- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 101 งานเลี้ยงที่แสนอึดอัด
บทที่ 101 งานเลี้ยงที่แสนอึดอัด
บทที่ 101 งานเลี้ยงที่แสนอึดอัด
ภายในห้องรับรองส่วนตัวของร้านอาหารหรูที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ส.ส. นาจองแท ก้มมองนาฬิกาข้อมือด้วยความหงุดหงิด พลางเอ่ยถามศาสตราจารย์พัคที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความไม่มั่นใจ
"ทำไมยังไม่มาอีก? คุณแน่ใจนะว่าเขาจะไว้หน้าคุณ ยอมมาดื่มกับผมจริงๆ?"
"โปรดวางใจเถอะครับท่าน ส.ส. สมัยจางแทซูเรียนมหาวิทยาลัย ผมดูแลเด็กคนนี้ไว้เยอะ ตอนโทรไปนัด เขาก็ยังระลึกถึงบุญคุณเก่าก่อนอยู่ วันนี้รถอาจจะติดเลยมาช้าหน่อยครับ! รอสักครู่นะครับ หรือจะให้ผมโทรตามอีกรอบดี?"
ได้ยินศาสตราจารย์พัคยืนยันเช่นนั้น นาจองแทจึงทำได้เพียงยกชามเหล้าขึ้นดื่มแก้เซ็ง แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านนอก ศาสตราจารย์พัครีบลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินเสียง ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก พนักงานร้านเดินนำชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งให้มายืนอยู่ที่หน้าประตู
"ขอโทษจริงๆ ครับศาสตราจารย์พัค! วันนี้รถติดนิดหน่อย ผมไม่ได้ทำให้รอนานใช่ไหมครับ!"
"อ่า... ไม่เจอกันนานเลยนะจางแทซู นึกไม่ถึงว่าเรียนจบไปหลายปี ในที่สุดเธอก็ได้ดิบได้ดีกับเขาเสียที! ประจวบเหมาะเลย วันนี้ฉันขอแนะนำให้รู้จัก นี่ท่าน ส.ส. นาจองแท เป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เข้ามาทักทายท่านหน่อยสิ!"
......
จางแทซูมองไปที่นาจองแทที่นั่งอยู่หลังโต๊ะอาหาร อีกฝ่ายส่งยิ้มละมุนมาให้ ดูราวกับผู้ใหญ่ใจดีที่มีเมตตา แต่จางแทซูเพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว เขาวางของที่ถือมาลงกับพื้น แล้วโค้งคำนับศาสตราจารย์พัค
"ในเมื่อวันนี้มีคนนอกอยู่ด้วย งั้นวันหลังผมค่อยมาเยี่ยมศาสตราจารย์พัคใหม่ดีกว่าครับ! ผมจำได้ว่าอาจารย์ชอบดื่มวิสกี้ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากศิษย์ หวังว่าอาจารย์จะไม่รังเกียจนะครับ!"
พูดจบ จางแทซูก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไป ศาสตราจารย์พัคเห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้นวิ่งตามออกไป แล้วไปดักหน้าเขาไว้ที่ระเบียงทางเดินด้านนอก!
"นี่! เจ้าเด็กบ้า นายตั้งใจมาหาฉันไม่ใช่เหรอ? จะไม่เข้าไปดื่มสักแก้วก่อนไปหรือไง!"
"อาจารย์ครับ อาจารย์ก็รู้นี่ครับว่าช่วงนี้ผมกำลังทำคดีลูกชายเขาอยู่ เวลาแบบนี้ผมไม่สะดวกใจที่จะเจอเขาจริงๆ ครับ! เอาไว้คราวหน้าผมไปเยี่ยมอาจารย์ที่บ้านดีกว่าครับ!"
"ไอชิ... นายเรียนจบไปกี่ปีแล้ว? เคยโผล่หัวมาเยี่ยมฉันสักครั้งไหม? ทำไม? พอได้เป็นอัยการเข้าหน่อย ก็ยุ่งจนไม่มีเวลามาดื่มกับฉันสักแก้วเลยเหรอ?"
"ศาสตราจารย์พัคครับ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ! คือผม..."
"ยังไงซะฉันก็นับว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของนาย แค่ชวนเข้าไปดื่มสักแก้ว มันจะมากเกินไปหรือไง! เรื่องของพวกนายฉันไม่ยุ่งหรอก แต่คนเราต้องมีมารยาทพื้นฐานบ้าง ตามฉันเข้าไป แล้วดื่มคารวะรุ่นพี่สักจอก! ไป!"
เมื่ออาจารย์พูดดักคอมาขนาดนี้ จางแทซูรู้ดีว่าคืนนี้คงหนีไม่พ้น แม้เกาหลีจะเป็นประเทศสมัยใหม่ แต่รากฐานวัฒนธรรมขงจื๊อยังฝังรากลึก คำว่ากตัญญูรู้คุณต่อครูบาอาจารย์และผู้อาวุโส แม้จะไม่ได้สลักไว้บนกระดูก แต่ถ้าใครกล้าลุกขึ้นมาแหกกฎนี้อย่างโจ่งแจ้ง ก็เท่ากับก้าวขาเข้าสู่ "ความตายทางสังคม" ไปแล้วครึ่งตัว
ด้วยความจำยอม จางแทซูจึงต้องเดินตามศาสตราจารย์พัคกลับเข้าไปในห้องรับรอง เขาถอดรองเท้า แล้วค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ศาสตราจารย์พัค มองนาจองแทด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจนัก!
"ขอโทษด้วยนะครับรุ่นพี่! เมื่อกี้ผมคุยกับแทซูข้างนอกนิดหน่อย มาครับ เรามาดื่มกันก่อน! จางแทซู รีบรินเหล้าให้ผู้ใหญ่สิ!"
......
เมื่อโดนศาสตราจารย์พัคดุ จางแทซูจำใจต้องหยิบกาเหล้าทองเหลืองขึ้นมา แล้วริน 'มักกอลลี' ใส่ชามของนาจองแทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจนเต็มปรี่!
มักกอลลี เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นเมืองของเกาหลี ทำจากการหมักข้าวหรือธัญพืช น้ำเหล้ามีสีขาวขุ่นคล้ายน้ำซาวข้าว แต่มีความหนืดมากกว่า
เดิมทีเป็นเครื่องดื่มที่ชาวนาหมักกินเองเพื่อดับกระหายยามทำนา มีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 7-8% ดื่มแล้วไม่เมาง่าย ว่ากันว่าในสมัยประธานาธิบดีพัคจองฮี มีความนิยมดื่มเหล้าชนิดนี้ในกองทัพ โดยมักจะผสมน้ำอัดลมจำพวก 'ไซเดอร์' ลงไปเพื่อเพิ่มรสหวาน เรียกว่า "ไซเดอร์มักกอลลี" ซึ่งเป็นสูตรโปรดของท่านประธานาธิบดีพัคจองฮี
ในวัฒนธรรมการดื่มของเกาหลี หน้าที่รินเหล้าตกเป็นของผู้น้อยเสมอ ในบรรดาสามคนนี้ จางแทซูอายุน้อยที่สุด แม้เขาจะรู้ดีว่านาจองแทมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรในมื้อค่ำนี้ แต่เขาก็ยังรับหน้าที่รินเหล้า และรินให้ผู้อาวุโสทั้งสองด้วยท่าทีนอบน้อม
หลังจากดื่มมักกอลลีไปหนึ่งชาม ทั้งสามคนก็เริ่มคุยเรื่องสัพเพเหระ อาจเป็นเพราะอยากจะโอ้อวดอะไรบางอย่าง ศาสตราจารย์พัคเอาแต่พูดเรื่องความยากจนข้นแค้นของจางแทซูสมัยเรียนมหาวิทยาลัย จางแทซูได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ไม่โต้ตอบ ทำหน้าที่รินเหล้าต่อไป เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าคืนนี้นาจองแทจะมาไม้ไหน!
อาหารทยอยเสิร์ฟขึ้นโต๊ะทีละจาน จางแทซูกินดื่มตามปกติ แม้กระทั่งตอนเล่นเกมในวงเหล้า เขาก็เล่นอย่างเต็มที่ไม่มีอิดออด ทำให้ทั้งศาสตราจารย์พัคและนาจองแทเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้อาจจะมีหวัง
หลังจากจางแทซูและนาจองแทดื่มกันไปอีกหลายแก้วภายใต้การชงของศาสตราจารย์พัค จางแทซูก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ นาจองแทที่รอจังหวะนี้มาทั้งคืน รีบลุกตามออกไปทันที
ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปในห้องน้ำ จางแทซูปลดเข็มขัดและยืนทำธุระที่โถปัสสาวะ นาจองแทมองซ้ายมองขวาเห็นว่าปลอดคน จึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
"ไม่ทราบว่าผมเคยไปล่วงเกินท่านอัยการตอนไหนหรือเปล่าครับ? เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนไหม?"
"เปล่าครับ เมื่อก่อนผมเคยเห็นท่านแค่ในทีวี วันนี้เพิ่งเคยเจอตัวจริงครั้งแรก!"
"งั้นก็หมายความว่า... ผมไม่ได้ทำอะไรผิดต่อท่านสินะครับ! ถ้าอย่างนั้น ไม่ทราบว่าท่านอัยการพอจะเมตตา... ปล่อยลูกชายผมไปสักครั้งได้ไหมครับ?"
"เรื่องที่คุณชายนาดงฮวีปลอมแปลงพยานหลักฐาน มันเป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนานะครับ! ต้องขอประทานโทษด้วย แม้เราจะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่ผมคงต้องบอกด้วยความเสียใจว่า ผมต้องดำเนินการตามกฎหมาย..."
จางแทซูพูดจบก็รูดซิปกางเกงเตรียมจะเดินหนี แต่จังหวะนั้นเอง นาจองแทกลับเข้ามาขวางทางเขาไว้
"ท่านอัยการครับ ถ้าท่านต้องการอะไร บอกมาได้เลย จะให้ผมคุกเข่า หรือก้มหัวยอมรับผิด ผมทำได้หมด!"
พูดจบ นาจองแทก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าจริงๆ จางแทซูเห็นดังนั้น สัญชาตญาณทำให้เขาจะเข้าไปประคอง แต่ทันใดนั้น นาจองแทก็ควักซองจดหมายหนาปึกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วพยายามยัดเยียดใส่กระเป๋าเสื้อของจางแทซูอย่างบ้าคลั่ง
"ขอร้องล่ะครับ ถ้าครั้งนี้ท่านช่วยผม ผมจะไม่ลืมบุญคุณเลย!"
"นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย! เอาของพวกนี้กลับไปครับ อย่าทำแบบนี้..."
จางแทซูปัดซองเงินร้อนฉ่านั้นทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วก้าวเท้ายาวๆ เดินหนีออกจากห้องน้ำไปทันที!