เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 วิญญาณยุทธ์คู่ขั้นสูงสุด

บทที่ 12 วิญญาณยุทธ์คู่ขั้นสูงสุด

บทที่ 12 วิญญาณยุทธ์คู่ขั้นสูงสุด


หยางเสี่ยวเทียนสวมอาภรณ์ชุดใหม่ที่มารดาของเขาซื้อให้กลับมาที่จวน

เมื่อมองดูขนมอบของขึ้นชื่อประจำหมู่บ้านเต้าหัวที่มารดาเขายัดใส่มือมา หยางเสี่ยวเทียนก็ให้รู้สึกฝืดเฝื่อน เพราะบิดาของเขาจะต้องไปที่หมู่บ้านเฮยเฟิงหลังวันปีใหม่นี้

“เซียนสวรรค์ระดับสี่ ขั้นเซียนสวรรค์สิบสี่คน” หยางเสี่ยวเทียนพึมพำกับตัวเอง

เขาที่อยู่ในร่างเด็กน้อยพอจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ของหมู่บ้านเฮยเฟิงจากการฟังสิ่งที่บิดามารดาสนทนากัน หยางเสี่ยวเทียนยิ่งปรารถนาให้ตนแข็งแกร่งมากพอที่จะสามารถช่วยเหลือบิดาได้

แต่ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงสิบวันก่อนปีใหม่ ไม่ว่าเขาจะฝึกฝนได้เร็วแค่ไหนหรือต่อให้มีวิญญาณยุทธ์คู่ เขาก็ยังไม่อาจไปถึงระดับเซียนสวรรค์ได้ในเวลาเพียงแค่นี้

หยางเสี่ยวเทียนขมวดคิ้วด้วยสีหน้าหงุดหงิด เขาตัดสินใจเดินไปที่เนินเขาหลังหมู่บ้านตระกูลเพื่อขจัดความกลัดกลุ้มในใจ เด็กน้อยเริ่มฝึกมวยไทเก๊กด้วยสมาธิอันมุ่งมั่น ท่วงท่ายังคงพริ้วไหวดั่งสายน้ำ

ในตอนที่หยางเสี่ยวเทียนกำลังฝึกมวยไทเก๊กอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีบางอย่างตกมากระทบที่หน้าผากของเขา

หยางเสี่ยวเทียนยกมือขึ้นปิดหน้าผากที่ปวดเร่าๆของเขาพร้อมกับมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นสัตว์วิญญาณที่ทั้งร่างถูกหุ้มด้วยเกราะสีทองอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

สัตว์หุ้มเกราะสีทองมีรูปร่างคล้ายตัวนิ่ม แต่เกล็ดของมันเป็นสีทองวาววาม สัตว์วิญญาณชนิดนี้แม้ด้านการโจมตีจะอ่อนด้อยอยู่บ้างแต่กลับมีการป้องกันที่แข็งแกร่งมาก

ในมือของมันถือลูกสนสองสามลูก เห็นได้ชัดว่ามันเพิ่งขว้างมาใส่หยางเสี่ยวเทียน

เมื่อสัตว์วิญญาณเกราะทองเห็นหยางเสี่ยวเทียนพุ่งเข้ามาโจมตี มันก็เอามือปิดปากแล้วหัวเราะ ทำให้หยางเสี่ยวเทียนโมโหจนเสียการควบคุม

“กระเรียนสยายปีก!” หยางเสี่ยวเทียนพุ่งไปข้างหน้าพร้อมออกกระบวนท่าไทเก๊ก

แต่สัตว์วิญญาณตัวนิ่มกลับสามารถหลบการโจมตีของหยางเสี่ยวเทียนได้อย่างคล่องแคล่ว จากนั้นมันก็เว้นระยะห่างจากเขากว่าสามสิบฉื่อก่อนจะส่ายก้นใส่หยางเสี่ยวเทียนอย่างล้อเลียน

ท่าทางของมันเช่นนี้สมควรถูกสั่งสอน!

หยางเสี่ยวเทียนไล่ตามมันอีกครั้ง

สัตว์วิญญาณเกราะทองวิ่งหนีพร้อมกับส่ายก้นให้หยางเสี่ยวเทียนที่กำลังไล่ตามมันอยู่ แม้ว่าวิญญาณยุทธ์กับกำลังภายในจะแข็งแกร่ง แต่เขากลับไม่อาจโจมตีถูกเจ้าตัวเล็กนั่นเลยสักครั้ง

ในตอนนี้ หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์ก็ไล่กวดกันก่อนจะหลงเข้าไปในหุบเขาลึกโดยไม่รู้ตัว

ในที่สุด เขาก็ไล่ตามสัตว์วิญญาณเกราะทองจนมาถึงหุบเขาที่ไม่เด่นสะดุดตา มันวิ่งหายเข้าไปในทุ่งหญ้าที่สูงทึบ หยางเสี่ยวเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งเดินก่อนจะฝ่าทุ่งหญ้าเข้าไป หลังเดินไปได้ครู่หนึ่งเขาก็พบสถานแห่งหนึ่งคล้ายถ้ำเล็กๆ

ถ้ำแห่งนี้ซ่อนอยู่ในหุบเขาที่ลึกมากจนไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก

เมื่อมองไปที่ถ้ำอันมืดมิดตรงหน้า เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไป

ภายในถ้ำเล็กๆ แห่งนี้นั้นลึกกว่าที่เขาคาดไว้มาก หลังจากเดินไปได้สักพัก นอกจากไม่อาจมองเห็นจุดสิ้นสุด ทางเดินนั้นกลับยิ่งนานยิ่งกว้าง ทว่าในถ้ำนั้นมีแสงสว่างน้อยมาก ส่งผลให้หยางเสี่ยวเทียนทำได้เพียงงมหาเส้นทางในความมืดมิดเท่านั้น

ระหว่างที่เขาเดินไปได้ประมาณสามร้อยฉื่อและหยางเสี่ยวเทียนเริ่มครุ่นคิดว่าจะกลับออกไปดีหรือไม่ ในตอนนั้นเอง สัตว์วิญญาณเกราะทองก็โผล่ออกมาจากความมืดมิดโบกมือให้กับเขา

หยางเสี่ยวเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามมันไปอีกครั้ง

เขาเดินเป็นชั่วระยะเวลาราวหนึ่งถ้วยชา (ราวๆ 15 นาที) เส้นทางในถ้ำก็แตกแขนงออกเป็นหลายเส้นทาง

สัตว์วิญญาณเกราะทองเดินนำหยางเสี่ยวเทียนเข้าไปในถ้ำที่มีลักษณะคล้ายเขาวงกต เขาเดินตามเจ้าสัตว์น้อยผ่านเส้นทางคดเคี้ยวกว่าสิบสาย พลันมีแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา หยางเสี่ยวเทียนเร่งฝีเท้เข้าหาแสงนั้น เมื่อเขาเดินมาถึงพื้นที่ที่มีแสงสว่าง หยางเสี่ยวเทียนก็ให้ตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

“สถานที่นี้ราวกับสรวงสวรรค์” หุบเขาเล็กๆ อยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยเสียงสกุณาขับขาน พร้อมกับมวลหมู่ดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมอวลราวฤดูวสันต์

ในเวลานี้สัตว์วิญญาณเกราะทองที่อยู่ใต้หุบเขาเล็กๆก็โบกมือให้หยางเสี่ยวเทียนอีกครั้ง

หยางเสี่ยวเทียนกัดฟันก่อนจะใช้วิชาตัวเบากระโดดลงไปที่เชิงเขาด้านล่าง เขาเหินลงไปบนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ทีละกิ่ง เขากระโดดย้ายกิ่งไปมาหลายครั้งจนในที่สุดหยางเสี่ยวเทียนก็ลงมาถึงเชิงเขาเบื้องล่าง

ในหุบเขาแห่งนี้กว้างมาก อาจกว้างได้ถึงหลายร้อยหรือหลายพันหมู่(หมู่=ไร่) เบื้องหน้าสายตาอุดมไปด้วยไม้ผลหลากหลาย ดอกไม้และสมุนไพรปกคลุมไปทั่วส่งกลิ่นหอมอวลนาสิก

หยางเสี่ยวเทียนรู้สึกอัศจรรย์ใจมาก

ในเวลานี้ สัตว์วิญญาณเกราะทองวิ่งขึ้นไปบนต้นไม้พร้อมกับหยิบผลไม้หนึ่งมากัดกร้วมคำใหญ่ จากนั้นมันจึงโยนอีกผลให้หยางเสี่ยวเทียน เขาหยิบผลไม้สีเขียวขึ้นมาดูก่อนจะกัดเข้าไป รสชาติที่กำซาบฟันของเขาเต็มไปด้วยความหวานละมุน หลังจากที่น้ำผลไม้เข้าสู่ท้องของเขา คลื่นความอบอุ่นก็พรั่งพรูออกมาทำให้ทั้งร่างกายของเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าตกตะลึง!

หยางเสี่ยวเทียนรีบกลืนเข้าไปทั้งผลและนั่งขัดสมาธิบนพื้นเพื่อโคจรพลังทางจิตวิญญาณ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา ในที่สุดหยางเสี่ยวเทียนก็ขัดเกลาพลังของผลวิญญาณได้สำเร็จ เขาพบว่าทั้งกำลังภายในและวิญญาณยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก เทียบเท่ากับการฝึกฝนอย่างหนักหลายวันเลยทีเดียว

สิ่งนี้ทำให้หยางเสี่ยวเทียนมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

อาศัยสิ่งนี้ เขาอาจบรรลุขั้นต่อไปก่อนปีใหม่ก็เป็นได้

แม้ว่าจะมีความหวังเพียงริบหรี่ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

ในตอนที่หยางเสี่ยวเทียนกำลังจะกินผลต่อไปเพื่อฝึกฝน เขาก็เห็นสัตว์วิญญาณเกราะทองโบกมือให้ เขาอีกครั้งพร้อมกับชี้ไปข้างหน้า

หยางเสี่ยวเทียนกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะเห็นทางเข้าถ้ำที่อยู่บนหน้าผา ทางเข้านี้ดูแตกต่างจากเส้นทางที่เขามา ราวกับว่ามีใครสักคนอาศัยอยู่ในนั้น

หยางเสี่ยวเทียนกระโดดขึ้นไปที่ปากถ้ำในชั่วอึดใจถัดมาแล้วเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล ทว่าสัตว์วิญญาณเกราะทองกลับไม่กล้าเข้าไปด้วย มันทำเพียงแค่ยืนมองจากปากถ้ำด้วยความกริ่งเกรง คล้ายจะมีบางอย่างที่มันหวาดกลัวอยู่ภายในถ้ำนี้

หยางเสี่ยวเทียนรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทางสั่นเทาของสัตว์วิญญาณเกราะทอง เขาทอดสายตาเข้าไปในถ้ำก่อนจะเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทีหวาดระแวง เมื่อเดินเข้าไปเกือบร้อยฉื่อ เขาก็มาถึงโถงขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยห้องศิลาสี่ห้อง

ผนังทั้งสี่ของโถงถ้ำมีไข่มุกราตรีขนาดเท่ากำปั้นสี่เม็ดฝังอยู่ ทำให้ทั้งบริเวณดูสว่างราวกลางวัน

หยางเสี่ยวเทียนตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าจะมีโถงขนาดใหญ่อยู่ในถ้ำเล็กๆ แห่งนี้ เมื่อสังเกตแล้วว่าที่แห่งนี้ปลอดภัย เขาเริ่มสำรวจจากห้องแรกก่อน

ในห้องแรกว่างเปล่ามีเพียงเตียงหยกเย็นหลังหนึ่งเท่านั้น

เมื่อหยางเสี่ยวเทียนสำรวจมาถึงห้องที่สอง เขาก็พบว่ามีคัมภีร์สองเล่มวางอยู่บนโต๊ะหินพร้อมกับกระบี่โบราณหนึ่งเล่มพิงอยู่ด้านข้างโต๊ะหินนั้น

หยางเสี่ยวเทียนไม่ลังเล เขารีบหยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วเปิดมันออก ในหน้าแรกนั้นมีคำว่า

“เคล็ดวิชามังกรแรกเริ่ม” เขียนอยู่ ตอนนี้ความสนใจของเขาอยู่ที่หน้าถัดไป ยิ่งเขาอ่านมันมากเท่าไหร่เลือดในกายก็ยิ่งพลุ้งพล่านด้วยความตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น คัมภีร์นี้กล่าวไว้ว่า เคล็ดวิชามังกรแรกเริ่ม เป็นวิชากำลังภายในชั้นยอดของเผ่ามังกรโบราณ หลังจากฝึกฝนแล้วไม่เพียงแต่จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับมังกร แต่ยังมีปราณแท้ของมังกรอีกด้วย

แม้หยางเสี่ยวเทียนจะไม่รู้ว่าเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มนั้นอยู่ในระดับใด แต่อย่างแรกที่เขารู้คือมังกรเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และอย่างที่สองคือเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มเป็น

วิชากำลังภายในขั้นสูงของเผ่ามังกรโบราณ ดังนั้นมันจะต้องมีพลังมหาศาลอย่างแน่นอน

หลังจากอ่านจบหยางเสี่ยวเทียนแทบไม่อาจควบคุมตนเองได้ เนื่องจากในคัมภีร์กล่าวว่าเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มนั้นมีพลังมหาศาลจนยากต่อการควบคุม ดังนั้นในการฝึกฝนเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มจำเป็นต้องมีวิญญาณยุทธ์สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกับเผ่ามังกรโบราณเข้าร่วม ราวฟ้าเข้าข้าง เขานั้นมีวิญญาณยุทธ์สัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเสวียนอู่ ดังนั้นเขาจึงสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มได้อย่างไร้อุปสรรค

หลังคลื่นอารมณ์แห่งความตื่นเต้นผ่านพ้นไป หยางเสี่ยวเทียนก็เปิดคัมภีร์เล่มที่สองออกอ่าน

เล่มที่สองเป็นคัมภีร์กระบี่ชื่อ “เพลงกระบี่ตงเทียน”

เพลงกระบี่ตงเทียนเป็นวรยุทธลับของสำนักตงเทียน

นามของกระบี่นั้นคือกระบี่ตงเทียน หนึ่งในสิบสุดยอดกระบี่แห่งยุทธภพ

หลังอ่านจบหัวใจของหยางเสี่ยวเทียนก็เต้นรัวขึ้น

มีหน้าหนึ่งในคัมภีร์ที่เต็มไปด้วยลายมือของหงเฟิง อดีตเจ้าสำนักตงเทียนเขียนทิ้งไว้ว่า ถ้ำแห่งนี้เป็นที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่อย่างสันโดษและใช้กักตนเพื่อฝึกวิชา

ตามที่เขาเขียนไว้ ทางเข้าถ้ำถูกปกป้องโดยค่ายกลที่เขาสร้างขึ้น เฉพาะผู้ที่มีวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดเท่านั้นที่สามารถเข้ามาในถ้ำเพื่อเป็นผู้สืบทอดของเขาได้ โดยสืบทอดกระบี่ตงเทียน เพลงกระบี่ตงเทียนและเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มที่เขาทิ้งไว้

“วิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดงั้นหรือ?” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวกับตัวเอง

วิญญาณยุทธ์ตั้งแต่ระดับที่สิบเอ็ดถึงสิบสามเรียกว่าวิญญาณยุทธ์ขั้นสูง เมื่อวิญญาณยุทธ์ถึงระดับสิบสี่เรียกว่าวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุด

ตอนนี้เขาอยู่ในถ้ำ

เช่นนั้นก็แปลว่า วิญญาณยุทธ์ของเขาเป็นระดับสิบสี่หรือมากกว่านั้น!

บางทีนี่อาจเป็นวิญญาณยุทธ์คู่ระดับสิบสี่ก็เป็นได้

จบบทที่ บทที่ 12 วิญญาณยุทธ์คู่ขั้นสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว