- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 141 เดตเหรอ? โทษที ผมต้องทำคดี (ฟรี)
บทที่ 141 เดตเหรอ? โทษที ผมต้องทำคดี (ฟรี)
บทที่ 141 เดตเหรอ? โทษที ผมต้องทำคดี (ฟรี)
19:30 น.
หลินเซินเห็นว่าได้เวลาแล้ว ก็ลุกขึ้นเตรียมจะออกไป พอเดินถึงหน้าประตู ก็ชนกับหยางซีที่เดินสวนมาพอดี
แขนข้างที่บาดเจ็บของหยางซียังใส่เฝือกคล้องคออยู่ พอเห็นหลินเซิน ความรู้สึกแปลกประหลาดระคนตกใจก็ผุดขึ้นในใจเธอ หลังจากรู้ว่าหลินเซินกลับมาแล้ว เธอชั่งใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจมาหาเขา
"ผอ.หลิน"
หยางซียืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ
"มีอะไรเหรอ?"
หลินเซินไม่ได้รู้สึกชอบหรือเกลียดหยางซีเป็นพิเศษ ยังไงซะเมื่อสองวันก่อนก็ยังเป็นคู่หูกันอยู่ และเธอก็ทำงานเก่งใช้ได้
"เปล่า... เอ้อ จริงๆ ก็มีแหละ"
"ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก"
"คุณยุ่งไหม?"
พูดจบ หยางซีก็มองหลินเซินอย่างคาดหวัง เหมือนอยากได้ยินคำว่าไม่ยุ่ง ยังไงหลินเซินก็รู้สึกว่าวันนี้เธอแปลกๆ แต่บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน หยางซีที่เขารู้จักเป็นคนเด็ดขาด ไม่เคยอึกอักแบบนี้
หลินเซินไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิง
แต่เขาพอเข้าใจนางมารร้ายอยู่บ้าง
"มีอะไรก็ว่ามาสิ"
"ฉัน..."
เจอความเย็นชาของหลินเซิน หยางซีพูดไม่ออก จะกลืนคำพูดลงคอก็ทำใจลำบาก หยางเฉินคัดค้านหัวชนฝาเรื่องที่เธออยู่เซี่ยงไฮ้ และตั้งแง่รังเกียจหลินเซิน หยางซีคิดว่าถ้าอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับหลินเซิน ก็ต้องด่านพี่ชายให้ผ่านก่อน
ครั้งนี้หยางเฉินเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง หยางซีเลยคิดว่าเป็นโอกาสทอง ถ้าทั้งสองคนคุยกันถูกคอ ทุกอย่างก็แฮปปี้!
"จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ถ้าคุณไม่ยุ่ง เดี๋ยวไปกินข้าวด้วยกันไหม?"
"แขนฉันยังใส่เฝือกอยู่ รองผอ.ฉู่เลยไม่ได้มอบหมายงานอะไร ช่วงนี้ฉันว่างมาก"
พูดจบ กลัวหลินเซินปฏิเสธ หยางซีรีบเสริม "คืนนี้มีซ้อมรบไม่ใช่เหรอ? ประกาศเคอร์ฟิวด้วย คงไม่ยุ่งเท่าไหร่หรอก ไปบ้านฉันนะ พี่ชายฉันก็อยู่ ทำกับข้าวง่ายๆ มือเดียวน่าจะไหว"
"จะได้แนะนำให้รู้จักกัน พี่เขาอยู่หน่วยข่าวกรองทหาร เป็นเพื่อนร่วมงานกับพวกเรา นานๆ ทีพี่เขาจะว่างจากงานยุ่งๆ"
"คุณคิดว่าไง...?"
อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง!
หลินเซินไม่ได้คิดลึก เข้าใจว่าพี่ชายเธอมาเยี่ยม ในฐานะอดีตคู่หูและลูกน้องปัจจุบัน แถมยังสายงานเดียวกัน ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อก็ไม่เสียหาย
"คืนนี้ผมยุ่ง"
"อ้อ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร งั้นคุณทำงานเถอะ"
หยางซีพอเดาได้ว่าหลินเซินจะปฏิเสธ ถือว่าอยู่ในความคาดหมาย แต่ก็อดผิดหวังไม่ได้ ภายนอกเธอแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ เหมือนแค่ชวนตามมารยาท
หยางซีมองแผ่นหลังหลินเซินเดินจากไปด้วยความผิดหวัง ลังเลอยู่นานก่อนโทรหาหยางเฉิน เล่าสถานการณ์ให้ฟัง
"ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าคุณคิดอะไรอยู่"
หยางซีถอนหายใจยาว "ฉันรุกขนาดนี้แล้ว คุณยังดูไม่ออกอีกเหรอ"
22:10 น.
น่านน้ำใกล้เซี่ยงไฮ้
จุดนี้ห่างจากน่านน้ำสากลแค่สิบกว่ากิโลเมตร
ตามการคำนวณของหลินเซิน จุดระเบิด "A352" อยู่ตรงนี้แหละ
หลินเซินยืนตระหง่านกลางท้องฟ้ายามราตรี ลมทะเลเค็มๆ พัดปะทะใบหน้า เส้นทางเดินเรือที่เคยพลุกพล่านตอนนี้ไร้เงาเรือ มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาด บรรยากาศวังเวงน่าขนลุก
วิญญาณพ่อค้าอาวุธลอยอยู่ข้างหลินเซิน ไม่กล้าปริปาก เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ที่รับมือไม่ไหว ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าถามหลินเซิน "ตรงนี้อันตราย เราถอยไปก่อนดีไหม โอเค ออร์ น็อต โอเค?"
หลินเซินไม่ตอบ แต่รังสีอำมหิตแผ่พุ่งรุนแรงขึ้น พ่อค้าอาวุธรีบโบกไม้โบกมือ "น็อต โอเค น็อต โอเค น็อต โอเค เด็ดขาด!"
23:20 น.
สัมผัสเทวะของหลินเซินตรวจจับผู้บุกรุกบนผิวน้ำ ห่างออกไปประมาณสิบกิโลเมตร
มาแล้ว!
ร่างหลินเซินหายวับไปกับตา พ่อค้าอาวุธไม่คิดหนี รีบตามไปติดๆ
บนท้องทะเลที่คลื่นลมแรง ภายใต้ความมืดมิด เรือดำน้ำขนาดเล็กโผล่พ้นน้ำ ชายหญิงในชุดลายพรางเดินออกมาจากเรือดำน้ำ ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ยังมีคนอีกหลายคนตามออกมา ช่วยกันสูบลมเรือยาง
ดูท่าเตรียมทางหนีทีไล่ไว้พร้อม
"อีกสี่สิบนาที"
ชายชุดลายพรางก้มมองนาฬิกา สีหน้าตื่นเต้นปิดไม่มิด "การระเบิดครั้งนี้จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ คนกว่าสิบล้าน แถมยังเป็นอาวุธที่พวกมันพัฒนาขึ้นมาเอง ฮ่าฮ่าฮ่า... การทดลองนี้มันช่างเร้าใจจริงๆ"
หญิงชุดลายพรางข้างๆ มองไปในความมืดด้วยสายตากังวล ไม่ได้ตื่นเต้นตามไปด้วย "ข้างหน้าเป็นเขตซ้อมรบของพวกมัน ไม่รู้พวกมันรู้ระแคะระคายอะไรบ้างไหม?"
"สายข่าวบอกมาว่าไอ้คนแซ่หลินนั่นเข้ามายุ่งเรื่องนี้ จับคนไปเยอะเลย ฉันว่า... เราควรปรับแผนหน่อยดีไหม ฉันสังหรณ์ใจไม่ดี ถ้าพลาดขึ้นมา ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า"
พูดจบ หญิงชุดลายพรางย้ำ "ฉันไม่เชื่อเรื่องบังเอิญในโลกนี้หรอกนะ"
"เธอหมายถึงหลินเซินนั่นน่ะเหรอ?"
"โธ่ แม่สาวน้อยหลุยส์แสนสวยของฉัน จะไปสนทำไม? ต่อให้พวกมันรู้แล้วจะทำอะไรได้?"
"เราเตรียมการมาอย่างดี โปรแกรมเดินเครื่องแล้ว แค่กดเบาๆ เซี่ยงไฮ้ทั้งเมืองก็กลายเป็นเมืองร้าง"
"ตื่นเต้น เร้าใจจะตาย มาบอกให้แก้แผนตอนนี้เหรอ? คิดว่าเงินองค์กรเสกมาจากฟากฟ้าหรือไง? หรือคิดว่าองค์กรมีแต่พวกโง่เง่า?"
ชายชุดลายพรางมองหญิงชุดลายพรางอย่างดูถูก แล้วเทศนาสั่งสอน "มิสหลุยส์คนสวย เพลาๆ การเล่นมือถือหน่อยเถอะ เอาเวลาไปทำ AI ให้มันดีๆ อย่าให้ข่าวไร้สาระในเน็ตมาบั่นทอนจิตใจเหล็กกล้าของเธอทุกวัน"
"ขอพระเจ้าอวยพรและนำทางเธอสู่ทางสว่าง"
ชายชุดลายพรางทำท่าทางประกอบการสวดมนต์อย่างเคร่งขรึม
หญิงชุดลายพรางรู้ดีว่าแผนดำเนินมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครหยุดได้ เว้นแต่พระเจ้าจะเสด็จลงมาเอง อีกอย่าง ข่าวจากคนระดับสูงของแคว้นเซี่ยบอกว่าหลินเซินยังไม่รู้ข้อมูลลึกๆ และเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้
แต่เธอก็ยังกังวลไม่หาย เธอเป็นทหารรับจ้างระดับท็อป ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ไม่น่าจะมีคำว่ากลัว แต่ตั้งแต่ฟ้ามืด ความกังวลก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้กลายเป็นความกลัวจับใจ
"อิทส์ ฮิม อิทส์ ฮิม อิทส์ ฮิม เอาเออร์... เอเนมี่ อิทส์ ฮิม!"
พ่อค้าอาวุธชี้ไปที่ชายชุดลายพรางบนเรือดำน้ำอย่างตื่นเต้น หลุดวลีเด็ดชาวเน็ตออกมาเป็นจังหวะจะโคน สำเนียงชัดแจ๋ว
"แกไปได้แล้ว!"
หลินเซินพึมพำ
พ่อค้าอาวุธเข้าใจความหมายหลินเซินผิด รีบอธิบาย "โนๆ ภาษาจีนเขาแข็งแรงมาก ไม่ต้องใช้ล่าม"
"อ้อ"
หลินเซินรับคำ แล้วคว้าอากาศขยี้วิญญาณพ่อค้าอาวุธแหลกสลายในพริบตา "งั้นจะมีแกไว้ทำซากอะไร!"