เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 003 ลูกคุณสุดยอดไปเลย

บทที่ 003 ลูกคุณสุดยอดไปเลย

บทที่ 003 ลูกคุณสุดยอดไปเลย


กระแสพลังที่พลุ่งพล่านเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาหลินเซินตั้งตัวไม่ติด

ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าพลังนี้มาจากไหน แต่พอตรองดูสักนิดก็ตระหนักได้ว่านี่คือ พลังบุญกุศล อันหาได้ยากยิ่ง

ต้องรู้ก่อนว่า...

อย่าว่าแต่โลกใบนี้เลย แม้แต่ในโลกเดิมก่อนที่หลินเซินจะข้ามมิติมา พลังบุญกุศลก็ถือเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างยิ่ง

เพราะพลังนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจแสวงหาได้ตามใจปรารถนา ล้ำค่าประหนึ่งโสมหมื่นปีในโลกนี้

ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถยกระดับพลังได้ด้วยการดูดซับพลังปราณธรรมชาติหรือพึ่งพาทรัพยากรต่างๆ แต่วิธีเหล่านั้นค่อนข้างล่าช้า หนทางที่รวดเร็วที่สุดในการเลื่อนขั้นพลังบำเพ็ญก็คือการได้รับพลังบุญกุศล

ทว่า พลังบุญกุศลคือพลังที่ลึกลับที่สุดในฟ้าดิน

เท่าที่หลินเซินรู้ในตอนนี้ หนทางเดียวที่จะได้มาซึ่งพลังบุญกุศลคือการ "ทำความดี"

ยกตัวอย่างเช่น สมัยเป็นนักพรต หลินเซินปราบมารพิทักษ์ธรรม ขจัดเภทภัย สะสมกุศลผลบุญอย่างไม่ลดละ เขาเชื่อว่าจำนวนปีศาจที่ตนปราบไปนั้นมากมายมหาศาล แต่ตลอดเวลาร้อยกว่าปี เขาเคยได้รับพลังบุญกุศลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แถมปริมาณที่ได้ยังเทียบไม่ได้เลยกับพลังที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายเขาในตอนนี้

"หรือเป็นเพราะฉันไขคดีนี้ได้?"

"ฉันก็เลยได้รับพลังบุญกุศล?"

จากความเข้าใจที่มีต่อพลังบุญกุศล หลินเซินคิดหาเหตุผลอื่นไม่ออกจริงๆ

แล้ว... ถ้าเป็นอย่างที่คิดจริงๆ แค่ไขคดีฆาตกรรมง่ายๆ ก็ได้รับผลตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ ถ้าพวกผู้บำเพ็ญในโลกเดิมรู้เข้า คงอกแตกตายด้วยความอิจฉาแน่นอน

หลินเซินไม่มีเวลามานั่งคิดวิเคราะห์อะไรตอนนี้

หลังจากพลังบุญกุศลไหลเข้าสู่ร่างกาย มันก็หมุนวนไม่หยุด เขาจำเป็นต้องหาสถานที่เงียบสงบเพื่อผสานพลังนี้เข้ากับตัวเองโดยด่วน

หลินเซินไม่ทันได้บอกลาใคร เขากดวางสายแล้ววิ่งหายไปทันที

ณ หมู่บ้านเจียหยวน

สถานที่จับกุมฉินเฉียง

จางหมิงหยางที่ถูกหลินเซินวางสายใส่ดื้อๆ ไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย เขากลับมองฉินเฉียงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเบิกบาน

"ถือเป็นคราวซวยของแกด้วยแหละ ที่ดันมาเจอเขาเริ่มงานวันแรกพอดี ไม่อย่างนั้นพวกฉันคงต้องเหนื่อยไล่ล่าแกอีกนาน"

ฉินเฉียงฟังจางหมิงหยางไม่รู้เรื่อง

ในใจเขาตอนนี้มีแต่ความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ

เขาคิดไว้แล้วว่าสักวันต้องโดนจับ เพราะเขารู้ดีถึงเทคโนโลยีในปัจจุบัน

เพียงแต่ฉินเฉียงไม่คาดคิดว่าจะโดนจับได้เร็วขนาดนี้

เหตุผลที่เขาหั่นศพและใช้วิธีสารพัดเพื่อแยกชิ้นส่วนไปทิ้ง ก็เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ตำรวจระบุตัวผู้ตายได้เร็วเกินไป

ใครจะไปคิดว่าเพิ่งฆ่าไปเมื่อคืน ทิ้งศพตอนดึก รุ่งเช้าตำรวจก็มาเคาะประตูบ้านจับกุมแล้ว?

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ ตำรวจเหมือนติดเครื่องติดตามไว้ที่ชิ้นส่วนศพทุกชิ้น แถมยังบรรยายเรื่องราวชีวิตของเขากับผู้ตาย รวมถึงขั้นตอนการฆ่าได้ละเอียดยิบราวกับตาเห็น

มันน่ากลัวเกินไปแล้ว

ฉินเฉียงถูกตำรวจสองนายหิ้วปีกซ้ายขวา ขาแข้งอ่อนแรงยืนไม่อยู่

ไม่ใช่เพราะกลัวโดนจับ แต่กลัวรายละเอียดที่ตำรวจรู้ต่างหาก

"บอก... บอกผมได้ไหม... ว่า... คุณรู้ได้ยังไง?"

"เรื่องตั้งเยอะแยะ ผมไม่เคยบอกใครเลยนะ"

"คุณ... ไม่มีทางรู้ละเอียดขนาดนั้นได้!"

ฉินเฉียงสภาพดูไม่ได้เหมือนสุนัขจนตรอก

จางหมิงหยางส่ายหน้าอย่างระอา "แปลกเหรอ?"

"ครับ"

"เหอะ คิดว่าตำรวจไม่มีวิธีการทำคดีของตัวเองหรือไง?"

จางหมิงหยางย่อมไม่บอกความจริง เขาฉวยโอกาสนี้ข่มขวัญผู้ต้องหา แล้วแอบคิดในใจว่า: แกอยากรู้เหรอ? ฉันก็อยากรู้เหมือนกันโว้ย!

ฉินเฉียงไม่รู้ว่าวิธีการที่จางหมิงหยางพูดถึงคืออะไร แต่เขายอมจำนนอย่างราบคาบ ปากพึมพำไม่หยุด: "ตำรวจพวกคุณนี่สุดยอดจริงๆ โคตรสุดยอด!!! ผมยอมแพ้แล้ว ผมยอมแล้ว..."

ฉินเฉียงถูกคุมตัวขึ้นรถกลับไปยังสถานีตำรวจ

ระหว่างทางกลับ จางหมิงหยางเตรียมจะโทรหาหลินเซินอีกครั้งเพื่อสอบถามสถานการณ์

ข้อแรก ตัวเขาเองอยากรู้ความจริงมากๆ ข้อสอง เขาไม่รู้จะเขียนรายงานปิดคดีนี้ยังไง

จะให้เขียนว่า: "หลินเซินจากทีมสืบสวนรู้ขั้นตอนการก่อเหตุทั้งหมดจากมือข้างหนึ่ง แล้วพวกเราก็ตามเบาะแสไป..." มันตลกเกินไปแล้ว

แค่คิดจางหมิงหยางก็ยังขำไม่ออก

จังหวะที่เขากำลังจะกดโทรออก สายเรียกเข้าจากรายชื่อที่บันทึกว่า 'หัวหน้าเก่า' ก็ดังขึ้น

จางหมิงหยางสูดหายใจลึกๆ สองสามที ปรับอารมณ์ก่อนรับสาย "สวัสดีครับหัวหน้าเก่า มีคำสั่งอะไรเหรอครับ..."

"เสี่ยวจาง ฉันไม่มีคำสั่งอะไรหรอก"

"โทรมานี่ หวังว่าจะไม่รบกวนเวลางานเธอนะ?"

จางหมิงหยางทำเสียงประจบเอาใจรีบตอบ "ไม่ครับ ไม่รบกวนเลย ต่อให้ท่านไม่โทรมา ผมก็กำลังจะโทรหาท่านอยู่พอดี"

"มีเรื่องอะไรรึ?"

น้ำเสียงของหัวหน้าเก่าในสายเปลี่ยนไปทันที "ไอ้ลูกชายตัวแสบของฉันมันไม่อยากเป็นตำรวจแล้วไปก่อเรื่องให้เธอปวดหัวใช่ไหม?"

"เปล่าครับ ไม่ใช่เลย หัวหน้าเก่าอย่าเพิ่งเข้าใจผิด..."

ยังไม่ทันที่จางหมิงหยางจะพูดจบ หัวหน้าเก่าปลายสายก็พูดสวนขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันรู้ ไอ้เด็กนั่นต้องสร้างปัญหาให้เธอแน่ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเลิกงานกลับบ้านมาฉันจะจัดการ..."

จางหมิงหยางแทบจะร้องไห้ รีบอธิบายลิ้นพันกัน "หัวหน้าเก่า ท่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว เสี่ยวหลินไม่ได้ก่อเรื่องอะไรเลยครับ! ท่านต้องไม่เชื่อแน่ๆ เขาไขคดีฆ่าหั่นศพได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ พูดตรงๆ นะ... ผมยังตั้งตัวไม่ติดเลย"

"เฮ้อ เสี่ยวจาง ฉันฝากฝังให้เธอดูแลเขาหน่อย แต่ไม่ต้องถึงขนาดอวยกันเวอร์วังขนาดนั้นก็ได้ เธอก็รู้นิสัยฉัน ฉันไม่ชอบพวก..."

จางหมิงหยางรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ปลายสายเงียบไปนาน

จางหมิงหยางถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "หัวหน้าเก่า... ท่านไม่เชื่อเหรอครับ?"

"เธอคิดว่าฉันควรจะเชื่อไหมล่ะ?"

จางหมิงหยาง: "...ความจริงตอนแรกผมก็ไม่เชื่อเหมือนกันครับ แต่หัวหน้าเก่าก็รู้นิสัยผมดี ผมพูดความจริงเสมอ ไม่เคยใส่สีตีไข่ อีกอย่าง ผมอยากถามท่านจริงๆ ครับว่า ทางบ้านท่านมีเคล็ดวิชาลับอะไรหรือเปล่า..."

"อืม..." จางหมิงหยางเสริม "ไอ้แบบที่ว่า แค่มองศพก็รู้ข้อมูลการก่อเหตุทั้งหมด... อ่า ประมาณนั้นแหละครับ ผมก็อธิบายไม่ถูก"

น้ำเสียงหัวหน้าเก่าเริ่มแสดงความไม่พอใจ "จางหมิงหยาง เดี๋ยวนี้หัดทำตัวหน้าไหว้หลังหลอกแล้วเรอะ! ไอ้เด็กนั่นเอายาเสน่ห์อะไรกรอกปากเธอหา?!"

จางหมิงหยาง: "..."

เขาพูดไม่ออกจริงๆ

โชคดีที่หัวหน้าเก่าตัดสายทิ้งด้วยความโมโห ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนด่าว่าพูดเพ้อเจ้อแน่ๆ

อย่าว่าแต่คนอื่นไม่เชื่อเลย ขนาดเขาที่อยู่ในเหตุการณ์เองยังรู้สึกเหลือเชื่อ เหมือนฝันไป งงเป็นไก่ตาแตก

จางหมิงหยางโทรหาหลินเซินหลายสายแต่ไม่มีคนรับ พอโทรเช็กคนที่บ่อขยะก็ได้ความว่าหลินเซินหายตัวไปแล้ว

เช้าตรู่เจอมือขาดในเขตเมืองเก่า ทางสถานีตำรวจเขตฉางหนิงให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก

ทันทีที่จางหมิงหยางกลับถึงสถานี ผู้กำกับก็เรียกเขาไปรายงานคดีที่ห้องทำงาน

ภายในห้องทำงาน

จางหมิงหยางที่ปกติเป็นคนสบายๆ กลับยืนตัวลีบอยู่หน้าโต๊ะทำงานผู้กำกับราวกับเด็กทำความผิด

หลี่เฟิงชงชาพลางชำเลืองมองจางหมิงหยางที่มีท่าทีประหม่าผิดปกติ "ได้ยินว่าปิดคดีได้แล้วไม่ใช่เหรอ? ผลงานรวดเร็วขนาดนี้ไม่เห็นเข้ากับหน้าตาแกเลย"

"ปิดคดีได้แล้วครับ แต่ว่า..." หลังจากโดนหัวหน้าเก่าด่ามา จางหมิงหยางก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะโดนด่าอีกรอบ

หลี่เฟิงถือถ้วยชาร้อนกรุ่น นั่งลงบนเก้าอี้ "งั้นก็เล่ารายละเอียดคดีมา"

"คือว่า..."

"ทำไม มีอะไรพูดลำบากหรือไง?"

"เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกว่า..." จางหมิงหยางขยับเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ "กลัวท่านจะไม่เชื่อน่ะสิครับ"

จบบทที่ บทที่ 003 ลูกคุณสุดยอดไปเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว