เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 โลกแห่งวิญญาจารย์

บทที่ 1 โลกแห่งวิญญาจารย์

บทที่ 1 โลกแห่งวิญญาจารย์


แสงอาทิตย์ยามรุ่งสาง

บนเนินเขาหลังหมู่บ้านหยาง มีเด็กคนหนึ่งอายุเจ็ดหรือแปดขวบกำลังเดินครุ่นคิดไปมาด้วยท่าทางสำรวมราวหญิงพรมจรรย์ ก่อนสักพักจะเริ่มเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วราวกระต่ายน้อย ระหว่างปล่อยหมัดอากาศก็เกิดระเบิดออกอย่างรุนแรง

หยางเสี่ยวเทียนอยู่บนโลกนี้มาแล้วเจ็ดปีและฝึกไทเก็กมาตั้งแต่สี่ขวบ

แม้จะใช้เวลาฝึกฝนเพียงสามปีแต่ร่างกายเขากลับมีพละกำลังภายในมหาศาล เนื่องจากชีวิตในชาติก่อน เขาคือผู้สืบทอดของสำนักบู๊ตึ๊งอันโด่งดัง ซึ่งมีไทเก็กอันทรงเอกลักษณ์เป็นวรยุทธหลักประจำสำนัก

ถึงจะเป็นแค่เด็กแต่เขากลับสามารถเอาชนะผู้ใหญ่คนหนึ่งด้วยหมัดเดียวให้ถอยเซไปข้างหลังได้หลายสิบฉื่อ รวมทั้งผู้ใหญ่อีกสองสามคนก็เข้าใกล้เขาไม่ได้เช่นกัน

ขณะที่หยางเสี่ยวเทียนกำลังร่ายรำไทเก็กคนเดียวเงียบๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาจากเชิงเขา

เขารู้ทันทีว่าเป็นใครโดยไม่ต้องหันไปมองคนทางต้นเสียงเลยด้วยซ้ำ

หยางเสี่ยวเทียนหยุดฝึกซ้อมก่อนหันมองเด็กน้อยผมเปียยาวดวงตากลมโตรับกับใบหน้ากลมมนน่ารักราวเทพธิดาตัวน้อย

เขาเผยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยเดินตรงมาหา

นางคือหยางหลิงเอ๋อร์ น้องสาวซึ่งอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี

ซึ่งตั้งใจเดินขึ้นมาบนเขาอย่างยากลำบากเพื่อหาพี่ชาย พอได้เห็นหยางเสี่ยวเทียนจากระยะไกลนางก็เริ่มเผยยิ้มหวานก่อนกล่าวกับเขา

“พี่ใหญ่ ข้ารู้นะว่าท่านแอบมาที่นี่เพื่อทำท่าเหมือนลิง”

เหมือนลิงงั้นหรือ

หยางเสี่ยวเทียนขมวดคิ้วดำบนหน้าผากก่อนเอ่ยบอกกับน้องอย่างเอ็นดู “นี่ไม่ใช่ท่าทางของลิงนะ มันคือมวยไทเก๊กเป็นวรยุทธที่มีเอกลักษณ์ของสำนักบู๊ตึ๊ง” เขาพยายามอธิบายให้เด็กน้อยคนนี้ฟังหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

แต่สิ่งที่หยางหลิงเอ๋อร์ทำ เพียงแลบลิ้นล้อเลียนแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มซุกซน “ก็เหมือนลิงอยู่ดี”

หยางเสี่ยวเทียนถึงกับพูดไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่เริ่มทะเลาะกันเขาก็ไม่เคยเอาชนะผู้หญิงคนนี้ได้เลยสักครั้ง

“แล้วเจ้า ตามหาข้าอยู่หรือ” หยางเสี่ยวเทียนมองน้องสาวของตนด้วยความสงสัย เพราะทุกครั้งที่นางมาถึงยังหลังเขานี้เพื่อตามหาเขา ไม่เคยมีเรื่องดีเลยสักครั้ง

“ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังตามหาท่านอยู่” หยางหลิงเอ๋อสะบัดผมเปียเล็กน้อยพร้อมทำสีหน้าคลางแคลงใจเช่นกัน

“เหมือนพวกเขาจะพาท่านเข้าเมืองเพื่อร่วมพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์”

ปลุกวิญญาณยุทธ์!

หยางเสี่ยวเทียนแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

แน่นอนเขารู้ว่าโลกนี้ถูกเรียกว่าโลกแห่งวิญญาจารย์ เมื่อเด็กถึงช่วงอายุหนึ่ง พวกเขาต้องเข้าร่วมพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์

เพราะมีเพียงการปลุกวิญญาณยุทธ์เท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนต่อไปได้

หยางเสี่ยวเทียนกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น เขารอคอยวันนี้มาสามปีและอยากรู้มานานแล้วว่าตนมีวิญญาณยุทธ์อะไร

“พี่ใหญ่รีบกลับกันเถอะ หากท่านพ่อกับท่านแม่หาท่านไม่เจอ ได้ถูกตีด้วยความโกรธอีกเป็นแน่” หยางหลิงเอ๋อร์พูดด้วยสีหน้าจริงจังรับกับแก้มกลมอมชมพูของนาง

“ได้ เช่นนั้นเรารีบกลับกันเถอะ” หยางเสี่ยวเทียนยิ้มตอบพร้อมกระตุกดึงผมเปียของนางเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พร้อมออกตัวเดินนำหน้านางลงเขามุ่งไปยังหมู่บ้านหยาง

หยางหลิงเอ๋อร์วิ่งและตะโกนไล่ตามหลัง “พี่ใหญ่ ถ้าท่านกล้าดึงเปียของข้าอีกครั้ง ข้าจะบอกท่านแม่และคนอื่นว่าท่านเลียนแบบท่าลิงที่หลังเขานี้”

พูดจบทั้งคู่ก็ต่างหัวเราะแล้วหยอกล้อระหว่างเดินทางกลับกันอย่างสนุกสนาน

ก่อนที่ไม่นานทั้งคู่จะกลับถึงหมู่บ้าน

พอทั้งคู่มาถึงหมู่บ้านหยาง ก็เห็นว่ามีผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้านเพื่อรอเข้าร่วมพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์อยู่ก่อนแล้ว และคนในตระกูลหยางนอกจากหยางเสี่ยวเทียนแล้วยังมีหยางจงบุตรชายของลุงเขาอีกคนที่ปีนี้มีสิทธิ์เข้าร่วมเช่นกัน

เมื่อหยางเฉาเห็นบุตรชายของตนกลับมา เขาก็แสดงสีหน้าบอกบุญไม่รับ แต่ทำได้เพียงจ้องมองหยางเสี่ยวเทียนด้วยสายตาตำหนิเพราะจะตักเตือนในที่สาธารณะตอนนี้ไม่ได้

พอหยางหมิงปู่ของหยางเสี่ยวเทียนผู้นำตระกูลหยางคนปัจจุบันเห็นว่าทุกคนมากันครบแล้ว เขาจึงกล่าวขึ้น “ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางกันเลย”

จบบทที่ บทที่ 1 โลกแห่งวิญญาจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว