เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: ลมหายใจที่กลายพันธุ์ นี่ก็นับเป็นวรยุทธ์หรอ?

บทที่ 30: ลมหายใจที่กลายพันธุ์ นี่ก็นับเป็นวรยุทธ์หรอ?

บทที่ 30: ลมหายใจที่กลายพันธุ์ นี่ก็นับเป็นวรยุทธ์หรอ?


บทที่ 30: ลมหายใจที่กลายพันธุ์ นี่ก็นับเป็นวรยุทธ์หรอ?

หลังจากที่ฮุ่ยฉีปลอมตัวเป็นนายอำเภอ มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นนายอำเภอที่รังแกผู้อ่อนแอและหวาดกลัวผู้แข็งแกร่ง ทัศนคติของเขาดูสมกับเป็นตัวร้ายอย่างถึงที่สุด

ข้างหลังเขามีเจ้าหน้าที่ของทางการมากกว่าสิบนายกำลังยืนหนุนอยู่ นอกจากนี้ พวกเขาทุกคนก็ยังจ้องไปที่ซุยเฮ็งอย่างโกรธเคือง

ถึงกระนั้น มันก็ไม่มีใครกล้าที่จะก้าวออกไปข้างหน้า

แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นฉากที่ซุยเฮ็งถล่มทางเดินของห้องขัง แต่เพื่อที่จะสามารถถล่มกำแพงที่ทำมาจากหินปูนได้นั้น เขาก็จำเป็นจะต้องยอดฝีมือระดับแนวหน้าของโลกยุทธ์อย่างแน่นอน

ซุยเฮ็งมองไปที่พระฮุ่ยฉีและหัวเราะเบาๆ “เป็นพระแท้ๆ จะมาระเบิดอารมณ์อะไรกัน? ไม่กลัวพระพุทธเจ้าจะตำหนิรึไง?”

“ไร้สาระ ข้าเป็นนายอำเภอของที่นี่ ไม่ใช่พระ!” ฮุ่ยฉีโกรธมาก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงก้าวไปข้างหน้าและหมายจะโจมตีซุยเฮ็งในทันที

ในขณะเดียวกัน มันก็เห็นได้ชัดว่าฮุ่ยฉีไม่ได้อ่อนแอ เพราะแม้ว่าเขาจะอยู่ห่างจากซุยเฮ็งไปมากถึง 20-30 ฟุต แต่เขาก็ยังสามารถมาถึงเบื้องหน้าของซุยเฮ็งได้ในก้าวเดียว

มือขวาของเขากางกรงเล็บคมออกมาและคว้าไปที่ไหล่ของซุยเฮ็ง

ความแข็งแกร่งของกรงเล็บนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่มันเคลื่อนผ่านอากาศ มันก็ทิ้งเส้นสีขาวไว้ในอากาศพร้อมทั้งฉีกสายลมที่อยู่รอบข้างออก

แม้ว่ามันจะเป็นวัตถุโลหะ แต่มันก็ยังสามารถจะถูกกรงเล็บนี้บดขยี้ได้!

เจ้าหน้าที่ของทางการหลายสิบคนต่างก็ตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหัวหน้าของพวกเขาจะมีวรยุทธ์ที่ทรงพลังขนาดนี้!

ทักษะวรยุทธ์ที่ฮุ่ยฉีแสดงออกมานั้นอาจจะอยู่เหนือกว่าของจอมยุทธ์ชั้นยอดเสียด้วยซ้ำ! แบบนั้นแล้วทำไมเขาถึงลดตัวลงมาทำงานเล็กๆ แบบนี้กัน?

ชายชราในห้องขังข้างๆ เองก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน สายตาของเขาเฉียบคมมาก เขาสามารถบอกได้ในทันทีว่านายอำเภอคนนี้สามารถควบรวมปราณที่แท้จริงของเขาได้แล้ว และถ้าเขาอยู่ในโลกยุทธ์ เขาก็จะได้รับความเคารพอย่างมากจากฝูงชน

“อย่างไรก็ตาม มันก็น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าเขากำลังแยกเขี้ยวใส่ใคร” ชายชราเย้ยหยันในใจ ในความเห็นของเขา สิ่งที่นายอำเภอกำลังทำอยู่นั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากการพยายามฆ่าตัวตาย

มันไม่ได้ยากที่จะทำลายกำแพงที่สร้างมาจากหินปูน

ตราบใดที่ใครสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตชำระไขกระดูกได้ พลังปราณก็จะก่อตัวขึ้นภายในร่างของพวกเขาเองโดยธรรมชาติ และพลังปราณนี้เอง พวกเขาจึงสามารถใช้มันเพื่อทำลายกำแพงหินปูนขนาดใหญ่ได้ด้วยการตบเพียงครั้งเดียว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ซุยเฮ็งสามารถทำลายโถงทางเดินของคุกใต้ดินลงได้จากระยะไกลถึง 50 ฟุต!

สิ่งนี้มันอยู่เหนือเกินกว่าคำว่ายอดฝีมือไปไกลแล้ว!

บางทีมันอาจจะมีเพียงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ก้าวผ่านขอบเขตประตูอันลึกล้ำไปแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถทำสิ่งนี้ได้!

ถ้าฮุ่ยฉีรู้เรื่องนี้เข้า เขาก็คงจะไม่ทำอะไรผลีผลามอย่างนี้แน่นอน

น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รู้เห็นฉากดังกล่าวเลย

ในชั่วพริบตา การโจมตีของฮุ่ยฉีก็ได้พุ่งเข้าหาไหล่ของซุยเฮ็ง

แววตาของเขาไร้ความเมตตาปรานี เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจะฉีกกระชากแขนของซุยเฮ็งออกมา

วรยุทธ์ที่เขาใช้นั้นเป็นหนึ่งใน 81 กระบวนท่าสูงสุดของอารามดอกปทุม

กรงเล็บมังกรขยุ้มเหยื่อ!

มันเป็นกระบวนท่าที่ดีที่สุดในการจับเหยื่อหรือฉีกอะไรสักอย่างออกจากกัน

นอกจากนี้ มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาจะสามารถป้องกันท่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ฮุ่ยฉีกำลังคิดอยู่นั้นเอง จู่ๆ มือขวาของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับว่าเขาได้ไปคว้าอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานเข้า พลังทั้งหมดของเขาถูกสะท้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว

กรึก!

เสียงกระดูก “แหลก” ที่คมชัดดังขึ้นโดยไม่มีการเตือนใดๆ

ในเวลาเดียวกัน นิ้วทั้งห้านิ้วของฮุ่ยฉีก็ถูกทำลายลงจนผิดรูป เนื้อของเขาบิดขาดออกจากกัน และกระดูกข้างในก็แตกละเอียดพร้อมกับแทงทะลุออกมาจากมือของเขา!

“เป็นไปได้ยังไงกัน!” ฮุ่ยฉีอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า

ความตกใจนี้รุนแรงยิ่งกว่าความเจ็บปวดที่เขาได้รับ!

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซุยเฮ็งก็ได้พ่นลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการหายใจเข้าออกตามปกติเลย

อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา—

บู้มมมมม!

เสียงดังสนั่นปะทุขึ้นในอากาศ

พายุลมขนาดเล็กก็ได้ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันสูงประมาณสามเมตรและสูงถึงเพดานของคุกใต้ดิน

ในเวลาเดียวกัน หญ้าแห้ง, ก้อนกรวด และสิ่งของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ อีกมากมายบนพื้นก็เริ่มถูกลมกระโชกแรงนี้พัดลอยปลิวขึ้นไปว่อน!

ทันทีหลังจากนั้น พายุที่รุนแรงลูกนี้ก็ได้เผชิญหน้าเข้ากับฮุ่ยฉี

เมื่อฮุ่ยฉีเผชิญหน้ากับพายุลูกนี้ เขาก็ถูกส่งตัวลอยขึ้นไปและกระแทกเข้ากับเพดานหินปูนที่ด้านบนสุดของคุกใต้ดิน

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้หยุดลงเพียงแค่นั้น ในทุกที่ที่มันผ่านไป ทุกสิ่งก็จะถูกทำลายลง ทั้งเครื่องมือทรมาน, ก้อนหินและกรงห้องขังที่อยู่โดยรอบ ทุกสิ่งล้วนไม่สามารถหลุดรอดไปจากพลังทำลายของมันได้

เมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ของทางการเห็นฉากนี้ พวกเขาก็พากันวิ่งหนีราวกับกำลังเห็นผี

อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะไปหนีพายุทันได้อย่างไร? พวกเขาเป็นเหมือนกับเศษกระดาษในพายุอันรุนแรง พวกเขาถูกกวาดกระเด็นไปทุกทิศทุกทางโดยไม่ทราบความเป็นและความตาย

บู้มมมม!

ทันใดนั้นเอง เสียงกำแพงถล่มโครมครามก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง พายุได้กระแทกเข้าไปที่ทางเข้าของคุกใต้ดินและทำให้ทางเดินพังลงหนักยิ่งกว่าเก่า

ไม่นานหลังจากนั้น สายลมก็สลายไปในที่สุด และคุกใต้ดินทั้งหมดก็ตกอยู่ในความยุ่งเหยิง

ชายชราที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากซุยเฮ็งรู้สึกมึนงงอย่างสมบูรณ์ เขารู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาได้หยุดเต้นไปครู่หนึ่ง

เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อกี้นี้มันคืออะไร?

เพี้ยะ!

เขาตบหน้าตัวเองอย่างแรงจนใบหน้าของเขาปูดบวม

นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม?!

“โอ้พระเจ้า สิ่งนี้นับเป็นวรยุทธ์ด้วยหรอ?”

นี่มันไร้สาระเกินไป!

เขาสามารถสร้างพายุที่รุนแรงขนาดนี้ได้ด้วยการหายใจเข้าออกเพียงครั้งเดียว?!

ปัง!

ในขณะนี้ ฮุ่ยฉีที่เพิ่งจะถูกพัดปลิวขึ้นไปก็ลอยตกลงมาสู่พื้นเบื้องล่างในที่สุด แขนขาของเขากระตุกเล็กน้อยในขณะที่ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยกศีรษะขึ้น

ในขณะนี้ การปลอมตัวของเขาก็ได้ถูกทำลาย เขากลับมามีรูปลักษณ์เป็นพระหนุ่มอีกครั้ง

“ในเมื่อเจ้ายังไม่ตาย นี่ก็แสดงว่าความแข็งแกร่งของเจ้านั้นไม่เลวเลย”ซุยเฮ็งยิ้มและเดินออกจากห้องขังไป เขาชายตามองพระหนุ่มที่กำลังนอนอยู่บนพื้นแล้วพูดเบาๆ ว่า “ลุกขึ้นได้แล้ว พาข้าไปหาผู้ว่าการสักทีสิ”

“ข้า เจ้า ข้า…” ฮุ่ยฉีพูดตะกุกตะกักไม่เป็นภาษา เขาต้องการที่จะยืนขึ้น แต่เนื่องจากมือและเท้าที่ถูกทำลายจนผิดรูปของเขา เขาจึงไม่สามารถยืนหยัดขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ หลังจากล้มเหลวมาหลายครั้ง ในที่สุดเขาก็ยังสามารถกลับมาลุกขึ้นยืนได้ ในเวลาเดียวกัน เขาก็ก้มหัวลงและพูดว่า “ครับท่าน!”

“ท่านเองก็ควรจะมาด้วยนะ” ซุยเฮ็งมองไปที่ชายชราที่ยังคงงุนงง

“เอ่อ? ข้าหรอ? ดะ.. ได้! ได้เลย!” ชายชราพยักหน้าในทันทีและรีบตามอีกฝ่ายไป

เมื่อทั้งสามคนมาถึงหน้าทางเข้าที่ถูกทำลายลง ชายชราก็รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อจะยกเศษหินออกและเปิดทางให้กับซุยเฮ็ง

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะทันได้เคลื่อนไหว หินเหล่านี้ก็ดูเหมือนกับจะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ จู่ๆ พวกมันก็เคลื่อนตัวออกไปเองและเปิดทางให้กับซุยเฮ็งโดยอัตโนมัติ

ชายชราตกตะลึง

นี่ก็ยังนับเป็นวรยุทธ์หรอ?

ในอีกฟากหนึ่ง เมื่อฮุ่ยฉีเห็นสิ่งนี้ มือและเท้าของเขาก็สั่นเทาราวกับว่าเขาได้ตกลงไปในบ่อน้ำเย็น “สัตว์ประหลาดตัวนี้มันมาจากไหนกัน!”

จบบทที่ บทที่ 30: ลมหายใจที่กลายพันธุ์ นี่ก็นับเป็นวรยุทธ์หรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว