- หน้าแรก
- จากเขยแต่งเข้า สู่ยอดคนโปรดของจักรพรรดินี
- บทที่ 58 อสูรโชกเลือด
บทที่ 58 อสูรโชกเลือด
บทที่ 58 อสูรโชกเลือด
โจวหยวนอาเจียนอาหารเช้าออกมาจนหมดเกลี้ยง ถึงได้รู้สึกดีขึ้นมาก อาการคลื่นไส้หายไป เหลือเพียงเลือดลมที่สูบฉีดพล่านไปทั้งร่าง
เขาถือกระบี่ก้าวฉับๆ ออกจากประตู ภาพที่เห็นคือถนนที่อาบไปด้วยเลือด ศพเกลื่อนกลาด ข้าวของเครื่องใช้แตกกระจายเต็มพื้น
บนถนนยังมีพวกก่อจลาจลหลงเหลืออยู่ประปราย เดินคุ้ยหาทรัพย์สินที่หล่นตามพื้น แววตาของพวกมันดุร้ายเหมือนสัตว์ป่าหิวโซกำลังหาเหยื่อ
แต่สำหรับโจวหยวน พวกมันก็แค่เศษสวะ ฆ่าพวกมันง่ายกว่าฆ่าหมู เพราะอย่างน้อยหมูยังมีหนังหนากว่า
อยู่ที่นี่น่าจะปลอดภัย แต่กลุ่มผู้ก่อจลาจลกำลังมุ่งหน้าไปทางจวนตระกูลจ้าว!
แถวนั้นเป็นย่านคนรวย เต็มไปด้วยคฤหาสน์หรู ต้องเป็นเป้าหมายหลักในการปล้นสะดมแน่นอน
พูดให้ถูกคือ ป่านนี้คงโดนปล้นไปแล้ว
จะชักช้าไม่ได้ ต้องรีบไปช่วยจ้าวเจียนเจีย!
โจวหยวนสูดหายใจลึก แล้ววิ่งกลับขึ้นไปชั้นบน
เขามองดูคนที่กำลังขวัญเสีย พูดเสียงเข้ม "พวกเจ้ามีสองทางเลือก รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวทางการก็มาปราบจลาจล"
"ไม่!"
ฉวี่หลิงรีบพูด "เจ้าจะไปไหน?"
โจวหยวนตอบ "ข้าจะไปช่วยคน พวกเจ้าจะตามมาก็ได้ แต่ข้าไม่รับประกันความปลอดภัย"
ฉวี่หลิงตอบทันทีโดยไม่ลังเล "เราจะไปกับเจ้า ขืนอยู่ที่นี่ไม่มีเจ้า ถ้าโดนเจอตัวเข้าก็จบกัน"
เถ้าแก่ร้านเสริม "พวกเราฟังคำสั่งคุณหนูขอรับ!"
โจวหยวนขมวดคิ้ว มองฉวี่หลิง "คิดดีแล้วเหรอ? ที่ที่ข้าจะไปคือดงจลาจล อันตรายมากนะ"
ฉวี่หลิงสติแตกไปหลายรอบแล้ว แต่พอเห็นศพข้างๆ นางกลับตั้งสติได้บ้าง
นางกัดฟัน "เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เรามีทางเลือกที่ไหน เซียงโม่ เจ้าจะอยู่หรือจะไปกับโจวหยวน?"
เซียงโม่ที่ยังขวัญผวา กอดเสื้อโจวหยวนไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น
หน้าซีดเผือด นางมองใบหน้ามุ่งมั่นของโจวหยวน นึกถึงฉากที่เขาฆ่าคนเมื่อครู่
ฉากนั้นกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
"ขะ... ข้าจะไปกับคุณหนู ไปกับคุณชายโจว"
โจวหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่ง "รอข้างล่าง รีบไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ดื่มน้ำซะ แล้วออกเดินทางทันที"
พูดจบ เขาก็พาเถ้าแก่และคนอื่นๆ ลงไปข้างล่าง ดื่มน้ำเติมพลัง
ไม่นาน ฉวี่หลิงและเซียงโม่ก็ลงมา ทั้งคู่เปลี่ยนไปใส่ชุดผู้ชายของลูกจ้างร้าน แม้จะไม่พอดีตัวนัก แต่ก็คล่องตัวกว่ากระโปรง และไม่สะดุดตา
โจวหยวนบอก "ข้าจะใช้ทางลัดกลับจวนตระกูลจ้าว ส่วนใหญ่เป็นตรอกซอกซอย อาจเจอพวกจลาจลบ้าง แต่คงไม่เยอะ"
"แต่ข้อเสียคือ ถ้าเจอพวกมันกลุ่มใหญ่ เราจะไม่มีที่ให้หลบ"
ฉวี่หลิงพูดเบาๆ "โจวหยวน ว่าตามเจ้าเลย พวกเราไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก"
การฆ่าคนของโจวหยวนเมื่อกี้ ทำให้นางกลัวก็จริง แต่ก็ทำให้อุ่นใจอย่างประหลาด
โจวหยวนพยักหน้า "ตกลง! เจ้ากับเซียงโม่อยู่ตรงกลาง เถ้าแก่กับลูกจ้างสามคนปิดท้าย ข้ากับลูกจ้างอีกคนจะนำหน้า"
"จำไว้ เจอพวกจลาจลอย่าตกใจ อย่ากรีดร้อง เดี๋ยวจะเรียกพวกมันมาเพิ่ม"
ทุกคนพยักหน้ารัวๆ สีหน้าเคร่งเครียด
โจวหยวนสั่ง "หาอาวุธป้องกันตัวซะ! ข้ามีกระบี่นี่ก็พอแล้ว!"
ลูกจ้างสี่คนกับเถ้าแก่คว้าจอบเสียม ฉวี่หลิงกับเซียงโม่แรงน้อย เลยหยิบเคียวเกี่ยวข้าวมาถือไว้คนละอัน
ทั้งแปดคนเดินมุ่งหน้าไปทางตะวันออกโดยมีโจวหยวนนำทัพ
พวกเขาไม่กล้าใช้ถนนใหญ่ มุดเข้าตรอกเล็กๆ ทันที ไม่นานก็เจอพวกจลาจลสองสามคนกำลังปล้นบ้านชาวบ้าน ตัวเปื้อนเลือด เสื้อผ้าหลุดลุ่ย กระเป๋าตุงไปด้วยเงินทอง
พอเห็นพวกโจวหยวน พวกมันชะงัก แล้วตะคอก "แถวนี้ไม่มีห่าอะไรเหลือแล้ว! มาทำซากอะไร! รีบไสหัวไป! ไปหาเนื้อกินกับพวกใหญ่โน่น!"
"ได้!"
โจวหยวนขานรับ เดินดุ่มๆ เข้าไป แล้วตวัดกระบี่ฟันฉับเดียว สามห้าคนนั้นร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
เขามีพื้นฐานวรยุทธ์ บวกกับกระบี่ดี และจู่โจมทีเผลอ พวกมันตายคาที่โดยไม่มีโอกาสได้โต้ตอบ
พวกฉวี่หลิงหน้าซีดเผือด รีบเอามือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้องตามที่โจวหยวนสั่ง
"ไป!"
โจวหยวนพาพวกเขารีบเดินต่อ เจอคนกลุ่มใหญ่ก็หลบ เจอคนกลุ่มน้อยก็ฆ่า!
ฟันร่วงไปแล้ว ถ้ายังไม่ตายสนิท เถ้าแก่กับลูกจ้างก็ช่วยซ้ำจนเละ
นาทีเป็นนาทีตาย ทุกคนฆ่าจนตาแดงฉาน
ฉวี่หลิงกับเซียงโม่ร้องไห้ไปเดินตามโจวหยวนไป จนเริ่มชินและหายกลัวไปบ้าง
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"
"ฮือๆ! อย่าฆ่าหนู!"
เสียงร้องไห้ดังมาจากข้างหน้า โจวหยวนมองดูดีๆ พบว่าเป็นโรงเรียนเล็กๆ
บ้าเอ๊ย พวกมันบ้าไปแล้ว แม้แต่เด็กก็ไม่เว้น
"มีสิบกว่าคน!"
เสียงฉวี่หลิงสั่นเครือ
โจวหยวนกัดฟัน "หลบไม่ได้! ไม่งั้นเด็กพวกนั้นตายหมดแน่!"
พูดจบ เขาก็พุ่งเข้าไปทันที
ถ้าเป็นเวลาปกติ เจอคนสิบกว่าคนเขาคงไม่กล้าสู้ แต่ตอนนี้เลือดขึ้นหน้า ความกล้าพุ่งทะยาน เห็นไอ้พวกสวะพวกนี้แล้วอดใจไม่ไหว ต้องจัดหนัก
แต่มีคนไวกว่า!
ชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยม่อต้อโผล่มาจากไหนไม่รู้ ถือดาบใหญ่ พุ่งเข้าใส่กลุ่มจลาจลด้วยความเร็วสูง ฟันไม่ยั้ง
เขาคล่องแคล่วว่องไว เพลงดาบโหดเหี้ยมดุดัน แป๊บเดียวฟันร่วงไปสามห้าคน
พวกที่เหลือตะโกนลั่น กรูเข้าไปรุมเขา
ตอนนั้นโจวหยวนก็พุ่งเข้าไปเสริม ฟันกระบี่ใส่ สองแรงแข็งขัน จัดการไปอีกหกเจ็ดคน
พวกที่เหลือกลัวจนขี้หดตดหาย วิ่งหนีป่าราบ
โจวหยวนตะโกน "อย่าให้หนี! อย่าให้มันไปเรียกพวก!"
ชายคนนั้นรู้ใจ แยกกันไล่ล่า จัดการพวกที่เหลือจนหมด แล้วค่อยกลับมารวมตัวกัน
ชายคนนั้นมองสำรวจโจวหยวน หรี่ตาถาม "บัณฑิต? บัณฑิตก็ใช้กระบี่เป็นด้วยเรอะ?"
โจวหยวนก็มองสำรวจเขา เห็นแผลเป็นบนหน้า และนิ้วมือซ้ายที่ด้วนไปสองนิ้ว ก็สะดุดใจ
อวิ๋นโจวอยู่เจียงหนาน สงบสุขมานาน ในเมืองไม่ค่อยมีโจรผู้ร้าย ทำไมคนนี้ถึงมีสภาพแบบนี้?
เขานึกอะไรขึ้นได้ ถามด้วยความสงสัย "เจ้าคือองครักษ์ของเซวียฉางเยว่?"
ชายคนนั้นหน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังไปสองก้าว ตั้งท่าระวังตัว
โจวหยวนโล่งอก รีบพูด "ไม่ต้องตกใจ พวกเดียวกัน ตอนนี้ที่ตระกูลเซวียเป็นไงบ้าง? แล้วกวนเทียนซื่อล่ะ?"
ในฐานะหัวหน้าองครักษ์ ชื่อกวนเทียนซื่อไม่ค่อยมีคนนอกรู้
ชายคนนั้นถาม "ท่านชื่ออะไร?"
"โจวหยวน!"
"อ้อ! คุณชายโจว!"
ชายคนนั้นรีบเข้ามาประสานมือ "ข้าน้อย หลิงเซี่ยวใครๆ ก็เรียกไอ้บ้าหลิงข้าเคยได้ยินพี่กวนพูดถึงท่าน"
"ทางท่านแม่ทัพไม่รู้เป็นไงบ้าง แต่พี่น้องเราน่าจะกำลังมุ่งหน้าไปรวมตัวกันที่นั่น"
เขาแสยะยิ้ม "พูดตรงๆ นะ แค่ไอ้พวกสวะพวกนี้ อย่าหวังจะได้แหยมเข้าจวนตระกูลเซวีย"
โจวหยวนพยักหน้า สบายใจขึ้นเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยหนิงเยว่ก็น่าจะปลอดภัย
แต่เจียนเจีย... ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง
"พี่ชาย ขอตัวก่อน! ข้าต้องรีบกลับจวนตระกูลจ้าว!"
โจวหยวนไม่แน่ใจว่าพ่อตาเตรียมการป้องกันไว้ดีแค่ไหน ใจคอไม่ดี ไม่กล้าเสียเวลา รีบออกเดินทางต่อ
ลัดเลาะตามตรอกซอย เจอพวกจลาจลก็ไม่หลบแล้ว ฆ่าแม่มเลย
ตัวโชกเลือด โจวหยวนโผล่ออกมาจากตรอกสุดท้าย เห็นถนนใหญ่เต็มไปด้วยฝูงชนบ้าคลั่ง กำลังปล้นคฤหาสน์หรู
ประตูจวนตระกูลจ้าวถูกพังเข้าไปแล้ว พวกจลาจลกำลังกรูเข้าไปข้างใน
"ไอ้ชาติชั่ว! ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมด!"
โจวหยวนคำรามสั่ง "พวกเจ้าหลบอยู่ตรงนี้! ข้าจะไปช่วยเมีย!"
เขาไม่ลังเล พุ่งตัวออกไปทันที