- หน้าแรก
- วิชายุทธ์ที่ฉันสร้างโด่งดังไปทั่วโลก
- บทที่ 26 - ความเย่อหยิ่งและอคติ
บทที่ 26 - ความเย่อหยิ่งและอคติ
บทที่ 26 - ความเย่อหยิ่งและอคติ
หลี่สิงต้องยอมรับว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขานั้น ไม่ว่าจะรอยยิ้มหรือแววตา ล้วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความที่เป็นผู้ใหญ่ สุขุม และรอบรู้
หากวัดกันที่หน้าตาและรูปร่าง แฟนสาวของเขาอย่างหนิงเสี่ยวหนิงอาจจะดูดีกว่าเล็กน้อย แต่กลิ่นอายความยั่วยวนของผู้ใหญ่แบบนี้นั้น เป็นสิ่งที่เด็กสาววัยรุ่นเทียบไม่ติดเลยจริงๆ
เหมือนลูกพีชที่สุกงอมได้ที่ แค่ใช้มือสัมผัสเบาๆ น้ำหวานก็พร้อมจะหยดออกมา
สัมผัสแปลกประหลาดที่แล่นผ่านต้นขาทำให้ร่างกายของหลี่สิงแข็งทื่อ หัวใจเริ่มเต้นรัว
เขานึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจังหวะจะมาเบอร์นี้ มันช่าง... เร้าใจเกินไปแล้ว!
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากพูดอะไร ความนุ่มนิ่มก้อนหนึ่งก็เบียดชิดเข้ามาที่แขน พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดใบหู
จั๊กจี้ชะมัด!
"ฉันชอบผู้ชายที่มีความมั่นใจ การแสดงของคุณเมื่อวานทำให้ใจฉันสั่นไปหมดเลย"
หลิวน่ากระซิบข้างหูหลี่สิง กลิ่นหอมจากตัวเธอโชยมาแตะจมูก
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาร้อง 'บทกวีวีรชน' กลางสมรภูมิ หรือตอนที่ประกาศลั่นว่าจะสร้างวิชายุทธ์จากบทกวีทุกวรรค ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวอย่างรุนแรง
หลี่สิงหันไปสบตาเธอ
แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนา
เขาขยับตัวหนีไปด้านข้างเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงร่างกายอันแสนยั่วยวนนั้น
"ผู้กำกับหลิว ผมมีแฟนแล้วครับ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวน่ายังคงเดิม ดูเหมือนเธอจะไม่แปลกใจเลยสักนิด
"ฉันรู้ว่าคุณมีแฟนสาวที่สวยมาก แถมฉันยังรู้อีกว่าที่บ้านเธอทำธุรกิจ มีทรัพย์สินเป็นร้อยล้าน"
หลี่สิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลิวน่าหัวเราะเบาๆ "อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้จ้างคนไปสืบเรื่องเธอหรอก แค่ก่อนหน้านี้เธอใช้เส้นสายทางบ้านมาขอข้อมูลผู้เข้าแข่งขันล่วงหน้าจากทางรายการ ในฐานะผู้กำกับใหญ่ ฉันจะรู้เรื่องพวกนี้ก็ไม่แปลกใช่ไหมล่ะ"
หลี่สิงทำสีหน้าไม่ถูก ในใจคิดว่า 'นั่นมันเส้นสายของร่างเดิม เกี่ยวอะไรกับหลี่สิงคนนี้กันล่ะ?'
"การมีแฟนสาวแบบนั้นเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาจริงๆ นั่นแหละ แต่คุณก็น่าจะเข้าใจนะว่า ถึงบ้านเธอจะพอมีเงินอยู่บ้าง แต่อย่างมากก็ช่วยคุณขอข้อมูลนิดๆ หน่อยๆ ได้แค่นั้น เรื่องอื่นคงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะคนละวงการกัน ถ้าคุณอยากจะเดินในเส้นทางสายนี้ให้เร็วขึ้น มั่นคงขึ้น และไปได้ไกลกว่าเดิม พึ่งพาฉันดีกว่าพึ่งพาเธอเยอะ!"
หลิวน่าพูดด้วยความมั่นใจ
"แล้วผมพึ่งพาตัวเองไม่ได้เหรอครับ"
หลี่สิงถามกลับด้วยสีหน้าแปลกๆ
หลิวน่าพยักหน้า "คุณทำได้ แต่ฉันบอกไปแล้วไงว่า ถ้าคุณพึ่งพาแค่ตัวเอง เส้นทางมันจะไม่ราบรื่นขนาดนั้น ที่ฉันบอกว่าช่วยย่นระยะเวลาการต่อสู้ของคุณไปได้ห้าปี คุณอาจจะคิดว่าตัวเองยังหนุ่ม ห้าปีคงไม่เท่าไหร่ แต่ฉันจะบอกให้นะ วงการนี้ไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะ โอกาสไม่เคยรอใคร แค่รอไปอีกวันเดียวตัวแปรก็เพิ่มขึ้นตั้งเท่าไหร่แล้ว นับประสาอะไรกับห้าปี? ถ้าได้รับความช่วยเหลือจากฉัน โอกาสที่คุณจะก้าวไปถึงระดับ 【ราชัน】 ในอนาคต จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์!"
เธอไม่ได้โกรธที่หลี่สิงไม่รับไมตรี แต่กลับอธิบายให้ฟังอย่างใจเย็น
คนหนุ่มก็แบบนี้แหละ มีแฟนสาวสวยรวยทรัพย์ แถมตัวเองก็มีพรสวรรค์ ย่อมต้องมีความดื้อรั้นเป็นธรรมดา แต่หลิวน่ามั่นใจว่าเธอสามารถใช้ความสามารถและเสน่ห์ของเธอโน้มน้าวหลี่สิงได้!
การเดินเกมครั้งนี้ เธอไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว ไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ
หลายปีมานี้มีหนุ่มหล่อหน้าใสมากมายอยากจะปีนขึ้นเตียงเธอ แต่เธอไม่เคยปล่อยให้ใครสมหวัง ไม่ใช่ว่าเธอตายด้าน แต่เพราะเธอเลือกกินต่างหาก
พวกที่หวังแค่ร่างกายหรือแค่อยากเกาะเธอเพื่อไต่เต้า เธอไม่เคยชายตามอง มีแค่หลี่สิงที่ดึงดูดเธอได้รอบด้านและยังสามารถเกื้อหนุนหน้าที่การงานของเธอได้เท่านั้น เธอถึงจะยอมหวั่นไหว
"วางใจเถอะ ฉันไม่ได้คิดจะเปิดตัวคบหากับคุณหรือแต่งงานด้วย ยิ่งไม่ใช่การเลี้ยงต้อย คุณคิดซะว่าฉันเป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งก็พอ วันไหนที่เรารู้สึกว่าควรแยกย้าย ก็จากกันด้วยดี แต่แน่นอนว่า... ในระหว่างนี้ คุณต้องเป็นของฉันคนเดียว"
พูดถึงตรงนี้ ในดวงตาของหลิวน่าราวกับมีเปลวไฟลุกโชน เธอบิดกายอวบอิ่มขยับเข้าไปใกล้หลี่สิงอีกครั้ง
"ฉันให้เวลาคุณเก็บไปคิดได้นะ และให้เวลาคุณไปจัดการความสัมพันธ์กับแฟนสาวของคุณด้วย"
ตอนนั้นเอง หลี่สิงสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ
"ไม่ต้องคิดหรอกครับ ผมปฏิเสธ"
หลิวน่าหน้าตึงไปทันที เธอมองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
"ทำไม? คุณไม่เชื่อว่าฉันช่วยคุณได้?"
หลี่สิง: "เปล่าครับ ผมเชื่อว่าผู้กำกับหลิวมีศักยภาพพอ"
หลิวน่า: "ฉันไม่สวย?"
หลี่สิง: "...คุณมีเสน่ห์มากครับ"
หลิวน่าแค่นเสียงหัวเราะ "งั้นทำไมล่ะ รังเกียจที่ฉันอายุเยอะกว่า?"
หลี่สิงยิ้มส่ายหน้า "พูดตามตรง ผมเชื่อว่าต่อให้ผ่านไปอีกห้าปี คุณก็ยังดึงดูดผู้ชายวัยเดียวกับผมได้อยู่ดี"
"แล้วทำไมล่ะ?"
สีหน้าของหลิวน่าเริ่มเย็นชาลง
และแล้ว ภายใต้สายตาตกตะลึงของเธอ จู่ๆ หลี่สิงก็ยื่นมือออกไปเชยคางเธอขึ้นมา
"เพราะว่าผมไม่ต้องพึ่งพาใครหน้าไหน ก็สามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดของวงการนี้ได้!"
สีหน้าของหลิวน่าเปลี่ยนจากตกตะลึงเป็นโกรธจัด เธอปัดมือหลี่สิงออก แล้วพูดเสียงเย็นเยียบ
"หึ ฉันชื่นชมความมั่นใจของคุณนะ แต่ถ้ามั่นใจเกินไปมันจะกลายเป็นความเย่อหยิ่ง คุณลืมไปแล้วเหรอว่าใครเป็นคนช่วยคุณอนุมัติส่วนแบ่งรายได้ของ 'เทพท่องร้อยพลิกแพลง' ล่วงหน้า? ถ้าไม่มีป้ายยุทธ์สองหมื่นแผ่นนั้น รอบนี้คุณจะได้ที่หนึ่งเหรอ?"
หลี่สิงพยักหน้า "เรื่องนี้ผมยอมรับว่าติดค้างน้ำใจคุณจริงๆ แต่ต่อให้ตอนนั้นไม่มีคุณช่วย ผมก็ยังประสบความสำเร็จได้อยู่ดี เพราะป้ายยุทธ์สองหมื่นแผ่นนั้นยังไงมันก็ต้องเป็นของผมวันยังค่ำ!"
หลิวน่าหน้ามืดทะมึน "พูดแบบนี้ แสดงว่าตัดสินใจเด็ดขาดแล้วใช่ไหม?"
หลี่สิง: "ไม่เห็นต้องคิดเลยครับ"
หลิวน่ามองเขา แล้วเน้นเสียงหนักๆ ว่า "งั้นคุณจำใส่กะลาหัวไว้ให้ดี ความเย่อหยิ่งของคุณนอกจากจะทำให้พลาดโอกาสทองแล้ว ยังเป็นการล่วงเกินฉันที่เป็นผู้กำกับใหญ่อีกด้วย!"
"ล่อลวงไม่สำเร็จ เลยเปลี่ยนมาข่มขู่แล้วเหรอครับ?"
หลี่สิงแกล้งทำหน้าตกใจ
หลิวน่าไม่ยอมถอย "แล้วจะทำไม?"
หลี่สิงหัวเราะหึๆ "ผู้กำกับหลิว จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกขอบคุณที่คุณเคยช่วยเหลือและดูแลผม น้ำใจครั้งนั้นผมจดจำไว้เสมอ แต่ถ้าคุณเห็นว่าน้ำใจของผมมันไม่มีค่า คุณจะทำลายมันทิ้งก็ได้ครับ"
หลิวน่าโกรธจนหลุดขำ "ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไอ้ความมั่นใจของคุณนี่มันมาจากไหน?"
หลี่สิงชี้ไปที่สมองของตัวเอง แล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า
"มาจากตรงนี้ครับ"
หลิวน่าจ้องเขาเขม็ง จ้องอยู่นานร่วมสิบวินาที จากนั้นก็ชี้ไปที่ประตูห้องทำงาน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"เชิญคุณไสหัวออกไปได้!"
หลี่สิงไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังเดินออกจากห้องทันที
รอจนเขาออกไปแล้ว หลิวน่าที่โกรธจนตัวสั่นถึงได้ถอนหายใจยาว หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
พอลุกขึ้นยืน ผู้ช่วยก็โทรเข้ามาพอดี
"พี่น่าคะ ทางแพลตฟอร์มวิญญาณยุทธ์สรุปยอดมาแล้ว ฝ่ายบัญชีถามว่าจะให้โอนส่วนแบ่งให้หลี่สิงเลยไหมคะ?"
"ยังไม่ต้องให้ ดองไว้ก่อน!"
หลิวน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
แพลตฟอร์มวิญญาณยุทธ์จะสรุปยอดรายได้เดือนละครั้ง วันนี้เป็นวันสิ้นเดือนพอดี
เนื่องจากหลี่สิงเซ็นสัญญากับทางรายการ รายได้จาก 'เทพท่องร้อยพลิกแพลง' และ 'สิบก้าวสังหารหนึ่ง' ในเดือนนี้จึงถูกโอนมาที่รายการก่อน แล้วค่อยให้รายการแบ่งจ่ายให้หลี่สิงตามสัญญา
"รับทราบค่ะ"
แม้ผู้ช่วยจะสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามมาก รีบวางสายไปดำเนินการทันที
แต่ผ่านไปไม่กี่นาที เธอก็ได้รับสายจากหลิวน่าอีกครั้ง
"บอกฝ่ายบัญชี ต้องแบ่งให้หลี่สิงเท่าไหร่ก็จ่ายไปเท่านั้น เคลียร์ยอดให้หมดภายในวันนี้เลย"
(จบแล้ว)