฉามองดูลูกชายด้วยรู้สึกมีความสุข แม้ในใจจะปนความสงสัยมาบ้าง

ทำไมลูกชายเขาทะลวงระดับแรกได้เร็วขนาดนี้ เขาไม่ถามแม้ใคร่อยากรู้ แต่จะอดทนรอผู้เป็นลูกชายบอกเอง เมื่อคิดว่าถึงเวลาอันสมควร

หลังงานเลี้ยงอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่าจบลง หยางหลิงเอ๋อร์ก็ร้องขอหยางเสี่ยวเทียนให้จุดดอกไม้ไฟอีกครั้ง

แสงที่ส่องสว่างในยามค่ำคืนจากดอกไม้ไฟ ช่างดูสดใสและงดงามยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวันนัก

หยางเฉามองดูดอกไม้ไฟที่เบ่งบานในท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างมีความสุข แต่เมื่อคิดถึงการเดินทางไปหมู่บ้านเฮยเฟิงมะรืนนี้ รอยยิ้มของเขาก็เริ่มจางหายไปเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองที่เก็บซ้อนอยู่ภายในผู้เดียว

ในตอนกลางดึกที่ทุกคนหลับไหล…

หยางเสี่ยวเทียนก็ลอบออกมายังถ้ำบนหุบเขาเพื่อกลืนโอสถวิญญาณสี่ประการที่เหลือ

แม้เขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนสวรรค์ไปแล้ว แต่ก็ยังมีความกังวลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ถึงสิบสี่คนจากหมู่บ้านเฮยเฟิงในคราเดียว ดังนั้นเขาต้องพยายามให้ถึงที่สุดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งตอนนี้ของเขา

ขณะที่เขาขับเน้นฤทธิ์โอสถวิญญาณสี่ประการเม็ดสุดท้าย วังวนภายในตันเถียนของเขาก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ค่ำคืนผ่านไป ดวงอาทิตย์ขึ้นบ่งบอกถึงยามเช้า

เมื่อหยางเสี่ยวเทียนหยุดบำเพ็ญฝึก เขาก็พบว่าวังวนในตันเถียนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมราวสามสิบฉื่อ!

และมีวังวนที่สองเกิดการก่อตัวขึ้นภายใน

ทำเขาอดสุขใจกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งไม่ได้

เพราะการรวมตัวเป็นวังวนสองชั้น หมายความว่าเขาได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนสวรรค์ระดับสองแล้วนั่นเอง

ผลที่ได้จากการกลืนโอสถวิญญาณสี่ประการเพื่อบำเพ็ญฝึกนั้น ดีกว่าที่เขาคาดเอาไว้เสียอีก

เขาออกมายังที่โล่งในหุบเขาเช่นเดิม แล้วชักกระบี่ตงเทียนออกมาชี้ขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมกับโจมตีโดยใช้ปราณกระบี่ปลดปล่อยออกไป

ก่อนปรากฏเป็นปราณกระบี่หกเล่มตกลงมาจากท้องฟ้าเสียงดังสนั่น

ตูม!

ส่งผลให้บนพื้นเกิดร่องรอยจากการพุ่งตัวลงมาของปราณกระบี่เพิ่มขึ้นเป็นหกรูขนาดใหญ่

นี่คือบวนท่าที่สองของเพลงกระบี่ตงเทียน “เก้ากระบี่ทะลวงสวรรค์” เมื่อวานเขาโจมตีได้เพียงสี่ปราณกระบี่เท่านั้น ตอนนี้เพิ่มได้มาหก แม้ยังขาดอีกสามปราณแต่พลังโจมตีก็ถือว่ามากกว่าเมื่อวานแล้ว

จบบทที่ บทที่ 19 วังวนที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว