- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 94 ความแตกต่าง
บทที่ 94 ความแตกต่าง
บทที่ 94 ความแตกต่าง
บทที่ 94 ความแตกต่าง
วันนี้ร่างกายของโจวเหวินอ่อนแอเป็นทุนเดิม ปั่นจักรยานบดสาหร่ายได้สักพักก็เริ่มจะทนไม่ไหว สาหร่ายถูกบดไปได้แค่หนึ่งในสาม ส่วนที่เหลือเขาเลยโยนลงบ่อย่อยอาหารไปทั้งอย่างนั้น
เมื่อแฟนธอม เลวีอาธานหยุดเคลื่อนไหวเพื่อย่อยอาหาร โจวเหวินก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อนในโซนพัก
นอนเฉยๆ ก็น่าเบื่อ เขาเลยเปิดช่องแชทโลกอ่านข้อความของผู้รอดชีวิต พบว่าวันนี้มีบางคนประสบปัญหาเดียวกับเขา คือแฟนธอม เลวีอาธานไม่ยอมหากล่องเสบียง แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหัวหน้ากิลด์ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้นำทั้งสิ้น
[วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมแฟนธอม เลวีอาธานของฉันไม่ยอมหากล่องเสบียงเลย?]
[ของฉันก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือว่ากินไม่อิ่ม?]
[เป็นไปไม่ได้ สองสามวันมานี้ฉันอัดสาหร่ายให้กินวันละ 250,000 หน่วยตลอด เรียกว่ายัดทะลุพิกัดเลยด้วยซ้ำ]
[เอ๊ะ? ของฉันหยุดเคลื่อนไหวแล้ว ตอนนี้ยังไม่ค่ำเลยนะ แถมเยื่อกั้นหลอดอาหารก็เปิดออก แต่ไม่มีน้ำทะเลเข้ามา นี่มันเรื่องอะไรกัน?]
โจวเหวินอ่านข้อความพวกนี้ก็รู้ทันทีว่าแฟนธอม เลวีอาธานของพวกเขาเจอถ้ำสมบัติแล้ว แต่เพราะพวกเขาไม่ได้ยินเสียงในใจของมัน เลยไม่รู้ว่าการเปิดเยื่อกั้นคือสัญญาณบอกให้มนุษย์ออกไปสำรวจ
เขานั่งดูพวกนี้ถกเถียงกันสักพัก แฟนธอม เลวีอาธานของแต่ละคนก็ทยอยหยุดเคลื่อนไหวและเปิดเยื่อกั้นหลอดอาหารเหมือนกันหมด
พอเกิดเหตุการณ์เดียวกันหลายคน พวกเขาก็เริ่มตระหนักว่านี่อาจเป็นสถานการณ์ที่ทุกคนต้องเจอ เพียงแต่ความหมายของการเปิดเยื่อกั้นยังคงเป็นปริศนา
[หรือมันจะบอกให้พวกเราออกไปข้างนอก?]
[ก็เป็นไปได้นะ นายลองออกไปดูสิ?]
[มืดตึ๊ดตื๋อแบบนั้น ใครจะกล้าออกไป ผีเท่านั้นแหละที่รู้ว่าข้างนอกมีอะไรบ้าง]
[ใครใจกล้าลองออกไปดูหน่อย พวกเราเป็นถึงหัวหน้ากิลด์ มีเกราะหนามกันทุกคน จะกลัวอะไร?]
[ไม่กลัวก็ไปเองสิวะ! เกราะหนามบ้าบออะไร ใส่แล้วหนักชิบหาย เอาไว้ยืนกันบ้านน่ะพอไหว แต่ให้ใส่เดินไปเดินมาข้างนอกนี่ฝันไปเถอะ]
[แต่ยังไงก็ต้องออกไปดูหน่อยมั้ย เผื่อข้างนอกมีสมบัติ]
[งั้นนายออกไปดูสิ ถ้าเจอสมบัติจริง ก็มาบอกพวกเรา เดี๋ยวพวกเราแบ่งให้ โอเคมั้ย?]
เถียงกันไปเถียงกันมาในช่องแชทโลก สรุปไม่มีใครกล้าออกไปสักคน โจวเหวินดูแล้วยิ่งซาบซึ้งถึงความเทพของการได้ยินเสียงในใจแฟนธอม เลวีอาธาน
ตอนนั้นเอง เฉินซินก็ส่งข้อความส่วนตัวมาหาเขา
[เถ้าแก่โจว แฟนธอม เลวีอาธานของฉันเหมือนจะเจอถ้ำสมบัติที่คุณเคยบอกแล้วค่ะ]
[เยื่อกั้นหลอดอาหารเปิดหรือยัง?]
[เปิดแล้วค่ะ ไม่มีน้ำทะเลเข้ามา ตรงตามที่คุณเคยบอกเป๊ะ]
[งั้นก็น่าจะเป็นถ้ำสมบัติแล้วล่ะ เธอเอากล่องเสบียงไปด้วยใบหนึ่ง เอาอุปกรณ์ใส่ไว้ในนั้น แล้วถืออาวุธเดินเข้าไปในหลอดอาหารเลย]
จากนั้นโจวเหวินก็ถ่ายทอดประสบการณ์การลงถ้ำสมบัติของตัวเองให้เฉินซินฟังอย่างละเอียด พร้อมกำชับว่าถ้าเจอเรื่องฉุกเฉินให้รีบแจ้งทันที และถ้าต้องการโล่ไม้ให้ไปขอที่เจียงไห่เทา
แต่พอคุยกับเฉินซินจบ เจียงไห่เทาก็ส่งข้อความมาบอกว่าเขาเจอถ้ำสมบัติเหมือนกัน
งานเข้าแล้วสิ โจวเหวินเลยให้เจียงไห่เทาส่งแบบแปลนโล่ไม้มาให้เขา ตอนนี้เขาต้องรับบทฝ่ายเสบียงคอยซัพพอร์ตทั้งสองคน
แม้จะแชร์ประสบการณ์ไปหมดแล้ว แต่โจวเหวินก็ยังอดห่วงไม่ได้ เพราะตอนที่เขาเจอหนอนเจาะหิน เขาคิดว่าตัวเองแค่โชคดีที่ยื้อเวลาได้จนแฟนธอม เลวีอาธานรู้ตัว ถ้ามันรู้ตัวช้ากว่านั้นเขาคงตายไปแล้ว
นี่คือตัวแปรที่ไม่แน่นอน ถ้าแฟนธอม เลวีอาธานของทั้งคู่เกิดเอ๋อขึ้นมา พวกเขาก็ตกอยู่ในอันตราย
[จริงสิ พวกนายกินให้อิ่มก่อนออกเดินทางนะ]
[เฉินซิน: ?]
[เจียงไห่เทา: ?]
[ความหมายของฉันคือ พอเข้าไปในถ้ำแล้วต้องคลานตลอดทาง มันกินแรงมาก กินให้อิ่มจะได้มีพลังงานสำรอง เผื่อเจอหนอนเจาะหินจะได้มีแรงต้านไหว]
[เฉินซิน: ตกใจหมด นึกว่าสั่งเสียซะอีก]
[เจียงไห่เทา: รับทราบครับพี่เหวิน]
โจวเหวินถามค่าพละกำลังของทั้งคู่ เฉินซินมี 14 แต้ม ส่วนเจียงไห่เทามี 12 แต้ม
ทั้งคู่มีพละกำลังมากกว่าตอนที่เขาลงถ้ำสมบัติครั้งแรก ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากโข แถมยังมีผงเลือดเดือดไว้เป็นไพ่ตายกันคนละซอง ดูรวมๆ แล้วโอกาสรอดสูงมาก
หลังจากกินอิ่มดื่มเต็มที่ ทั้งสองก็ก้าวออกจากพื้นที่กระเพาะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกจากเซฟโซนที่คุ้นเคยมาสู่โลกภายนอก จะบอกว่าไม่กลัวเลยก็คงโกหก
แต่เพราะมีโจวเหวินคอยเตือนสติ พวกเขารู้ว่าตราบใดที่ยังไม่ออกจากตัวแฟนธอม เลวีอาธานจะไม่มีอันตราย จึงกัดฟันเดินหน้าต่อ
ส่วนโจวเหวินก็นอนจ้องหน้าต่างระบบตาไม่กะพริบ คอยดูข้อความจากทั้งสองคน เขาเตรียมโล่ไม้ไว้กว่า 30 อันพร้อมส่งให้ทุกเมื่อ
เพื่อกันตัวเองเผลอหลับหรือวอกแวก โจวเหวินหยิบผลไม้กระป๋องมากินไปพลางจ้องหน้าจอไปพลาง
ผ่านไปพักใหญ่ ทั้งคู่ก็เข้าไปในตัวถ้ำ ทางฝั่งโจวเหวิน แฟนธอม เลวีอาธานก็กลืนกล่องเสบียงเข้ามาพอดี
พอน้ำลดและแน่ใจว่าไม่มีสัตว์ประหลาดติดมาด้วย โจวเหวินก็กระโดดลงไปเปิดกล่อง
[ติ๊ง! ได้รับ แบบแปลนหมวกเกราะเกล็ดขาว]
โจวเหวินกดเรียนรู้ทันทีโดยไม่ได้ดูรายละเอียดวัสดุ เพราะต้องรีบกลับขึ้นไปเฝ้าหน้าจอต่อ
ผ่านไปชั่วโมงสองชั่วโมง ทั้งคู่ก็เจอหนอนเจาะหินโจมตีตามคาด โจวเหวินรีบส่งโล่ไม้ไปให้ แฟนธอม เลวีอาธานของเจียงไห่เทารู้ตัวเร็วมาก ส่งเสียงร้องไล่หนอนเจาะหินไปอย่างรวดเร็ว
แต่ของเฉินซินไม่ราบรื่นขนาดนั้น เธอต้องใช้โล่ไม้ไปกว่า 30 อัน แถมต้องงัดผงเลือดเดือดมาใช้ กว่าแฟนธอม เลวีอาธานจะรู้ตัว
[ทำไมของเจียงไห่เทารู้ตัวเร็วจัง เป็นแฟนธอม เลวีอาธานเหมือนกันแท้ๆ ทำไมต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้? หรือของฉันมันจะปัญญาอ่อน?]
เฉินซินบ่นอุบแทบคลั่ง เธอใช้ผงเลือดเดือดไปแล้ว ตอนนี้เลยเข้าสู่ช่วงอ่อนแอ การต้องคลานในถ้ำต่อทำเอาเธอเหนื่อยแทบขาดใจ
ทั้งสองคนผ่านด่านหนอนเจาะหินไปได้ โจวเหวินก็โล่งอก ต่อจากนี้ไม่มีอันตรายอะไรแล้ว
โจวเหวินกำชับว่าถ้าเจอหนอนตัวแบนวุ้นให้จับส่งมาให้เขา เขาอุตส่าห์สร้างถังไม้เตรียมไว้รอรับเพียบ
เจียงไห่เทาที่ไม่ได้ใช้ผงเลือดเดือดเลยสำรวจได้ไวกว่า จับหนอนตัวแบนวุ้นได้กว่าสามสิบตัว แล้วก็เข้าไปถึงห้องสมบัติที่เก็บกล่องเสบียง
ของในกล่องคล้ายกับที่โจวเหวินเคยได้ คือมีแท่งเหล็กกับกระจก
แต่พอเจียงไห่เทาไปถึงห้องสมบัติใหญ่สุด สถานการณ์กลับต่างออกไป โจวเหวินเคยเจอกล่องเสบียงขอบทอง แต่เจียงไห่เทาเจอแค่กล่องเสบียงขอบเงิน
แถมพอคลานลึกเข้าไปก็ไม่เจอปะการังเลือดเดือด แต่ทะลุไปโผล่ในเขาวงกตโคลนเลย
ทางด้านเฉินซินก็เหมือนกัน เธอเจอแค่กล่องเสบียงขอบเงินใบเดียว
โจวเหวินเลยสั่งให้ทั้งคู่ถอนตัวกลับทันที เขาวงกตโคลนข้างหลังนั่นถ้าไม่มีแฟนธอม เลวีอาธานคอยนำทาง แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหาทางออกเจอ เขาไม่อยากให้ทั้งสองคนเสี่ยงโดยไม่จำเป็น