เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 เสวียนอู่ สัตว์เทพผู้พิทักษ์จตุรทิศ

บทที่ 3 เสวียนอู่ สัตว์เทพผู้พิทักษ์จตุรทิศ

บทที่ 3 เสวียนอู่ สัตว์เทพผู้พิทักษ์จตุรทิศ


สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังของหยางเสี่ยวเทียนคือเต่าดำขนาดใหญ่

เป็นเต่าขนาดใหญ่ที่มีอสรพิษดำขนาดเล็กพันรอบตัวมันอยู่

แต่อสรพิษขนาดเล็กกว่าเต่าดำที่ว่านี้มากจนแทบสามารถมองข้ามมันไปได้ง่ายๆ

ทันทีที่ทุกคนเห็นพลังวิญญาณยุทธ์ของหยางเสี่ยวเทียน พวกเขาก็ถึงกับมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ช่างเป็นเต่าที่ตัวใหญ่จริงๆ” ทันใดนั้น เหล่าวิญญาจารย์แห่งเมืองซิงเยว่ก็หัวเราะออกมา “เป็นวิญญาณยุทธ์เต่าจริงๆ ฮ่าฮ่า หยางหมิง วิญญาณยุทธ์ของหลานชายเจ้าช่างประหลาดนัก”

เมื่อเสียงนั้นจบลง เหล่าวิญญาจารย์หลายคนแห่งเมืองซิงเยว่ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง

หยางหมิงมองไปที่เต่าตัวใหญ่เหนือหัวของผู้เป็นหลานชาย ใบหน้าเขาก็แสดงความเกลียดชังขึ้นมาทันทีหลังได้เห็นสิ่งที่เหล่าผู้คนให้ความเย้ยหยันทำเป็นเรื่องตลก

นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นเต่าจริงๆ

แม้เต่าจะไม่ถือว่าเป็นวิญญาณยุทธ์ไร้ประโยชน์อันดับแรก แต่มันก็ถือว่าเป็นที่สองรองจากวิญญาณยุทธ์ขยะ ที่มีดีกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เพราะวิญญาณยุทธ์เต่าสามารถดูดซับพลังวิญญาณแห่งสวรรค์และโลกมาพัฒนาให้ก้าวหน้าได้ช้ามาก ด้วยวิญญาณยุทธ์เต่าของเขา การฝึกฝนหนึ่งปีคงไม่อาจตามทันการฝึกฝนเพียงสิบวันของคนอื่นได้

หยางเฉาที่ยังหวังแล้วสวดภาวนาอยู่ เริ่มมีสีหน้าซีดเซียวขึ้นราวกับกำลังจมดิ่งสู่เหวลึก

พลังวิญญาณยุทธ์ของบุตรชายตนคือเต่าจริงๆ อย่างนั้นหรือ เช่นนั้น ไม่ว่าเขาจะเพียรฝึกฝนหนักทั้งชีวิตแค่ไหน ก็ไม่สามารถเป็นวิญญาณจารย์ได้ดีอย่างผู้อื่น

เวลานั้นเอง วิญญาจารย์แห่งเมืองซิงเยว่คนหนึ่งก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ “นี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่วิญญาณยุทธ์เต่าปรากฏขึ้นที่เมืองซิงเยว่ของเราใช่หรือไม่ หยางหมิงหลานชายท่านสร้างประวัติใหม่ให้เราแล้ว”

ใบหน้าของหยางหมิงบูดบึ้งแสดงถึงความเกลียดชังมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดเย้ยหยันนี้

ต่างจากหยางจงที่แสดงสีหน้ามีความสุขชัดเจนเมื่อได้เห็นพลังวิญญาณยุทธ์ของหยางเสี่ยวเทียนเป็นเพียงแค่เต่า

ขณะที่ทุกคนรอบตัวต่างหัวเราะเยาะเขา หยางเสี่ยวเทียนกลับมองดูวิญญาณยุทธ์ของตนด้วยความสงสัย

วิญญาณยุทธ์เขา คล้ายเสวียนอู่สัตว์เทพผู้พิทักษ์จตุรทิศของจีน

ที่เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศเหนือในตำนาน

เมื่อหยางหมิงเห็นว่าหลานชายตนยังคงยืนอยู่ในค่ายกล โดยเอาแต่จ้องมองวิญญาณยุทธ์เต่าด้วยความสงสัย สิ่งนั่นยิ่งทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าก่อนกัดฟันกล่าว “เจ้าหลานน่าสมเพช รีบลงมาเดี๋ยวนี้!”

เขาเดินออกจากค่ายกลแล้วเห็นใบหน้าผู้เป็นปู่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้น หยางเสี่ยวเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะบอกเรื่องนี้กับเขาไหม ก่อนตัดสินใจกล่าว “ท่านปู่ วิญญาณยุทธ์ของข้าไม่น่าใช่เต่า”

พอหยางหมิงเห็นว่าผู้เป็นหลานยังกล้าเอ่ยปากพูดเล่นในสถานะการณ์เช่นนี้ มันยิ่งทำให้ใบหน้าเขาเริ่มเปลี่ยนสีด้วยความโกรธจัดอย่างถึงที่สุด “พาเจ้าสิ่งไร้ค่านี้กลับไป เจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากหมู่บ้านหยาง หากไม่มีคำสั่งจากข้า” กล่าวจบ เขาก็จากไปพร้อมอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่มีหน้าอยู่ต่ออีกแล้ว

เมื่อเห็นหยางหมิงจากไป เหล่าวิญญาจารย์ของหมู่บ้านหยางต่างก็รีบติดตามไปเช่นเดียวกัน

หลี่กวง ผู้นำตระกูลหลี่ถึงกับส่ายหัวเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่หยางหมิงแสดงออกมา ใครจะคิดว่าทั้งสองเป็นหลานชายของเขาจริงๆ คนหนึ่งมีวิญญาณยุทธ์ระดับสิบ ส่วนอีกคนมีวิญญาณยุทธ์แค่ระดับสอง

ทันทีที่กลับถึงหมู่บ้านหยาง หยางหมิงก็เริ่มแสดงอาการเดือดดาลขึ้นอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขากล่าวกับหยางเฉาเสียงเข้ม “ดูลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เจ้าให้กำเนิดสิ! หากยังมีหน้ากล้าออกจากหมู่บ้านหยางอีก ข้าจะหักขาเขาเสีย!”

วันนี้หยางเสี่ยวเทียนทำให้เขาอับอายต่อหน้าวิญญาจารย์ทุกคนในเมืองซิงเยว่

หยางหมิงสบัดแขนเสื้อแล้วจากไป

หลังหยางหมิงจากไป หยางไห่ก็ยิ้มให้หยางเฉาและกล่าวว่า “เจ้ารองอย่าได้ใส่ใจไป ท่านพ่อปกติก็มีนิสัยเช่นนี้ แต่ข้าไม่คิดเลยว่าวิญญาณยุทธ์ของเสี่ยวเทียนจะกลายเป็นเต่าไปเสียได้”

ใครๆ ก็ได้ยินคำกล่าวของหยางไห่ที่แสดงออกมาด้วยความยินดี

หยางไห่จากไปพร้อมกับหยางจงบุตรชายเขาและคนอื่นๆ

ก่อนที่หยางจงจะเดินผ่านหยางเสี่ยวเทียนไป เขาก็เผยยิ้มเยาะพร้อมกล่าวเย้ยหยัน “เสี่ยวเทียน ช่วงปลายปีตระกูลเราจะจัดการประลองฝีมือกัน เจ้าก็ฝึกฝนให้หนักล่ะ จะได้ไม่ตกใจกับหมัดของข้า”

เมื่อหยางไห่ หยางจง และคนอื่นๆ เดินลับไป หยางเฉาผู้มีสีหน้าบูดบึ้งเพราะรู้ไส้สองพ่อลูกนั้นดี เขาถอนหายใจพร้อมหันกลับไปหาผู้เป็นบุตรชายก่อนอ้าปากกล่าว “เสี่ยวเทียนไม่ต้องคิดมาก ตราบใดที่เจ้าหมั่นฝึกฝนอย่างหนัก เจ้าก็เอาชนะหยางจงได้แน่นอน บางทีเจ้าอาจทะลวงไปถึงขั้นเซียนสวรรค์ก็เป็นได้”

แต่นั่นอาจเป็นไปได้งั้นหรือ

จบบทที่ บทที่ 3 เสวียนอู่ สัตว์เทพผู้พิทักษ์จตุรทิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว