- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 010 รีบหน่อยครับ ผมต้องไปประชุม
บทที่ 010 รีบหน่อยครับ ผมต้องไปประชุม
บทที่ 010 รีบหน่อยครับ ผมต้องไปประชุม
หลินเซินรู้ดีว่าลู่ซวงมีความแค้นฝังลึก ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วย แต่เขาไม่อยากแบกรับกรรมโดยไร้เหตุผล
เมื่อต้องเผชิญกับคำขอร้องทั้งน้ำตาของลู่ซวง หลินเซินจึงกล่าวเพียงว่า "โลกมนุษย์มีกฎหมาย ยมโลกมีกฎเกณฑ์ เธอรู้สึกว่าเธอถูกกระทำ แต่เรื่องราวความเป็นมาในใจเธอเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?"
"อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย"
คำพูดของหลินเซินเป็นการปฏิเสธคำขอของลู่ซวงอย่างชัดเจน
"ฉัน... ฉันรู้ค่ะ แต่ว่า..."
ลู่ซวงอยากจะพูดต่อ แต่หลินเซินตัดบทขึ้นมา "ฉันไม่ชอบผีพูดมาก ในเมื่อเธอให้ความร่วมมือดี ฉันก็จะช่วยส่งวิญญาณให้ ไม่อย่างนั้นเธอก็ล่องลอยอยู่ในโลกมนุษย์ตามยถากรรมเองแล้วกัน จะเป็นจะตายยังไงก็เป็นเรื่องของโชคชะตา เลือกเอาเองว่าจะเอายังไง"
เมื่อเห็นสีหน้าเด็ดขาดของหลินเซิน ลู่ซวงก็รู้ว่าเขาคงไม่ช่วยเธอแน่
ลู่ซวงรู้สึกเจ็บปวด เธอเป็นผู้เสียหายแท้ๆ
ใจจริงอยากจะฉีกร่างฆาตกรเป็นชิ้นๆ แต่แม้จะเป็นผี เธอก็ฆ่าคนไม่ได้
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ลู่ซวงก็ตัดสินใจละวางความอาฆาต "ขอบคุณค่ะคุณตำรวจ รบกวนช่วยส่งวิญญาณให้ฉันที"
หลินเซินพยักหน้า ประสานอินพร้อมร่ายมนตร์ ทันใดนั้นแสงสีทองก็พุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าของลู่ซวง พื้นดินแยกออก แรงดึงดูดประหลาดดึงร่างเธอจมลงไป
ชั่วพริบตาเดียว ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ
หลินเซินคิดว่าจะรีบไปที่กองบัญชาการเพื่อหาคดีมาทำสักสองสามคดี จะได้ช่วยหลี่เฟิงแก้ต่างให้พ้นมลทินด้วย คิดได้ดังนั้นเขาก็เร่งฝีเท้าเดินออกไป
ลานจอดรถใต้ดินของสนามบินค่อนข้างกว้างใหญ่และมีแสงสลัว แต่สภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่มีผลต่อหลินเซิน สำหรับเขาแล้ว ความมืดกับความสว่างแทบไม่ต่างกัน
หลินเซินเดินไปได้สักพัก จู่ๆ ก็หยุดเดินแล้วคว้ามือจับไปในอากาศว่างเปล่า
"อ๊ากกก..."
"เจ็บๆๆ..."
ผีตนหนึ่งถูกหลินเซินคว้าคอไว้ในมือ ดูอายุราวยี่สิบปี หน้าตาแหลมเล็กเหมือนลิง
"แอบตามคนอื่นแบบนี้เสียมารยาทมากนะ"
น้ำเสียงของหลินเซินเย็นชาสุดขั้ว ผีตนนั้นถูกบีบจนตัวสั่นเทา ร้องขอชีวิตไม่หยุด "คุณตำรวจ ไว้ชีวิตด้วยครับ! ผมผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว! เจ็บๆๆ..."
หลินเซินคลายมือ ผีตนนั้นรีบกระโดดหนีไปด้านข้าง มองเขาด้วยความหวาดระแวง
"ไสหัวไป!"
หลินเซินดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ผีดี เรื่องพวกนี้เขาดูไม่เคยพลาด
"ครับๆ ไปแล้วครับ ไปแล้ว!"
ผีตนนั้นกลัวจนลนลาน กลิ้งหลุนๆ หายไปในความมืด
ทันใดนั้น หลินเซินก็นึกขึ้นได้
ใช่สิ มันไม่ใช่ผีดี! ผีแบบนี้ตอนมีชีวิตอยู่ต้องไม่เคยทำเรื่องดีแน่ๆ คิดได้ดังนั้น หลินเซินก็ตะโกนเรียก "เฮ้ย แกน่ะ กลับมานี่ก่อน มาคุยกันหน่อย"
"ห๊ะ?"
ผีที่กำลังวิ่งหนีได้ยินดังนั้นแทบจะฉี่ราด "เดี๋ยวสิ ตกลงจะให้ไปหรือให้กลับ? คุณตำรวจเล่นขู่กันแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะ!"
เมื่อเห็นหลินเซินไม่พูดอะไร ผีตนนั้นก็ค่อยๆ ย่องกลับมา "คุณตำรวจ มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?"
"แกตามฉันมาทำไม?"
หลินเซินเชื่อว่าผีคงไม่ตามเขามาโดยไร้เหตุผล
ผีตนนั้นเห็นท่าทีของหลินเซินอ่อนลงมาก ความกลัวก็ลดน้อยลง จึงรวบรวมความกล้าพูดว่า "คุณตำรวจ ชีวิตผมมันบัดซบสุดๆ เลยครับ ผมได้ยินมาจากผีผู้หญิงคนเมื่อกี้... อ้อ คนที่คุณเพิ่งส่งวิญญาณไปนั่นแหละ"
"เธอบอกว่าคุณช่วยผมได้"
"ตอนแรกผมก็จะเข้าไปหาคุณตรงๆ แต่รัศมีบารมีของคุณมันแรงกล้าจนผมเข้าใกล้ไม่ได้เลย"
"ผมก็เลยได้แต่แอบตามมาเงียบๆ"
"คุณตำรวจเข้าใจผมใช่ไหมครับ? หลักๆ คือผมขี้ขลาดตาขาว... กลัวว่ารัศมีของคุณจะทำผมวิญญาณแตกสลายไปซะก่อน"
หลินเซิน: "..."
ผีตัวนี้พูดจาฉะฉานดีแฮะ
"เล่ามา มันบัดซบยังไง?"
"เอ่อ คือ... คุณตำรวจฟังแล้วอย่าหัวเราะเยาะผมนะ คือจริงๆ แล้ว..."
พอเห็นสายตาเย็นชาของหลินเซิน ผีตนนั้นก็รีบเปลี่ยนท่าทีทันที "เล่าแล้วครับ เล่าเดี๋ยวนี้! คือมันบัดซบจนผมอายที่จะเล่า คุณตำรวจต้องตั้งใจฟังแล้วช่วยผมไปฆ่าไอ้ชาติชั่วนั่นด้วยนะครับ!"
"จะเล่าไม่เล่า?"
หลินเซินดูเวลาในโทรศัพท์ ตอนนี้บ่ายโมงสี่สิบ เหลือเวลาอีกชั่วโมงยี่สิบนาทีกว่าจะถึงเวลาประชุมบ่ายสาม
"เล่าครับๆ"
ผีตนนั้นดูเหมือนจะต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเล่า "คุณตำรวจ ผมถูกใส่ร้ายครับ! รู้ไหม? เพื่อลูกพี่... ถุย ลูกพี่บ้าบออะไรกัน? ผมสู้เพื่อมันมาตั้งเท่าไหร่ ยอมรับผิดแทนมันทุกเรื่อง"
"แต่ไอ้สารเลวนั่น นอกจากจะนอนกับเมียผมแล้ว มันยังตบตีลูกผม แล้วก็ผลาญเงินผมอีก..."
"ผม... ผม... ผมทนดูไม่ได้จริงๆ"
"คุณตำรวจ ช่วยผมด้วยนะครับ"
หลินเซินไม่ค่อยเข้าใจ "ตายไปแล้ว เรื่องทางโลกก็ไม่เกี่ยวกับแกแล้วนี่ จะให้เมียแกครองตัวเป็นม่ายไปตลอดชีวิตหรือไง?"
"ไม่!"
"ไม่ใช่แบบนั้นครับ คุณตำรวจฟังผมก่อน!" ผีรีบอธิบาย "ถ้าเป็นแค่นั้นผมก็ยอมรับได้ แต่รู้ไหมครับ? ผมรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันวางแผนมาตั้งแต่ต้น ผม... นี่มันคดีใหญ่เลยนะครับ!"
จากคำบอกเล่าของผี หลินเซินพอจะเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ
ผีตนนี้ชื่อจ้าวเต๋อโหย่ว
เขาถูกฆ่าตายเมื่อสามวันก่อนระหว่างการส่งมอบ 'แป้ง' (ยาเสพติด)
ตามคำบอกเล่า จ้าวเต๋อโหย่วเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับปู่ พออายุสิบห้าปู่ก็มาด่วนจากไป
เมื่อไม่มีคนคอยอบรมสั่งสอน เขาจึงก้าวเข้าสู่วงการนักเลงข้างถนน
ช่วงแรกชีวิตจ้าวเต๋อโหย่วลุ่มๆ ดอนๆ โดนคนโน้นคนนี้รังแกสารพัด
จนกระทั่งสามปีก่อน จ้าวเต๋อโหย่วได้พบกับเฉาคุน หรือที่เขาเรียกว่า 'ลูกพี่'
เฉาคุนมีอิทธิพลพอตัวในเขตฉางหนิง หลังจากติดตามเขา ชีวิตความเป็นอยู่ของจ้าวเต๋อโหย่วก็ดีขึ้น ไม่เพียงแต่มีหน้ามีตาในสังคม แต่ยังมีเมียมีลูกเป็นตัวเป็นตน
พอมีลูก จ้าวเต๋อโหย่วยิ่งทุ่มเทให้กับงานในวงการมืด ยอมแลกด้วยชีวิต
เพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น จ้าวเต๋อโหย่วเชื่อฟังเฉาคุนและเริ่มค้ายา
แน่นอนว่าจ้าวเต๋อโหย่วเป็นแค่เบี้ยล่างของเฉาคุน และเฉาคุนเองก็เป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อยในวงการนี้เช่นกัน
เมื่อสามวันก่อน เฉาคุนส่งจ้าวเต๋อโหย่วไปส่งของ
ด้วยความที่รู้จักกันมาหลายปี จ้าวเต๋อโหย่วจึงไม่เอะใจสงสัย แต่พอไปถึงจุดนัดพบ กลับพบว่าของที่เฉาคุนให้มาเป็นของปลอม
โชคดีที่ปริมาณไม่มาก อีกฝ่ายแค่สั่งสอนจ้าวเต๋อโหย่วพอหอมปากหอมคอ
จ้าวเต๋อโหย่วไม่เข้าใจว่าผิดพลาดตรงไหน จึงรีบวิ่งกลับไปถามเฉาคุน เพราะของสองถุงนั้นเฉาคุนเป็นคนยื่นให้กับมือ
ผลปรากฏว่า
เฉาคุนกลับตาลปัตร กล่าวหาว่าจ้าวเต๋อโหย่วอมของไปเอง ขู่กรรโชกให้จ้าวเต๋อโหย่วเอาของมาคืน ไม่อย่างนั้นจะฆ่าล้างโคตร
ถึงจุดนี้ ต่อให้จ้าวเต๋อโหย่วโง่แค่ไหนก็ต้องเข้าใจ
มันชัดเจนว่าเฉาคุนเอาของจริงจากเบื้องบนไป แล้วโยนความผิดให้เขารับบาปแทน
แต่ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นฝีมือเฉาคุน จ้าวเต๋อโหย่วก็ทำอะไรไม่ได้ สำหรับเบื้องบน เฉาคุนอาจเป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อย แต่สำหรับจ้าวเต๋อโหย่ว เขาคือภูเขาลูกใหญ่ที่ไม่มีทางขัดขืนได้
ต่อมา เฉาคุนก็มาปลอบใจจ้าวเต๋อโหย่วว่า "น้องชาย พี่เข้าใจความลำบากใจของแกนะ"
"พี่เชื่อว่าแกไม่ใช่คนแบบนั้น"
"แต่ตอนนี้เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ความเชื่อใจของพี่มันช่วยอะไรไม่ได้ แกก็รู้ว่าวิธีจัดการของลูกพี่ใหญ่โหดแค่ไหน"
"เชื่อพี่นะ รีบหนีไปซะ พี่จะดูแลลูกเมียแกให้เอง ไม่อย่างนั้นแกจะมีแต่ทางตายสถานเดียว"