- หน้าแรก
- วิชายุทธ์ที่ฉันสร้างโด่งดังไปทั่วโลก
- บทที่ 46 - บอสใหญ่เปิดตี้: นายมาเล่นสายซัพพอร์ตสิ
บทที่ 46 - บอสใหญ่เปิดตี้: นายมาเล่นสายซัพพอร์ตสิ
บทที่ 46 - บอสใหญ่เปิดตี้: นายมาเล่นสายซัพพอร์ตสิ
โพสต์เวยป๋อของ 'ทีมงานนิรนามจากค่ายปั้นดาวบู๊' พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของตารางคำค้นหายอดฮิตอย่างรวดเร็ว แม้จะครองแชมป์อยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็ช่วยดันให้ชื่อเสียงของหลี่สิงโด่งดังขึ้นไปอีกขั้น
ตอนนี้ยอดผู้ติดตามในบัญชีเวยป๋อของหลี่สิงทะลุ 6 ล้านคนไปแล้ว แค่ชั่วข้ามคืนเขาก็ได้ยอดฟอลโลเวอร์เพิ่มขึ้นเป็นล้านคน
และหลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายครั้งนี้ ภาพลักษณ์ของเขาก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างชัดเจน นั่นคือเป็นคนหนุ่มที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และมีจุดยืนที่หนักแน่น
ถึงแม้ตอนที่กองทัพหน้าม้าของรุ่ยเฟิงพยายามปั่นกระแส จะมีชาวเน็ตมากมายเข้ามารุมด่าว่าหลี่สิงเป็นพวกศีลธรรมทรามหรือเกาะผู้หญิงกิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่รู้ว่ามีผู้ชายตั้งกี่คนที่แอบอิจฉาเขาอยู่ลึกๆ
เมื่อรูปถ่ายของหลิวน่าถูกเปิดเผยออกมาในโลกออนไลน์ หลายคนถึงกับยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าตัวเองคงทนต่อบททดสอบนี้ไม่ไหวแน่ๆ แต่หลี่สิงกลับกล้าปฏิเสธข้อเสนอนั้น
ด้วยเหตุนี้ นอกจากเขาจะได้รับเสียงชื่นชมแล้ว เขายังตกแฟนคลับสาวๆ เข้ามาได้อีกเพียบ
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสข่าวที่กำลังร้อนแรงยังช่วยดันให้ยอดดาวน์โหลดวิชายุทธ์ที่หลี่สิงปล่อยลงบนแพลตฟอร์มวิญญาณยุทธ์พุ่งกระฉูดขึ้นไปอีกระลอก
วิชาดีดนิ้วศักดิ์สิทธิ์และพลังลมปราณอรหันต์ปราบมารที่เพิ่งวางแผงไป พุ่งทะยานขึ้นไปติดท็อปเท็นของตารางรวมวิชายุทธ์มาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นว่าตอนนี้ในสิบอันดับแรก มีวิชาของหลี่สิงติดชาร์ตอยู่ถึงสี่วิชาด้วยกัน
เทพท่องร้อยพลิกแพลงครองอันดับหนึ่ง เพลงกระบี่สิบก้าวสังหารหนึ่งอยู่อันดับสาม ส่วนดีดนิ้วศักดิ์สิทธิ์และพลังลมปราณอรหันต์ปราบมารอยู่อันดับเจ็ดและสิบตามลำดับ
ในเวลานี้ ลั่วหมิงไห่กำลังรู้สึกสับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นดาราบู๊ในสังกัดสตูดิโอของเหยียนไห่หลง เพิ่งเดบิวต์มาได้สองปี ปัจจุบันอยู่ในระดับสอง และถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ไม่เลวเลยทีเดียว
เมื่อไม่นานมานี้ มีนักสร้างสรรค์วิชายุทธ์ระดับปรมาจารย์จากบริษัทเสวียนเจี้ยน ได้ออกแบบเพลงหมัดชุดหนึ่งให้เขาโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในความฝันระดับสามดาว เขาจึงอาศัยจังหวะที่กระแสกำลังมา ปล่อยเพลงหมัดชุดนั้นลงบนแพลตฟอร์มวิญญาณยุทธ์ทันที
เนื่องจากลั่วหมิงไห่เป็นคนทำให้เพลงหมัดชุดนี้โด่งดัง การปล่อยวิชาจึงใช้ชื่อของเขาเป็นหลัก เงินส่วนแบ่งจากแพลตฟอร์มจะโอนเข้าบัญชีเขาโดยตรง จากนั้นเขาจึงค่อยนำไปแบ่งปันให้กับนักสร้างสรรค์วิชายุทธ์ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
สาเหตุที่มีรูปแบบการทำงานแบบนี้ ก็เพราะว่ามีวิชายุทธ์มากมายที่ตัวนักสร้างสรรค์เองก็ไม่สามารถฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้ และถ้าฝึกไม่ได้ ก็ไม่สามารถแสดงอานุภาพที่แท้จริงออกมาให้คนดูเห็นได้ เมื่อไม่มีใครเห็นความเก่งกาจ ก็ย่อมไม่มีใครยอมควักเงินดาวน์โหลด
ดังนั้นเหล่านักสร้างสรรค์วิชายุทธ์จึงจำเป็นต้องพึ่งพาดาราบู๊ที่เหมาะสม เพื่อนำวิชาที่พวกเขาคิดค้นไปใช้ให้โด่งดัง เพื่อที่พวกเขาจะได้กอบโกยเงินส่วนแบ่งได้มากขึ้น
คนประเภทที่ทั้งคิดค้นวิชายุทธ์เก่งและต่อสู้เก่งด้วยตัวเองอย่างหลี่สิง ถือเป็นชนกลุ่มน้อยในแวดวงยุทธ์อย่างแท้จริง
เพลงหมัดของลั่วหมิงไห่วางแผงช้ากว่าเทพท่องร้อยพลิกแพลงของหลี่สิงไปห้าวัน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นความโชคร้ายของเขา
บนตารางจัดอันดับวิชายุทธ์มาใหม่ วิชายุทธ์ของเขาถูกเทพท่องร้อยพลิกแพลงเหยียบย่ำอยู่เบื้องล่างมาตั้งแต่ต้นจนจบ
สำหรับผู้ปล่อยวิชายุทธ์ ตารางรวมวิชายุทธ์มาใหม่ถือเป็นสมรภูมิที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือขาใหญ่ในวงการ ต่างก็หมายมั่นปั้นมือจะชิงพื้นที่บนตารางนี้ให้ได้ เพราะมันไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่โปรโมทชั้นดี แต่ยังเป็นเครื่องบ่งบอกถึงบารมีและชื่อเสียงอีกด้วย
ก่อนหน้านี้มีนักสร้างสรรค์วิชายุทธ์หลายคนเห็นว่าช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ไม่มีขาใหญ่คนไหนปล่อยวิชาใหม่ออกมาเลย พวกเขาจึงทยอยปล่อยวิชาของตัวเองออกมาด้วยความหวังว่าจะได้เฉิดฉายบนตารางวิชามาใหม่บ้าง
ลั่วหมิงไห่เองก็คิดแบบนั้น แถมเขายังแอบหวังไกลถึงขั้นจะคว้าอันดับหนึ่งมาครองด้วยซ้ำ
แต่ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ก็มีตัวบั๊กอย่างหลี่สิงโผล่มาสกัดดาวรุ่ง ไม่เพียงแต่ยึดครองอันดับหนึ่งมานานกว่าครึ่งเดือน แต่ยังพ่วงเอาวิชายุทธ์อีกสามวิชาทะลวงเข้าสู่ท็อปเท็นได้อีก หมอนี่คนเดียวก็กวาดโควตาไปเกือบครึ่งตารางแล้ว มันช่างโหดร้ายเกินไปจริงๆ
และคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้ก็คือลั่วหมิงไห่
เนื่องจากตารางวิชายุทธ์มาใหม่จะนับรวมเฉพาะวิชาที่วางแผงไม่เกิน 30 วันเท่านั้น ตอนแรกเขาก็ตั้งตารอให้เทพท่องร้อยพลิกแพลงหมดเวลาและหลุดจากตารางไป เขาจะได้มีโอกาสเสวยสุขบนบัลลังก์อันดับหนึ่งสักห้าวันก็ยังดี แต่เมื่อดูจากแนวโน้มยอดดาวน์โหลดของเพลงกระบี่สิบก้าวสังหารหนึ่งแล้ว การที่มันจะแซงหน้าเพลงหมัดของเขาไปก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
เผลอๆ เขาอาจจะยังไม่ทันเห็นเทพท่องร้อยพลิกแพลงหลุดชาร์ต เพลงหมัดของเขาก็ร่วงไปอยู่อันดับสามซะแล้ว
"ทำไมการจะคว้าอันดับหนึ่งสักครั้งมันถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้นะ"
ลั่วหมิงไห่จ้องมองอันดับบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความรันทดใจ
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า หลี่สิงยังต้องเข้าร่วมการทดสอบในค่ายปั้นดาวบู๊อีกตั้งหลายรอบ และถ้าหมอนั่นคิดค้นวิชาใหม่ออกมาโชว์ในทุกๆ รอบ มันจะเป็นไปได้ไหมที่เขาจะผลัดเปลี่ยนเอาวิชาใหม่ๆ ขึ้นมาครองอันดับหนึ่งไปเรื่อยๆ
พอวิชานี้หมดเวลาหลุดจากชาร์ตไป อีกวิชาก็เสียบแทนขึ้นมาทันที ตารางรวมอันดับหนึ่งกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของหลี่สิงไปเลยงั้นเหรอ
ลั่วหมิงไห่เป็นคนช่างจินตนาการอยู่แล้ว พอคิดภาพตามนั้น เขาก็ถึงกับขนลุกซู่
"หมอนี่มันไม่ใช่คนแล้ว"
เขาสะท้านเฮือก รู้สึกว่าภาพอนาคตที่คิดไว้มันช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นเตือน ผู้จัดการส่วนตัวของเขาโทรมานั่นเอง
"หมิงไห่ มีเรื่องด่วนจะบอก"
"เรื่องอะไรครับ ทำไมเสียงเครียดเชียว"
"พี่หลงจะเซ็นสัญญากับหลี่สิงให้เข้ามาอยู่ในสตูดิโอ"
"หลี่สิงไหนครับ"
"จะหลี่สิงไหนอีกล่ะ ก็คนที่กำลังดังระเบิดอยู่ตอนนี้นี่แหละ"
"เฮ้ย เอาจริงดิ"
"ตกใจล่ะสิ ฉันจะบอกอะไรให้นะ หลี่สิงคนนี้จะต้องกลายเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดของนายแน่ๆ ห้ามประมาทเด็ดขาดเลยนะ"
ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สตูดิโอของเหยียนไห่หลงมีดาราบู๊ในสังกัดอยู่แค่ไม่กี่คน และหน้าใหม่ที่ทางค่ายกำลังดันสุดตัวในตอนนี้ก็คือลั่วหมิงไห่
แต่ถ้าหลี่สิงเข้ามาเซ็นสัญญาด้วย สถานการณ์ทุกอย่างก็อาจจะเปลี่ยนไป
ทรัพยากรที่สตูดิโอจะหามาได้มีอยู่อย่างจำกัด ผู้จัดการส่วนตัวจึงมองว่าทั้งสองคนจะต้องเกิดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"งั้นผมก็แพ้ราบคาบเลยน่ะสิ"
ลั่วหมิงไห่โพล่งออกมาอย่างลืมตัว เขายังคงอินอยู่กับจินตนาการอันน่าหวาดผวาเมื่อครู่นี้
"นายก็ไม่ได้แย่สักหน่อย จะไปกลัวอะไรเล่า"
ผู้จัดการส่วนตัวตอบกลับอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเริ่มเทศนาปลุกใจชุดใหญ่ เพื่อให้ลั่วหมิงไห่ฮึดสู้ขึ้นมา
ในขณะที่หลี่สิงยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าสตูดิโอ เขาก็ถูกผู้จัดการส่วนตัวของลั่วหมิงไห่มองว่าเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งไปซะแล้ว ส่วนเจ้าตัวในตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนรถส่วนตัวของเหยียนไห่หลง
เมื่อเช้าเขาได้รับโทรศัพท์จากเหยียนไห่หลง บอกว่าจะพาเขาไปที่สมาคมดาราบู๊
พายุข่าวลือที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อสองวันก่อนถูกดับมอดลงอย่างรวดเร็ว แม้แต่ตัวหลี่สิงเองยังแอบแปลกใจ เขาไม่รู้หรอกว่าพ่อของหนิงเสี่ยวหนิงเป็นคนออกโรงจัดการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลัง เขาแค่คิดว่าตัวเองโชคดีเท่านั้น
ใครจะไปคาดคิดว่าการที่หลิวน่าหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาในตอนนั้น จะกลายมาเป็นไพ่ตายช่วยพลิกสถานการณ์ให้เขาในตอนท้าย
แต่หลังจากที่เหยียนไห่หลงมาหาและบอกว่าจะพาไปสมาคมดาราบู๊ เขาก็เพิ่งเข้าใจว่า ต่อให้ไม่มีไพ่ตายใบนั้น เขาก็น่าจะรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้อยู่ดี
"ที่จริงทางสมาคมดาราบู๊เขาจับตามองนายมาได้พักใหญ่แล้วล่ะ พอฉันติดต่อไปคุยเรื่องนาย ทางนั้นก็เลยตกลงยอมออกหน้าคุ้มครองนายให้อย่างง่ายดาย"
เหยียนไห่หลงอธิบายให้หลี่สิงฟังระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ
หลี่สิงสงสัย "แล้วทางสมาคมไม่กลัวว่าผมจะมีความสัมพันธ์อะไรกับหลิวน่าจริงๆ เหรอครับ"
"ต้องกลัวอยู่แล้วสิ"
เหยียนไห่หลงยิ้มพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง "แต่ฉันเอาชื่อเสียงของฉันเป็นประกันเลยไง ว่านายไม่มีทางไปพัวพันกับเรื่องเสื่อมเสียพวกนั้นแน่นอน ทางนั้นถึงได้ยอมเชื่อใจ"
หลี่สิงรู้สึกอบอุ่นในใจ เขาหันไปกล่าวขอบคุณเหยียนไห่หลงอย่างซาบซึ้ง
การเอาชื่อเสียงมาค้ำประกันแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยงมากทีเดียว
ในตอนนั้น 'ทีมงานนิรนาม' ยังไม่ออกมาแฉความจริง เหยียนไห่หลงเพียงแค่ฟังคำพูดจากปากของเขาฝ่ายเดียว แต่กลับเลือกที่จะเชื่อใจเขาอย่างเต็มที่ ความเชื่อใจนี้ทำให้หลี่สิงรู้สึกประทับใจมาก
"แต่เหตุผลหลักก็มาจากตัวนายเองนั่นแหละ วิชายุทธ์ที่นายคิดค้นขึ้นมาไปเข้าตาพวกผู้ใหญ่ในสมาคมเข้าพอดี ที่ฉันพานายไปวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ เดี๋ยวพอเจอพวกท่านนายก็ไม่ต้องเกร็งนะ มีอะไรก็ตอบไปตามตรง"
เหยียนไห่หลงกล่าว
หลี่สิงเบิกตากว้าง "วิชายุทธ์ของผมไปเข้าตาผู้ใหญ่เหรอครับ ที่เราไปวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ"
เหยียนไห่หลงยิ้มขำ "แล้วนายคิดว่าเราไปทำอะไรล่ะ"
หลี่สิงตอบซื่อๆ "ผมก็นึกว่ารุ่นพี่จะพาผมไปสมัครเข้าสมาคมซะอีก"
เหยียนไห่หลงหัวเราะร่วน "ฝันไปเถอะ ระดับเทียนหวังอย่างฉันเนี่ยนะจะต้องพานายไปเดินเรื่องเอกสารสมัครสมาชิกน่ะ"
หลี่สิงเริ่มประหม่านิดๆ "แล้วตกลงเราไปทำอะไรกันแน่ครับ"
เหยียนไห่หลงแกล้งตอบทีเล่นทีจริง
"พูดง่ายๆ ก็คือ มีบอสใหญ่กำลังจะเปิดตี้ลงดันเจี้ยน แล้วพวกเขาอยากให้นายไปเล่นเป็นสายซัพพอร์ตให้หน่อยน่ะสิ"
(จบแล้ว)