เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37: สวดมนต์และสวดมนต์ สวดมนต์หนักๆ ดังๆ!

บทที่ 37: สวดมนต์และสวดมนต์ สวดมนต์หนักๆ ดังๆ!

บทที่ 37: สวดมนต์และสวดมนต์ สวดมนต์หนักๆ ดังๆ!


บทที่ 37: สวดมนต์และสวดมนต์ สวดมนต์หนักๆ ดังๆ!

ในขณะนี้ หวงชิซานก็กำลังไหว้พระอยู่ในศาลาวัดที่บ้านขณะที่(พระ)ฮุ่ยฉีได้ทำการตัดคอยามเฝ้าประตูของตระกูลหวง

ตระกูลหวงศรัทธาในพระพุทธศาสนามาหลายชั่วอายุคนแล้ว ดังนั้นในคฤหาสน์ขนาด 200 หมู่นี้จึงมีศาลาวัดและโถงสำหรับกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปต่างๆ มากถึง 7 ห้อง

และมันก็ยังเป็นที่อยู่ของอาจารย์เซนมากกว่า 20 คน

ทุกครั้งที่ผู้เฒ่าหวงหรือลูกหลานของเขาได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายลงไป เช่นการฆ่าหรือทรมานคน พวกเขาก็จะมาที่ศาลาวัดเป็นการส่วนตัวเพื่อกลับตัวกลับใจและให้อาจารย์เซนท่องพระคัมภีร์เพื่อชดใช้บาปของตนให้

เช่นเดียวกัน เช้าตรู่วันนี้ผู้เฒ่าหวงได้มาที่ศาลาวัดในบ้านเช่นกัน

เขามีเหตุผลสองประการที่ทำให้ต้องมาที่นี่

ประการแรก หากผู้ว่าการหนุ่มรู้ว่าอะไรดีสำหรับตัวเขาเองและยอมมาก้มหัวแสดงความเคารพเขา เขาก็จะอยู่ในศาลาวัดตลอดทั้งเช้าเพื่อเสริมสิริมงคล

ในทางกลับกัน ถ้าผู้ว่าการหนุ่มไม่ยอมมาก้มหัวแสดงความเคารพเขา เขาก็จะถือว่าเขาได้มาทำการสำนึกผิดเอาไว้ล่วงหน้า และหลังจากที่เขาสำนึกผิดเสร็จแล้ว เขาก็จะส่งคนไปฆ่าผู้ว่าการหนุ่มนั่นในทันที

ในขณะนี้ เสียงสวดมนต์ก็ดังก้องออกมาจากศาลา และควันจากธูปไม้จันทน์ก็ลอยตัวขึ้นสูง

ผู้เฒ่าหวงดูเปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาในขณะที่เขาคุกเข่าอยู่บนเสื่อเพื่อสวดมนต์ เขาพนมมือเข้าหากันและหลับตาลงในขณะที่เขาสวดมหาเมตตาใหญ่

อย่างไรก็ดี จู่ๆ ในขณะนี้เสียงของความโกลาหลก็ได้ดังเข้ามาจากข้างนอก

“นายท่าน! นายท่าน!” หวงไฉ่รีบวิ่งเจ้ามาหาเขาขณะที่หอบหายใจอย่างหนัก “นายท่าน ยะ ยะ แย่แล้ว…”

“ออกไป!” หวงชิซานลืมตาขึ้นและตะคอกใส่อีกฝ่าย “ไอ้ทาสชาติหมา เจ้ากล้าดียังไงมารบกวนการไหว้พระของข้า เจ้าเบื่อจะมีชีวิตแล้วใช่ไหม!”

หวงไฉ่กลัวมากจนขาของเขาอ่อนแรงและเขาก็คุกเข่าลงกับพื้น เขาก้มคำนับครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับกล่าวว่า “นายท่าน ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ได้ต้องการจะเข้ามารบกวนท่านเลย แต่มันเป็นเพราะผู้ว่าการคนนั้น เขาได้ส่งคนมาฆ่าเราแล้วจริงๆ!”

“อะไรนะ?!” หวงชิซานยืนขึ้นในทันที เขาจ้องมองไปที่หวงไฉ่อย่างเหลือเชื่อ จากนั้นเขาก็ถามอีกฝ่ายว่า “เจ้าพูดอะไรนะ? ผู้ว่าการคนนั้นกล้าที่จะส่งคนมาฆ่าข้าเลยหรอ?”

“ถูกต้องแล้วนายท่าน!” หวงไฉ่พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพูดอย่างเป็นกังวลว่า “พวกมันได้บุกมาที่ประตูหลักของเราเมื่อเช้านี้และบอกว่าพวกมันต้องการจะตรวจสอบภาษี หวงชูลูกชายข้าได้ก้าวออกไปเพื่อหยุดพวกเขา แต่กระนั้น… เขาก็ถูกตัดหัวไปแล้วนายท่าน!”

“จะเป็นไปได้ยังไง? เจ้านั่นมันบ้าไปแล้วหรอ?” หวงชิซานแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ใหญ่สุดแล้วในมณฑลจูเหอ มันไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งเขาทั้งสิ้น

และแม้แต่ผู้ว่าการมณฑลคนก่อน หยานเฉิงที่เป็นจอมยุทธ์เองก็ยังไม่คิดจะมาลองดีกับเขา

ถึงกระนั้น ผู้ว่าการมณฑลที่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงวันเดียวก็กลับกล้าส่งคนมาตรวจสอบภาษีของเขาและถึงกับฆ่าคนรับใช้ของเขา!

ช่างกล้าหาญ!

ในขณะนี้ เสียงกรีดร้องก็ได้ดังขึ้นมาจากในระยะไกล

“เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?! ไปหยุดพวกมันเร็ว! นี่คือตระกูลหวงนะ พวกเรา… อ้ากกก!”

“ฉิบหายแล้ว! พวกเราฉิบหายแล้ว! วิ่งหนี! พวกเราต้อง… อ้ากก!”

“บ้า! พวกมันเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว! ใครก็ได้ชะ… อ๊ะ!!”

เสียงตะโกนยังคงดำเนินต่อไป แต่พวกเขาเกือบทั้งหมดก็ไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้

เสียงกรีดร้องจะดังขึ้นตามหลังเสียงตะโกนที่รุนแรงเสมอ!

“จะไม่มีใครหยุดการปฎิบัติหน้าที่ของเราได้! พวกที่ขวางทางข้าจะต้องตายทั้งหมด!”

นี่คือเสียงของ(พระ)ฮุ่ยฉี เขาใช้พลังปราณของเขาเพื่อขยายเสียงตะโกนของตนให้ดังก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์

เมื่อหวงชิซานได้ยินเสียงตะโกนนี้ เขาก็ตัวสั่นด้วยความโกรธและใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอย่างรวดเร็ว

“กบฏ! พวกเขาเป็นกบฏต่อสวรรค์!” ทันใดนั้นเขาก็หยิบกระถางธูปใบเล็กข้างๆ ตัวขึ้นมาและทุบอาจารย์เซนคนหนึ่งจนถึงตาย จากนั้นเขาก็คำรามก้อง “ไปเรียกทหารทั้ง 500 นายมา ได้เวลาฆ่าพวกมันแล้ว!”

“รับทราบแล้วนายท่าน!” หวงไฉ่พยักหน้าอย่างรวดเร็วและลุกขึ้นยืนเพื่อจากไป

“เดี๋ยวก่อน!” หวงชิซานชำเลืองมองไปยังทิศทางของเสียงกรีดร้อง จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป “ไปด้วยกัน!”

หลังจากนั้นเขาก็ออกจากศาลาวัดไปพร้อมกับหวงไฉ่

ณ จุดนี้ (พระ)ฮุ่ยฉีก็กำลังฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อแต่งกายเป็นนายอำเภอ เขาก็ได้สวมบทเป็นยมทูตด้วยเช่นกัน ตราบใดที่ใครก็ตามจากตระกูลหวงกล้าที่จะขวางทางเขา เขาก็จะฆ่าพวกเขาทั้งหมดลง!

หลังจากที่ผู้คนมากกว่าสิบคนถูกฆ่าตายลงอย่างต่อเนื่อง พื้นดินก็ได้นองกลายเป็นแอ่งเลือดไปแล้ว!

ศพไร้หัวนอนกองอยู่ทั่วทุกที่ที่พวกเขาเดินผ่านไป

ในขณะเดียวกัน ลู่เจิงหมิงและจ้าวกวงก็เดินตามหลังมาติดๆ พวกเขามองไปที่ฮุ่ยฉีซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด

นี่คือศิษย์อารามดอกปทุมหรอ?!

อารามดอกปทุมเป็นสำนักชั้นนำของโลก และมันก็ยังเป็นหนึ่งในหกวัดของสำนักพุทธบนโลกอีกด้วย และนอกจากนี้ (พระ)ฮุ่ยฉีก็ยังเป็นศิษย์ส่วนตัวของเจ้าอาวาส

นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!

อย่างไรก็ตาม หลังจากสังหารผู้คนไปมากขนาดนี้ ไม่ว่าตระกูลหวงจะหยิ่งผยองเพียงใด แต่ตราบใดที่พวกเขาไม่ใช่คนโง่ มันก็คงจะไม่มีใครกล้าออกมาขวางทางพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

จ้าวกวงเป็นคนสั่งการเจ้าหน้าที่แต่ละคน ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หลายสิบคนก็รีบเข้าไปในห้องต่างๆ ทันทีและพลิกดูหนังสือกับโต๊ะตู้เตียงต่างๆ

พวกเขามาตรวจภาษีจริงๆ

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่เพียงแค่ตรวจสอบภาษีเท่านั้น แต่พวกเขายังตรวจดูสินทรัพย์ของอีกฝ่ายอีกด้วย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ซุยเฮ็งสั่งให้พวกเขาทำ

ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากทำลายตระกูลหวงลงเสร็จแล้ว พวกเขาก็ยังต้องแจกจ่ายที่ดินของตระกูลหวงให้กับคนทั่วไป

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทรัพย์สินของอีกฝ่าย

ครู่ต่อมา เจ้าหน้าที่ของทางการก็พบสมุดบัญชีหลายเล่มและนำพวกมันทั้งหมดออกมา

“ท่านรองลู่ ท่านนายทะเบียนจ้าว ข้าขอฝากสิ่งเหล่านี้ไว้กับท่านด้วย” ฮุ่ยฉีชี้ไปที่กองสมุดบัญชีและยิ้ม “หน้าที่ของข้ามีเพียงแค่การรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น”

ลู่เจิงหมิงและจ้าวกวงพูดไม่ออก

ดูศพไร้หัวทั้งหมดบนพื้นนั่นสิ

นี่หรอที่เรียกว่าการรักษาความสงบเรียบร้อย?

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นการเคลื่อนไหวที่จำเป็นในการกวาดล้างตระกูลหวง ยิ่งไปกว่านั้น การฆ่าคนชั่วก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นซะมากกว่า และนอกจากนี้ มันก็ยังเป็นผลดีต่อท่านผู้ว่าการในการสั่งสมบุญ

มันไม่ได้มากเกินไปเลยที่จะฆ่าสมาชิกตระกูลหวงเพิ่มอีกสักร้อยสองร้อยคน

ลู่เจิงหมิงและจ้าวกวงหยิบสมุดบัญชีออกมาและพลิกดูเล็กน้อย พวกเขาอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง

ห้ะ! ห้ะ!

“บ้าไปแล้ว! ข้าก็พอรู้อยู่หรอกว่าตระกูลหวงนั้นจะต้องทำการเลี่ยงภาษีอย่างลับๆ แน่ๆ อย่างไรก็ตาม ข้าก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาจะไม่ได้เสียภาษีเลยสักตำลึงเดียว!” จ้าวกวงมองไปที่สมุดบัญชีอย่างประหลาดใจ

“จุ๊จุ๊ ไม่แปลกใจเลยที่ผู้ว่าการมณฑลคนก่อนจะเก็บภาษีล่วงหน้าร้อยปี” ลู่เจิงหมิงเม้มริมฝีปากและเย้ยหยัน “ช่างน่าประทับใจ เฒ่าหวงคนนี้ช่างน่าประทับใจจริงๆ!”

ประชาชนในมณฑลจูเหอได้ถูกเอารัดเอาเปรียบโดยตระกูลหวงและทางการอย่างสมบูรณ์

และด้วยวิธีนี้ หากพวกเขาไม่ได้เป็นทรราชหรือจอมยุทธ์ พวกเขาทั้งหมดก็จะต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในนรกแน่นอน!

มันเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดอย่างยิ่งสำหรับท่านผู้ว่าการมณฑลที่จะเลือกกวาดล้างตระกูลหวงก่อนเป็นอันดับแรก!

เมื่อตระกูลหวงถูกกำจัด เขาก็จะต้องได้รับผลบุญอย่างมหาศาลแน่นอน!

ปัง! ปัง! ปัง!

ในขณะนี้ ลู่เจิงหมิง, จ้าวกวง, (พระ)ฮุ่ยฉีและคนอื่นๆ ก็รู้สึกว่าพื้นดินกำลังสั่นสะเทือน และเมื่อพวกเขาตั้งใจฟัง พวกเขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นเสียงฝีเท้าหนัก!

คนรับใช้ของตระกูลหวงเริ่มยิ้มขึ้น บางคนถึงกับลุกขึ้นและตะโกนอย่างตื่นเต้น

“นายท่านมาพร้อมกับกำลังเสริมของเขาแล้ว ช่วยข้าด้วย นาย… อ้า!”

คนที่ยืนขึ้นและตะโกนถูก(พระ)ฮุ่ยฉีตัดหัวขาดในทันที

หลังจากเห็นฉากนี้ มันก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงอีก

ไม่นาน การสั่นสะเทือนทั้งหมดก็หยุดนิ่งลง

ผู้เฒ่าหวงเดินออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับชายร่างกำยำสามคน พวกเขาสูงมากกว่าแปดฟุตและทุกคนก็สวมเกราะเหล็กที่ดูทนทาน พวกเขาทุกคนล้วนถือกระบี่เหล็กเอาไว้ในมือและดูดุร้ายมาก

ในเวลาเดียวกัน ร่างที่แข็งแกร่งและทรงพลังก็ได้ปรากฏขึ้นบนกำแพงโดยรอบ มันมีชายร่างกำยำมากมายหลายร้อยคน!

และที่สำคัญที่สุด ชายร่างกำยำเหล่านี้ต่างก็ถือหน้าไม้เจาะเกราะเอาไว้ในมือ!

ตราบใดที่พวกเขาเหนี่ยวไก ลูกธนูหลายร้อยดอกก็จะถูกยิงออกมาในทันที

“โอ้พระเจ้า ไอ้แก่นี่มันจะบ้าไปไหนเนี่ย! มันมีหน้าไม้เจาะเกราะอยู่เป็นร้อยอันเลย!” ดวงตาของลู่เจิงหมิงเกือบจะถลนออกจากเบ้า

หน้าไม้เจาะเกราะนี้เป็นหน้าไม้ชนิดพิเศษ มันทรงพลังมากจนสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของจอมยุทธ์ชั้นหนึ่งได้ราวกับกระดาษ

แม้แต่ปรมาจารย์ขอบเขตเปลี่ยนปราณก็ยังไม่สามารถป้องกันมันได้

ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงถูกนับเป็นอาวุธสงครามที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดโดยราชสำนัก และหากเป็นช่วงยุคทองของราชวงศ์ ทั้งตระกูลหวงก็คงจะถูกจับไปประหารชีวิตแล้วหากพบหน้าไม้เจาะเกราะแม้แต่เพียงอันเดียว

“นี่คืออาวุธจากกองทัพของราชาหยาน และมันก็คือสิ่งที่หยานเฉิงได้มอบให้กับเขา!” ฮุ่ยฉีจำที่มาของหน้าไม้เจาะเกราะเหล่านี้ได้ จากนั้นเขาก็มองไปที่ลู่เจิงหมิง “เราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี?”

“นั่นสินะ นี่มันน่าปวดหัวจริงๆ” ลู่เจิงหมิงเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จ้าวกวงก็กลับดูสงบมาก

“ข้าก็นึกว่าเจ้าผู้ว่าการหน้าตุ๊ดนั่นจะกล้ามาหาเรื่องข้าหวงชิซานเป็นการส่วนตัว!” คางของผู้เฒ่าหวงเชิดขึ้นเล็กน้อยในขณะที่เขากล่าวอย่างเหยียดหยาม “แต่ที่แท้มันก็เป็นแค่พวกจอมยุทธ์กระจอกๆ สองคน!”

“หึ! วันนี้ข้าอยากจะดูเหลือเกินว่าพวกเจ้าจะสามารถทนรับหน้าไม้เจาะเกราะเหล่านี้ได้ไหม! เด็กๆ! ยิงได้!”

เขาไม่เสียเวลาเลยและสั่งให้ยิงลู่เจิงหมิง จ้าวกวงและคนอื่นๆ ในทันที

แต่ในขณะนั้นเอง!

บู้มมมม!

ก่อนที่ลูกศรจะถูกยิงออกมาจากหน้าไม้ กำแพงที่เหล่าชายร่างกำยำกำลังยืนอยู่ก็ได้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

ในขณะนี้ กำแพงสูงก็ได้ถล่มลงมาจนไม่เหลือชิ้นดี

ฝุ่นผงและเม็ดทรายลอยคลุ้งเต็มไปหมดในอากาศ มันทำให้เกิดหมอกควันเป็นระลอก นอกจากนี้ หน้าไม้หลายร้อยอันก็ยังได้ถูกทำลายลงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เกิดอะไรขึ้น? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!” หวงชิซานตะโกนอย่างตื่นตระหนก เขาไม่ได้หยิ่งเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไป

“ฮ่าฮ่า จ้าวซานเอ๋อ เจ้านี่มันร้ายจริงๆ!” ลู่เจิงหมิงหัวเราะ เขาสามารถบอกได้ทันทีว่าจ้าวกวงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของทางการเอาระเบิดไปติดตั้งเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

“ตอนนี้แหละ!” ในขณะเดียวกัน ฮุ่ยฉีก็ตะโกนก้องพร้อมกับยกกระบี่ในมือของเขาขึ้น “ฆ่ามัน!!!”

จบบทที่ บทที่ 37: สวดมนต์และสวดมนต์ สวดมนต์หนักๆ ดังๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว