- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 013 เขาไปเอาคดีมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?
บทที่ 013 เขาไปเอาคดีมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?
บทที่ 013 เขาไปเอาคดีมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?
ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาลเซี่ยงไฮ้
ห้องทำงานผู้อำนวยการ
เวลา 14:55 น.
ยิ่งเวลาผ่านไป หัวใจของหลี่เฟิงก็ยิ่งบีบรัดแน่นขึ้นทุกที
เขาแอบชำเลืองมองผอ.ตู้ที่นั่งสัปหงกอยู่ฝั่งตรงข้าม อยากจะเอาหัวโขกกำแพงตายให้รู้แล้วรู้รอด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบโทรหาหลินเซิน แต่ก็ได้ยินเพียงเสียงตอบรับว่า 'ปิดเครื่อง'
วินาทีนี้ อัลปาก้านับพันตัววิ่งพล่านอยู่ในหัวของหลี่เฟิง
เมื่อกี้ยังแค่ไม่รับสาย ตอนนี้ปิดเครื่องหนีไปเลย
เจ้าหลินเซิน... พ่อเจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย!
แกจะเล่นตลกอะไรกันแน่?
ไหนตกลงกันดิบดีว่าจะเริ่มประชุมตอนบ่ายสามโมงตรงไง?
"ถ้ายังมีลูกไม้อะไรอีก ก็งัดออกมาใช้ซะให้หมด"
ผอ.ตู้เหลือบตามองนาฬิกาแขวนผนัง เวลา 14:56 น.
หลี่เฟิง: "..."
ดูเหมือนผอ.ตู้จะมองทะลุแผนตื้นๆ ของหลี่เฟิงมานานแล้ว และพอจะเดาตอนจบออก ท่านยืดตัวนั่งตรง เอื้อมมือไปหยิบถ้วยชา แต่พบว่าน้ำชาหมดเกลี้ยง
จังหวะนั้น หลี่เฟิงผู้มีไหวพริบรีบถลันเข้าไปบริการทันที "มาครับ ผมเอง ผมเอง... เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะให้ท่านลำบากได้ยังไง?"
หลังจากชงชาเสร็จ หลี่เฟิงก็ประคองถ้วยชาด้วยสองมืออย่างนอบน้อมยื่นให้ผอ.ตู้
ต้องบอกก่อนว่า แม้ผอ.ตู้จะเป็นถึงผู้อำนวยการกองบัญชาการ และหลี่เฟิงเป็นเพียงผู้กำกับสถานี ซึ่งตำแหน่งต่างกันมาก แต่ก่อนหน้านี้ หลี่เฟิงก็มักจะวางตัวสบายๆ ต่อหน้าผอ.ตู้เสมอ
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องของหลินเซิน มีหรือเขาจะยอมทำตัวพินอบพิเทาขนาดนี้?
ผอ.ตู้หยิบปากกาบนโต๊ะมาเคาะข้างถ้วยชาเบาๆ ไม่ได้ดื่มชาที่หลี่เฟิงชงให้ ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า "ให้ฉันเดานะ ยอดฝีมือจากสถานีของแกคงไปเจอคดีสะเทือนเลื่อนลั่นอีกคดี แล้วกำลังเตรียมจะเรียกฝนเรียกฟ้าผ่าอยู่อีกสิท่า?"
หลี่เฟิงรีบฝืนยิ้ม "ไม่ครับ ไม่หรอก คดีที่ไหนจะเยอะแยะขนาดนั้น? ไอ้เด็กนั่นมันขยันทำงาน สงสัยกำลังเคลียร์งานช่วงท้ายอยู่ อีกอย่างเวลานี้รถติดจะตาย เรารออีกหน่อยเถอะครับ ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายนาทีไม่ใช่เหรอ?"
ผอ.ตู้ยิ้มบางๆ "ก็จริง งั้นเอาอย่างนี้ไหม แกคิดว่าไง?"
หลี่เฟิง: "ว่าไงครับ?"
"อืม... เรื่องนี้เราเลิกแล้วต่อกันดีไหม? ถ้าเขายุ่ง ก็ปล่อยให้เขายุ่งไป เราจะไปขัดขวางเขาจากการปราบปรามคนชั่วรับใช้ประชาชนได้ยังไง จริงไหม?" ผอ.ตู้พูดต่อ "แกก็ลงไปอธิบายกับนักข่าวพวกนั้นเอาเอง ฉันจะได้สบายใจ"
ได้ยินแบบนี้ เหงื่อเย็นเยียบก็ผุดเต็มแผ่นหลังหลี่เฟิงทันที
เขาเข้าใจความนัยของผอ.ตู้ดี นี่มันจิกกัดกันชัดๆ
หลี่เฟิงรีบลุกขึ้นยืนตัวตรง "ผอ.ตู้ครับ ท่านอยู่ที่ไหน ผมไม่มีสิทธิ์พูดหรอกครับ"
ปัง!
จู่ๆ ผอ.ตู้ก็ตบโต๊ะดังสนั่น "รู้ว่าไม่มีสิทธิ์พูด แล้วทำไมไม่พาคนที่มีสิทธิ์พูดมา! แกจะให้ฉันเอาหน้าที่ไหนไปบอกคนข้างนอก? แกไม่เล่นเน็ตหรือไง? ไม่เช็กเทรนด์ทวิตเตอร์เหรอ? ไอ้เด็กนั่นมันแทงทะลุฟ้าไปแล้ว จะให้ฉันอธิบายยังไง?"
"กองบัญชาการตำรวจอันทรงเกียรติของฉัน โดนนักข่าวล้อมจนออกไปไหนไม่ได้ แกจะให้ฉันทำยังไง?"
"ฉันยังไม่พูดถึงเรื่องถูกผิดนะ! จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่ได้รับคำอธิบายที่เป็นกิจจะลักษณะเลยสักคำ นี่คือลูกน้องที่แกดูแลอยู่เหรอ?!"
ผอ.ตู้จ้องเขม็งไปที่นาฬิกาแขวนผนัง "บ่ายสามโมงแล้ว! บอกมาซิว่ายังมีคดีอะไรที่มันยังทำไม่เสร็จอีก! หรือถ้าขาดมันไป เซี่ยงไฮ้ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยแพะรับบาปและความอยุติธรรมหรือไง?!"
หลี่เฟิงโดนด่าจนหูชา ไม่กล้าปริปากเถียงสักคำ
เขาเข้าใจผลกระทบของเรื่องนี้ดี
เรื่องประหลาดๆ แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่มันก็เป็นแค่ข่าวลือ ตำรวจออกมาปฏิเสธก็จบ
แต่คราวนี้มีทั้งไลฟ์สด ศพลุกขึ้นมาไขคดี มีลม มีฟ้าผ่า มีฝนตก แถมคนเห็นกับตาตั้งเท่าไหร่... ใครจะไปปฏิเสธข่าวลือนี้ได้ลง?
ประเด็นสำคัญคือ ตัวต้นเรื่องอย่างหลินเซินดันหายหัวไปจนป่านนี้
หลี่เฟิงในฐานะแพะรับบาปที่เพิ่งเคยเจอหลินเซินแค่ครั้งเดียว รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหลือเกิน
"ผอ.ตู้ครับ เราต้องแยกแยะประเด็นนะครับ"
หลี่เฟิงไม่รู้ว่าหลินเซินจะโผล่มาเมื่อไหร่ เขาคิดว่าถึงเวลาต้องคุยเรื่องนี้กันให้รู้เรื่อง จะให้เขารับผิดชอบคนเดียวตลอดก็คงไม่ไหว
"ถึงวิธีทำคดีของเสี่ยวหลินจะดูหลุดโลกไปหน่อย แต่ตามกฎระเบียบที่มีอยู่ เขาไม่ได้ทำผิดกฎข้อไหนเลยนะครับ และถ้าพูดกันตามตรง เขาปิดคดีฆาตกรรมได้สองคดีรวด ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจมาก"
"เราไม่จำเป็นต้อง..."
คำพูดของหลี่เฟิงถูกผอ.ตู้สวนกลับทันควัน ความโกรธในใจท่านยิ่งปะทุหนักกว่าเดิม
"ไม่จำเป็น?"
"หมายความว่าไง 'ไม่จำเป็น'?"
"ไม่จำเป็นต้องให้มันมาชี้แจง หรือไม่จำเป็นต้องให้นักข่าวข้างล่างรู้ความจริง? หรือค่านิยมของสังคมไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไปแล้ว?"
คำถามรัวสามดอกเล่นเอาหลี่เฟิงไปไม่เป็น
"ไม่ครับ ผอ.ตู้ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมแค่จะบอกว่า..."
จังหวะที่หลี่เฟิงกำลังจะพูด โทรศัพท์บนโต๊ะข้างตัวก็ดังขึ้น
จางหมิงหยางโทรมา
หลี่เฟิงไม่รับสาย กดตัดสายทิ้งทันที
"ผอ.ตู้ครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้..."
โทรศัพท์ที่เพิ่งวางไปดังขึ้นอีกครั้ง จางหมิงหยางโทรมาอีกรอบ แสดงว่ามีเรื่องด่วนจริงๆ
เห็นผอ.ตู้นั่งนิ่ง หลี่เฟิงจึงตัดสินใจรับสาย "ต่อให้เรื่องใหญ่แค่ไหน ก็เก็บเงียบไว้ก่อน ฉันยังไม่... อะไรนะ? พูดใหม่อีกทีซิ?"
"บ้าน่า!"
"เขาไปเอาคดีมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?"
"คุณพระช่วย!"
หลี่เฟิงตะลึงงันไปชั่วขณะ กว่าจะตั้งสติได้ "โอเค! รีบนำกำลังไปจัดการเดี๋ยวนี้! ขอกำลังเสริมจากหน่วยสวาทด้วยถ้าจำเป็น!"
หลังจากวางสาย หลี่เฟิงมองหน้าผอ.ตู้ด้วยแววตาว่างเปล่า "เอ่อ... ผอ.ตู้ครับ ท่านช่างเป็นนักพยากรณ์ผู้แม่นยำจริงๆ เจ้าหนูหลินไปเจอคดีใหญ่เข้าอีกแล้วครับ ฟังจากที่เขาบอก คราวนี้ครบสูตรทั้งการพนัน ค้าประเวณี และยาเสพติด"
"อืม... ผมสั่งให้คนไปจับกุมแล้ว เชื่อว่าอีกเดี๋ยวคงรู้ผล"
ผอ.ตู้มึนงงไปหมด
ท่านมองหลี่เฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ พูดไม่ออกอยู่นาน "เดี๋ยวนะ แกพูดว่าอะไรนะ?"
หลี่เฟิงอธิบายไม่ถูก เลยยื่นข้อความที่จางหมิงหยางส่งต่อมาให้ผอ.ตู้ดูดื้อๆ "ผอ.ตู้ดูเองเถอะครับ จริงๆ ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่จำนนด้วยหลักฐาน จริงๆ ผมก็ลำบากใจนะครับ"
"จะว่าไป เสี่ยวหลินนี่เขาก็มีพรสวรรค์ในการทำคดีจริงๆ นะครับ..."
ผอ.ตู้: "???"
"เอาล่ะๆ สถานีของแกนี่มันสร้างชื่อได้ไม่หยุดหย่อนจริงๆ"
ผอ.ตู้ลุกขึ้นยืน เท้ามือลงบนโต๊ะ "ฉันจะไปดูด้วยตาตัวเองว่ามันจะ 'ขลัง' สักแค่ไหน!"
ไม่ใช่ว่าตู้ผิงจงใจจับผิด แต่เรื่องนี้มันรุนแรงเกินไป
เมื่อไม่นานมานี้ มีตำรวจนายหนึ่งทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ว่างจัดจนไม่มีอะไรทำ เลยไลฟ์สดจับซอมบี้โชว์
ตอนนั้นสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กรอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับสูงลงมาโดนหางเลขไปตามๆ กัน
พอสอบสวนทีหลัง ปรากฏว่าตำรวจคนนั้นอ่านนิยายมากเกินไป เลยใช้สถานะตำรวจมาเรียกยอดผู้ติดตาม แล้วก็ลาออกไปเป็นเน็ตไอดอล
ตู้ผิงกลัวว่าหลินเซินจะเป็นพวกเพี้ยนหลุดโลกแบบนั้นเหมือนกัน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ทีมของผอ.ตู้และหลี่เฟิงเดินทางมาถึงบ้านของจ้าวเต๋อโหย่ว
จ้าวเต๋อโหย่วกลับคืนสู่สภาพวิญญาณแล้ว จึงไม่มีใครมองเห็นเขา และเขาเองก็ทำอะไรใครไม่ได้
บนโซฟา ลูกสาวของจ้าวเต๋อโหย่วนอนหลับปุ๋ยอย่างสงบ
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังมาจากห้องนอน
หลี่เฟิงและผอ.ตู้เดินเข้าไปดู เห็นเฉาคุนยังคงติดแหง็กอยู่ในตู้เสื้อผ้า สภาพเลือดท่วมตัว ภรรยาของจ้าวเต๋อโหย่วขดตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง แววตาเหม่อลอย ปากพึมพำไม่หยุด "ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว จ้าวเต๋อโหย่วอย่าฆ่าฉัน..."
"ผี... ผี... จ้าวเต๋อโหย่วมาแล้ว ผี..."
หญิงสาวคลุมโปงด้วยผ้าห่ม ฟันกระทบกันดังกรอดๆ
ทุกคนมองตู้เสื้อผ้าที่พังยับเยินและเฉาคุนที่สติแตกซ่อนตัวอยู่ข้างใน ไม่มีใครเข้าใจว่าเขาเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง หรือใครจับยัดเข้าไปด้วยวิธีไหน
ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้าไปตบไหล่เฉาคุน "เฮ้? เงยหน้าสิ..."
เฉาคุนเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่า
พอเห็นคนเต็มห้องในเครื่องแบบตำรวจ เขาก็ร้องลั่น "เชี่ยเอ๊ย ตำรวจ! ตำรวจ! มาอีกแล้ว..."
ตะโกนเสร็จ เขาก็สลบเหมือดไปทันที
ผอ.ตู้และหลี่เฟิงสบตากัน ทั้งคู่ไม่เข้าใจว่าทำไมเฉาคุนถึงเห็นตำรวจแล้วสลบไปดื้อๆ ราวกับเห็นผี