เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 วิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์

บทที่ 15 วิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์

บทที่ 15 วิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์


หากต้องการทะลวงเข้าขั้นเซียนสวรรค์ก่อนปีใหม่ เขาจำต้องหลอมโอสถเซียนเทียนให้ได้เสียก่อน!

ทว่าตอนนี้ เขายังไม่สามารถหลอมโอสถขั้นนั้นได้

เพราะมีเพียงผู้ที่อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์เท่านั้น ถึงจะสามารถหลอมโอสถเซียนเทียนได้

แล้วเขาจะหาโอสถเซียนเทียนได้จากที่ใดกัน

อีกอย่าง โอสถนั้นมีราคาอย่างน้อยหนึ่งหมื่นเหรียญทอง

เขาไม่มีเงินมากพอจะซื้อมันได้ขนาดนั้น

นอกจากนี้ โอสถเซียนเทียนยังหายากและไม่มีขายในเมืองซิงเยว่หรือเมืองใกล้เคียง

ยากเย็นเสียจริง!

ขณะที่หยางเสี่ยวเทียนกำลังแอบออกจากบ้านสกุลหยาง เขากลับพบว่ามีผู้คุมคอยลาดตระเวนโดยรอบหมู่บ้านมากกว่าปกติถึงสองเท่า จนเขาเกิดความสงสัยคอยซุ่มดูอยู่เงียบๆ ในมุมมืด

หลังลอบฟังเสียงพวกผู้คุมสนทนากันสักพัก หยางเสี่ยวเทียนก็ได้รู้ว่ามีฆาตกรต้องโทษร้ายแรงที่ทางการประกาศจับหลบหนีเข้ามาในเมืองซิงเยว่

นามเขาคือหูลี่ ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต เคยสังหารคนในตระกูลต่างๆ มาแล้วมากมาย ซ้ำก่อนหลบหนีเขาได้สังหารคนของทางการและนักปรุงโอสถไปด้วยหลายคน

เป็นคู่ต่อสู้ที่ถือว่าแข็งแกร่งมากอีกคน ทั้งยังเป็นวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ระดับสอง

จึงไม่แปลกใจเลยที่บ้านสกุลหยางจะเตรียมกำลังป้องกันขนาดนี้

ขณะที่ผู้คนกำลังหวาดกลัว หยางเสี่ยวเทียนกลับรู้สึกเฉย ไม่สนใจถึงความน่าเกร่งกลัวที่ว่านั้น

เพราะหากได้เผชิญหน้ากับหูลี่จริงๆ เขาก็อยากจะทดสอบความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขา ว่ามากพอถึงขั้นไหนแล้ว

เขายังคงลอบออกจากบ้านสกุลหยาง แล้วเดินตามทางที่เคยใช้ไปยังหุบเขา

แต่หลังเข้าถึงยังป่าทึบได้ไม่นาน เขาก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งกำลังนั่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าไม่ไกลมากนัก ขณะเพ่งมองเขาถึงเริ่มเห็นผมเผ้าแลใบหน้าที่รุงรังไปด้วยหนวดเครา พร้อมด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่นที่มีคราบเลือดกระเซ็นไปทั่วร่างกาย ทำเขารับรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่อยู่ตรงนั้นคือใคร… หูลี่

เมื่อหูลี่รับรู้ถึงการมาของบุคคลปริศนา เขาก็ลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความตกใจพร้อมกับแผ่กลิ่นอายอันชั่วร้ายและรุนแรงพุ่งเข้าหาผู้มาเยือนทันที

ก่อนประหลาดใจเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นเพียงเด็กอายุเจ็ดหรือแปดขวบ แต่เจตนาฆ่าในดวงตาของเขากลับเปล่งประกายขึ้นยิ่งกว่าเดิม แล้วเดินเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนพร้อมถือดาบขนาดใหญ่ในมือ

“เจ้าเด็กเหลือขอ ไหนๆ เจ้าก็เห็นหน้าข้าแล้ว ข้าคงปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่ออีกไม่ได้ หากจะโทษก็โทษชะตากรรมที่โหดร้ายกับเจ้าเสียเถอะ”

“ไม่ต้องกลัว ด้วยความรวดเร็วของมัน เจ้าจะตายโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บปวด!”

เพลงดาบของหูลี่นั้นรวดเร็วมาก

ชั่วพริบตา ดาบก็เหวี่ยงถึงคอของหยางเสี่ยวเทียนแล้ว

ขณะสืบเท้าเข้าใกล้พร้อมคิดจะสะบั้นคอของเด็กผู้อยู่เบื้องหน้าด้วยดาบในมือ ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งมาโผล่ตรงหน้าปรากฏแววตาแลสีหน้าเย็นยะเยือก ทำดาบที่กำลังเหวี่ยงเต็มแรงพลาดไปก่อนเขาสัมผัสได้ถึงเพียงความเจ็บปวดข้างลำตัว

หมัดอันทรงพลังที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ชนเข้ากับซี่โครงของหูลี่อย่างหนักหน่วง

สายเกินไปที่เขาจะทันหลบหลีก

กร๊อบ!

เสียงกระดูกแตกหักดังสะท้านจนน่าสยดสยอง

ร่างเขาปลิวถอยหลังไปเกือบห้าสิบฉื่อจากแรงชกมหาศาลนั้น

หูลี่พยายามทรงตัวพร้อมกักเก็บความรู้สึกเจ็บปวด ก่อนมองย้อนดูเด็กน้อยที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ “นักยุทธ์ระดับสิบขั้นปลาย!”

เด็กผู้นี้อยู่ในขั้นปลายแล้วงั้นหรือ!

เขาท่องไปทั่วอาณาจักร เห็นอะไรมาก็มากแม้แต่เด็กที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา ที่เขาได้เห็นยอดวิญญาจารย์ขั้นปลายอายุเพียงเจ็ดหรือแปดขวบ

ดูเหมือนที่นี่จะเป็นเมืองซิงเย่วแห่งอาณาจักรเสินไห่ แล้วมีสัตว์ประหลาดอัจฉริยะเช่นนี้โผล่ออกมาจากอาณาจักรเสินไห่ได้อย่างไรกัน

“ข้าสงสัยนัก ว่าเจ้าเป็นคนของตระกูลใดกัน” หูลี่หันกลับมาคิด พร้อมกับแสร้งยิ้มเป็นคนใจดีก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย ข้ามาที่นี่เพื่อเยี่ยมญาติและเพื่อนฝูง แต่ถูกโจรปล้นระหว่างทาง เลยทำให้เข้าใจผิดคิดว่าน้องชายเป็นโจรที่ไล่ตามมาเท่านั้น”

หูลี่กล่าวขณะเดินเขาเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนพร้อมปกปิดความมุ่งหมายเอาชีวิตไว้

เมื่อเห็นว่าหยางเสี่ยวเทียนไม่ทันระวังตัว หูลี่ก็ระเบิดพลังพร้อมเหวี่ยงดาบใส่เขาอีกครั้ง ก่อนที่ทันใดนั้นกระบี่ตงเทียนจะปรากฏขึ้นในมือของหยางเสี่ยวเทียนแล้วแทงออกไปอย่างไม่มีลังเลเช่นกัน

เหลือไว้เพียงแสงสะท้อนจากกระบี่ในค่ำคืนอันมืดมิด

ภายใต้แสงจันทรา กระบี่สะท้อนราวกับเพชรเม็ดงาม

หูลี่รู้สึกเจ็บปวดยังตาซ้ายและความมืดสนิท เขายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าขณะหลับตาซ้ำๆ ว่าดวงตาที่มืดบอดไปเป็นเพียงการถูกบดบังจากเลือดเท่านั้นหรือ ก่อนที่เขาจะเริ่มร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดเพราะสูญเสียดวงตานั้นไปจริงๆ จากเพลงกระบี่ของหยางเสี่ยวเทียนเมื่อครู่

“ปรานกระบี่! เจ้าสามารถใช้ปรานกระบี่ได้อย่างไร!” หูลี่จ้องไปที่หยางเสี่ยวเทียนด้วยความตกใจก่อนจะถามด้วยความปวดร้าว

มีเพียงวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์เท่านั้นถึงจะสามารถใช้ปรานกระบี่ได้ แต่เขาเป็นเพียงนักยุทธ์ระดับสิบขั้นปลายแล้วสามารถใช้ปรานกระบี่ได้อย่างไร

“ใครบอกเจ้า ว่าข้าไม่สามารถใช้ปราณกระบี่ได้” หยางเสี่ยวเทียนซึ่งก่อนหน้าเคยเต็มไปด้วยความกังวล ตอนนี้กลับรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าเพลงกระบี่ที่เขาฝึกประสบความสำเร็จ

“เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสเพลงดาบของข้าบ้าง” หูลี่คำรามด้วยความโกรธ

“วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!” สิ้นเสียงข่มขู่ ภาพธรรมพยัคฆ์ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา

จากนั้น ทั่วร่างกายเขาก็เต็มไปด้วยลวดลายของพยัคฆ์พร้อมกับกรงเล็บอันแหลมคมประดุจเหล็กกล้าที่งอกขึ้นมาบนฝ่ามือ

จบบทที่ บทที่ 15 วิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว