เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35: นี่คือมณฑลจูเหอของเฒ่าหวง

บทที่ 35: นี่คือมณฑลจูเหอของเฒ่าหวง

บทที่ 35: นี่คือมณฑลจูเหอของเฒ่าหวง  


บทที่ 35: นี่คือมณฑลจูเหอของเฒ่าหวง

“เฮ้ เจ้าจะแสดงท่าทางตื่นเต้นเกินไปแล้ว” เมื่อลู่เจิงหมิงเห็นว่าจ้าวกวงคุกเข่าลงกับพื้น เขาก็หัวเราะออกมาในทันที “ยืนขึ้นได้แล้ว ท่านผู้ว่าการไม่ต้องการให้ใครคุกเข่า”

คำว่าปรมาจารย์เซียนกับผู้ว่าการมณฑลนั้นออกเสียงคล้ายคลึงกัน และมันก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมากมายที่นี่ ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้

“อ๋อ! ครับ! ครับ!” จ้าวกวงรีบลุกขึ้นยืน

เขาเดาว่าซุยเฮ็งคงจะไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของเขาในฐานะเซียน ดังนั้นเขาจึงปรับอารมณ์และทำการต้อนรับซุยเฮ็งตามแผนเดิมของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม การปรากฎตัวของซุยเฮ็งก็ยังคงทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างสุดจะพรรณนา

นี่คือเซียนที่สามารถชุบชีวิตคนตายขึ้นมาได้ ถึงอย่างนั้น เขาก็กลับมาปรากฎตัวขึ้นที่มณฑลเล็กๆ แห่งนี้เพื่อเป็นผู้ว่าการของมณฑล

เป็นไปได้ไหมว่ามันจะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นที่นี่ หรือว่ามันจะมีสมบัติที่สามารถทำลายล้างโลกได้ซ่อนอยู่ที่นี่?

เขาเดินทางไปทั่วโลกเมื่อหลายปีก่อนและมักจะได้ยินเรื่องราวต่างๆ มากมายและได้อ่านหนังสือหลายเล่ม ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงรู้ว่าเซียนจะไม่ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อเที่ยวเล่นอย่างแน่นอน

หากเซียนลงมา สิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!

“ถ้าข้าสามารถช่วยท่านเซียนได้ ข้าเองจะสามารถกลายเป็นเซียนกับเขาได้บ้างไหมนะ?” จ้าวกวงรู้สึกตื่นเต้นในทันที เขามุ่งมั่นที่จะทำงานให้กับซุยเฮ็งอย่างสุดใจในอนาคต บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสครั้งที่สองที่เขาจะได้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเขาเอง

ในขณะนี้ ซุยเฮ็งก็ได้เดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว

เขาสังเกตเห็นจ้าวกวงตั้งแต่แรกที่เข้ามาในเมือง เขาไม่ได้คาดคิดว่าโจรปล้นสุสานคนนี้จะเป็น “ผู้สนับสนุนหลัก” ที่ลู่เจิงหมิงเคยบอกเขาก่อนหน้านี้ นี่อาจถือได้ว่าเป็นพรหมลิขิตก็ได้

จากนั้นซุยเฮ็งก็โบกมือเบาๆ เพื่อเป็นการตอบกลับทุกคน

หลังจากที่ฝูงชนได้เห็นรูปลักษณ์ที่เยาว์วัยของผู้ว่าการมณฑลคนใหม่ มันก็ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในฝูงชนทันที

“ผู้ว่าการมณฑลคนใหม่อายุยังน้อยจริงๆ เขาน่าจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ เท่านั้นเอง!”

“เขาอาจจะอายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ เขายังดูเด็กมาก ข้ากลัวเหลือเกินว่าเขาจะตกเป็นเป้าหมายและถูกครอบงำเอาได้!”

“มีคนบอกว่าราชาหยานที่ก่อการกบฏกำลังจะโจมตีเรา แบบนั้นแล้วผู้ว่าการมณฑลคนใหม่นี้ก็น่าจะมาดำรงตำแหน่งเพื่อเป็นแพะรับบาปเท่านั้น!”

“ตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลเปลี่ยนไปเหมือนกับน้ำไหล แต่ที่นั่งของผู้เฒ่าหวงนั้นก็ถูกหุ้มเอาไว้ด้วยเหล็ก เขาอาจจะยังเด็ก แต่เขาก็จะยังต้องตกอยู่ในฝ่ามือของเฒ่าหวงอยู่ดีในท้ายที่สุด”

ผู้คนในเมืองหลายคนเริ่มกระซิบกัน

พวกเขาได้รับค่าจ้างมาเพื่อทำการต้อนรับผู้ว่าการมณฑลคนใหม่ เพราะงั้นแล้ว นี่จึงไม่ได้หมายความว่าพวกเขามาทำการต้อนรับเขาด้วยใจจริง

ผู้ว่าการมณฑลมักจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้หัวใจ ผู้ว่าการคนก่อนๆ ล้วนแต่เป็นไอ้เลวจอมตะกละที่คิดระดมสมองและยอมทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะดูดเอาเงินออกมาจากกระเป๋าของประชาชน และบางคนก็ไปไกลถึงขั้นเก็บภาษีล่วงหน้า 100 ปี!

นอกจากนี้พวกเขายังสมรู้ร่วมคิดกับผู้เฒ่าหวงผู้มั่งคั่งของมณฑลเพื่อยึดที่ดินของผู้คนจำนวนมากไปและบังคับให้พวกเขาต้องกลายเป็นผู้เช่า

สำหรับหลายๆ คน การเปลี่ยนผู้ว่าการมณฑลใหม่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนหน้าทรราชคนใหม่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการมณฑลคนนี้ก็ดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย

มันแปลกมากที่เขาเริ่มจากการใช้เงินจำนวนมากเพื่อเชิญพวกเขามาต้อนรับเขา

ในขณะที่ซุยเฮ็งกำลังขี่ม้าข้ามผ่านประตู สายตาของเขาก็กวาดไปยังเหล่าผู้คนในเมือง เขาเห็นทั้งแสงสีเทา สีเขียว และสีดำบนตัวพวกเขา

พวกมันคือความเศร้า ความกลัว และความรังเกียจ

มันไม่มีแม้แต่ความสุขหรือความโลภเลย

“ดูเหมือนว่าผู้ว่าการมณฑลคนก่อนๆ จะทำวีรกรรมเอาไว้เยอะเลยสินะ” ซุยเฮ็งอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ มันมีผู้ว่าการที่ดีไม่มากนักในสังคมศักดินาโบราณนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราชวงศ์ต้าจินได้ถูกเพลิงแห่งสงครามกลืนกิน กองทัพกบฏลุกฮือขึ้นทีละแห่ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่กับความสงบสุขมานานจนเบื่อแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะในกรณีใด หลังจากพิธีต้อนรับนี้จบลง ผู้คนของมณฑลจูเหอก็จะได้ทราบกันโดยทั่วไปว่าผู้ว่าการมณฑลคนใหม่ได้มาถึงแล้ว และนั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด

มันยังไม่มีใครรู้ว่าผู้ว่าการคนนี้จะสามารถสร้างความแตกต่างได้!

ในสำนักงานเทศมณฑล ซุยเฮ็งเข้าควบคุมหน้าที่การงานทั้งหมดของที่นี่อย่างเป็นทางการ

เนื่องจากเกิดสงครามขึ้นทุกหนทุกแห่ง คำสั่งของราชสำนักต้าจินจึงเข้าถึงได้เฉพาะแค่ในมณฑลตอนกลางเท่านั้น ขณะที่มณฑลอื่นๆ เกือบจะทั้งหมดล้วนทำการปกครองตนเองเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงไม่จำเป็นต้องได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิและสามารถเข้ารับตำแหน่งได้เลยโดยตรง

ลู่เจิงหมิงกลายเป็นรองผู้ว่าการมณฑล และจ้าวกวงก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนอย่างเป็นทางการ

หลังจากที่ฮุ่ยฉีเขียนเคล็ดวิชายุทธ์ของเขาเสร็จแล้ว เขาก็ยังคงทำหน้าที่เป็นองค์รักษ์ของผู้ว่าการต่อไป

นี่เป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการจัดสรรงานต่างๆ

“หากข้าต้องการจะได้รับความไว้วางใจและความจงรักภักดีจากชาวเมืองให้ได้โดยเร็วที่สุด ข้าควรจะทำอย่างไร?” ซุยเฮ็งถามลู่เจิงหมิงและจ้าวกวง

ในฐานะผู้มาใหม่ หากเขาสามารถทำบางสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ในมณฑลได้ เขาก็อาจจะได้รับความรักมากขึ้นจากเดิม

ลู่เจิงหมิงและจ้าวกวงมองหน้ากัน

ทั้งคู่เห็นความสงสัยในดวงตาของกันและกัน

ผู้ว่าการมณฑลคนนี้ต้องการจะทำดีกับคนของเขาจริงๆ หรอ?

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการมีจิตใจสูงส่งและมีเมตตาใช่ไหม?

แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมซุยเฮ็งถึงอยากทำอย่างนั้น แต่พวกเขาก็ยังตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

“ท่านผู้ว่าการ มณฑลจูเหอนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำหง มันเป็นทางน้ำหลักของเฟิงโจว ด้วยทรัพยากรเชิงกลยุทธ์นี้ ผู้คนจึงไม่ควรจะอดอยาก แต่ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริง ครอบครัวส่วนใหญ่ก็กลับไม่สามารถกินอิ่มได้ทุกมื้อด้วยซ้ำ” จ้าวกวงกล่าวเป็นคนแรก

“และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะตระกูลหวง” ลู่เจิงหมิงอธิบาย “การผงาดขึ้นของตระกูลหวงมีต้นกำเนิดมาจากบรรพบุรุษของพวกเขาเมื่อ 90 ปีที่แล้ว เขาได้โกยเงินจำนวนมากมายังมณฑลแห่งนี้และกว้านซื้อเอาที่ดินส่วนใหญ่ในมณฑลจูเหอไปครอง”

“สิ่งนี้ทำให้ตระกูลหวงซึ่งแต่เดิมเป็นตระกูลที่ร่ำรวยธรรมดาๆ กลายมาเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมณฑลจูเหอ และจนถึงวันนี้ พวกเขาก็ครอบครองที่ดินมากกว่า 100,000 หมู่แล้ว คนส่วนใหญ่ในมณฑลล้วนแต่เป็นผู้เช่าของตระกูลหวง”

“และตั้งแต่นั้นมา มณฑลจูเหอก็ตกกลายเป็นของตระกูลหวง” จ้าวกวงเย้ยหยัน “นอกจากนี้ หลังจากครอบครองที่ดินจำนวนมาก ตระกูลหวงก็ยังเริ่มขึ้นค่าเช่าที่ดินของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง”

“และที่แย่ที่สุด มันก็มีครั้งหนึ่งที่ผลผลิตในปีนั้นมีไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่าเช่าที่ดิน ดังนั้นตระกูลหวงจึงปล่อยเงินกู้แก่ผู้เช่าเพื่อให้พวกเขาเอาไปใช้ซื้ออาหารและจ่ายค่าเช่าที่ดิน และจากนั้น มันก็กลายมาเป็นกำไรหมุนเวียนราวกับการทำปศุสัตว์”

“ถ้าท่านผู้ว่าการสามารถจัดการตระกูลหวงเจ้าปัญหาลงได้ ท่านก็จะได้รับการยอมรับจากทุกคนและผู้คนในมณฑลทุกคนก็จะบูชาท่านเป็นดั่งเทพบนสรวงสวรรค์อย่างแน่นอน” ลู่เจิงหมิงกล่าว

“อย่างไรก็ตาม ผู้เฒ่าหวังคนนี้ก็ยังมีกองทัพลับเป็นของตนเอง เมื่อใดก็ตามที่ผู้ว่าการมณฑลคนใหม่เข้ามารับตำแหน่ง พวกเขาก็จะต้องส่งคำทักทายไปยังตระกูลหวงและเข้าไปแสดงความเคารพต่อผู้เฒ่าหวง” จ้าวกวงกล่าวต่อว่า “ว่ากันว่ามันมีผู้ว่าการคนหนึ่งที่ไม่ได้ไปแสดงความเคารพต่อผู้เฒ่าหวงหลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่ง และจากนั้น ทุกคนก็พบเขานอนเสียชีวิตราวกับหมาจรจัดอยู่บนท้องถนนในอีกไม่ถึงครึ่งเดือนต่อมา”

“ตระกูลหวงเป็นหมูอ้วนจอมตะกละดีๆ นี่เอง” ซุยเฮ็งหัวเราะเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้และถามว่า “ตระกูลหวงคงจะสะสมพวกงานอักษรประดิษฐ์และภาพวาดโบราณเอาไว้มากมายเลยใช่ไหม?”

“มันก็น่าจะมากอยู่” จ้าวกวงพูดหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้างั้นเราก็คงจะต้องทำการกวาดล้างตระกูลหวงซะแล้ว” ซุยเฮ็งตัดสินใจ

ในที่พักของตระกูลหวงทางทิศตะวันออกของมณฑลจูเหอ

ผู้เฒ่าหวงในวัยห้าสิบปีกำลังตกปลาอยู่ อย่างไรก็ตาม แทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ เขากลับใช้ร่างของเด็กสาวเป็นที่นั่งแทน

เด็กสาวคนนี้ดูมีอายุไม่เกิน 16 ถึง 17 ปี เธอกำลังคุกเข่าพร้อมกับยันมือทั้งสองข้างของเธอลงกับพื้น ร่างกายที่อ่อนแอของเธอสั่นสะท้านในขณะที่เธอพยุงน้ำหนักเกือบ 200 โลไว้บนหลังของเธอ

เหงื่อเริ่มก่อตัวบนหน้าผากของเธอ และร่างกายของเธอก็สั่นเทา ถึงกระนั้น เธอก็ไม่กล้าที่จะขยับ

สาวใช้คนสุดท้ายที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็นเก้าอี้นั้นได้ถูกสับเป็นชิ้นๆ แล้วจับโยนลงบ่อให้ปลากิน

“นายท่าน ผู้ว่าการหนุ่มคนนั้นยังไม่ส่งอะไรมาให้เราเลย”

ในขณะนี้ ชายวัยกลางคนในชุดสีเทาก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาและโค้งคำนับ “นอกจากนี้ ข้าก็ยังได้ตรวจสอบภูมิหลังของเขามาแล้วด้วย”

นี่คือพ่อบ้านของตระกูลหวง หวงไฉ่

“ภูมิหลังของมันเป็นยังไงบ้าง?” ผู้เฒ่าหวังถามโดยไม่ได้หันกลับไปมอง

“ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นญาติของจ้าวกวง เขาใช้เงินเพื่อซื้อตำแหน่งมาและไม่ได้มีภูมิหลังอะไรพิเศษ” หวงไฉ่กล่าวด้วยเสียงเบา

สิ่งที่เขาค้นพบคือข้อมูลทั้งหมดที่ลู่เจิงหมิงและจ้าวกวงได้เผยแพร่ออกไปโดยเจตนา

“จ้าวกวง?” ผู้เฒ่าหวังหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินเช่นนั้น “มันก็แค่เศรษฐีหน้าใหม่ที่ไม่ได้มีค่าต่างอะไรไปจากสุนัข แบบนั้นแล้วมันกล้าดียังไงมาก้าวก่ายตำแหน่งผู้ว่าการ? เก็บมันไว้สักสามเดือนแล้วค่อยกำจัดมันทิ้งซะ!”

ในยุคแห่งความโกลาหลนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตำแหน่งของผู้ว่าการมณฑลจะถูกสับเปลี่ยนในทุกๆ เดือน ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงไม่ได้แปลกใจกับการที่ผู้ว่าการคนก่อนจากไปอย่างกระทันหัน

“นายท่าน ท่านคิดว่าผู้ว่าการคนนี้จะเป็นจอมยุทธ์เหมือนกับผู้ว่าการคนก่อนหรือไม่?” หวงไฉ่เป็นกังวลเล็กน้อย

ผู้ว่าการมณฑลคนก่อนคือหยานเฉิง เขามาที่นี่เพื่อเตรียมตัวต้อนรับกองทัพของราชาหยานเข้ามาในเมือง

ด้วยเหตุนี้เอง สิ่งแรกที่เขาทำจึงเป็นการมาที่ตระกูลหวงเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา

แม้ว่าเขาจะสัญญาถึงผลประโยชน์มากมายที่จะตามมาในภายหลังและแม้กระทั่งการเอาเปรียบคนธรรมดา แต่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่ทรงพลังของเขาก็ยังสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับตระกูลหวง

“มันก็เป็นแค่เด็กเหลือขอที่ขนยังไม่ขึ้น แม้ว่ามันจะเริ่มฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แต่มันจะทรงพลังสักแค่ไหนกันเชียว?” ผู้เฒ่าหวงหัวเราะเยาะอย่างดูถูกเหยียดหยาม “ส่งข้อความไปบอกไอ้เด็กเหลือขอนั่นให้มาก้มหัวคำนับข้าในพรุ่งนี้เช้า ไม่อย่างนั้น มันก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย”

จบบทที่ บทที่ 35: นี่คือมณฑลจูเหอของเฒ่าหวง

คัดลอกลิงก์แล้ว