- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 97 ขออาสาออกโรง
บทที่ 97 ขออาสาออกโรง
บทที่ 97 ขออาสาออกโรง
"อรุณสวัสดิ์ครับท่านอัยการ! นึกไม่ถึงว่าท่านจะมาเช้าขนาดนี้นะครับเนี่ย!"
"อ่า อรุณสวัสดิ์ครับ เมื่อวานสนุกกันไหมครับ? น่าเสียดายจริงๆ ที่ผมมีธุระเลยต้องขอตัวกลับก่อน!"
"อ่า... ท่านไม่อยู่เมื่อวาน น่าเสียดายมากเลยครับที่พลาดฟังเสียงร้องเพลงอันไพเราะของคุณชิมฮโยยอนไป!"
"จริงเหรอครับ? แย่จังเลยแฮะ งั้นไว้โอกาสหน้านะครับ! คราวหน้าผมต้องฟังเสียงพวกคุณร้องเพลงให้ได้เลย!"
......
ทุกคนหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะทยอยถอดเสื้อโค้ตกลับไปนั่งประจำที่ และเริ่มปรับโหมดเข้าสู่การทำงาน จากนั้น จางแทซูก็หยิบสิ่งที่เขาค้นพบออกมา แล้วส่งให้อิมชางซอกและชิมฮโยยอนช่วยกันตรวจสอบ
"สหภาพแรงงานฮันเททรานสปอร์ต? ท่านอัยการหมายความว่า... อดีตผู้นำสหภาพแอบโอนเงินก้อนนี้อย่างลับๆ ไปเข้าบัญชีของทงแฮคอนสตรัคชั่นเหรอครับ?"
"อื้ม ก็พวกเราค้นเจอเอกสารการระดมทุนของทงแฮคอนสตรัคชั่นมาจากบ้านนาดงฮวีไม่ใช่เหรอ? บริษัทนี้เพิ่งก่อตั้งมาได้แค่ครึ่งปีแบบเงียบๆ แต่ในรายชื่อผู้ลงทุนมีคนชื่อพัคยงกักรวมอยู่ด้วย ผมคิดว่าคนนี้น่าสงสัยมาก เพราะคำว่า 'ยงกัก' ไม่ใช่ชื่อที่จะเจอกันได้บ่อยๆ ดังนั้นฟันธงได้เลยว่าเป็นคนเดียวกัน! แล้วทีนี้ใครพอจะอธิบายได้บ้างว่า สหภาพแรงงานฮันเททรานสปอร์ตกับบริษัททงแฮคอนสตรัคชั่นมีความสัมพันธ์กันยังไง?"
"ฟังดูเหมือนระดับหัวหน้าของสหภาพฮันเททรานสปอร์ตหักหลังผลประโยชน์ของคนงาน แล้วเอาเงินก้อนนั้นมาเป็นทุนตั้งต้นโอนเข้าบัญชีทงแฮคอนสตรัคชั่นเลยนะครับ... อ่า จริงด้วย ผมนึกออกแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ราคาหุ้นของฮันเททรานสปอร์ตมีความเคลื่อนไหวแปลกๆ ตอนนั้นมีนักวิเคราะห์บอกว่าฮันเทกรุ๊ปอาจจะเข้าซื้อกิจการบริษัทนี้ที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจสูง แต่ก่อนหน้านั้น หุ้นฮันเททรานสปอร์ตมันนิ่งสนิทมาตลอด แม้ธุรกิจจะมั่นคง แต่เพราะเป็นบริษัทประเภท 'ไก่เหล็ก' (ขี้เหนียว) ที่ไม่เคยจ่ายปันผล ไม่ให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเลย ก็เลยแทบไม่มีใครสนใจลงทุน!"
"ฉันเคยเห็นข่าวในเน็ตรายงานว่า หลังจากสหภาพแรงงานฮันเททรานสปอร์ตนำหุ้นไปจำนอง พวกเขาให้เหตุผลกับภายนอกว่า จำเป็นต้องโยกย้ายเงินทุนไปลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อยกระดับสวัสดิการของคนงาน! นั่นหมายความว่าแม้แต่สหภาพเองก็ยังมองว่าหุ้นบริษัทตัวเองไม่มีอนาคต! แต่ทว่าไอ้โครงการผลตอบแทนสูงที่ว่านั่น กลับไม่เคยมีการเปิดเผยออกมาเลย! ดังนั้นสองเรื่องนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันก็ได้นะคะ? เราอาจจะต้องลองสืบดู!"
......
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเช้าวันเสาร์ ทีมของจางแทซูที่สำนักงานอัยการกลางกรุงโซล จึงได้พบเบาะแสใหม่ที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การติดตาม เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ขวัญกำลังใจของทุกคนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
เนื่องจากเป็นทิศทางการสืบสวนใหม่ ตอนนี้จางแทซูจึงต้องค้นหาข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต เพื่อดูว่าจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวจากข้อมูลสาธารณะเหล่านี้ได้หรือไม่
งานพวกนี้จางแทซูไม่ต้องลงมือทำเอง เพราะเขามีเจ้าหน้าที่ธุรการสองคนและเลขาอีกหนึ่งคนคอยช่วย แต่สิ่งที่จางแทซูคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากกลับมาถึงโซล จ่าคังดงวอนกลับไม่ได้นั่งๆ นอนๆ อยู่ในเซฟเฮาส์ของอัยการอย่างสงบเสงี่ยม
ในบ้านพักที่มีแค่ทีวีเครื่องเดียวกับเตียงนอน และมีตำรวจคอยคุ้มกันอยู่ข้างนอก ชีวิตแบบนี้มันน่าเบื่อจนแทบจะขาดใจตาย ต่อให้เขาแค่ท้องผูกแล้วนั่งในห้องน้ำนานไปหน่อย คนข้างนอกก็จะรีบเคาะประตูรัวๆ ด้วยความตื่นตระหนกทันที
ด้วยความเบื่อหน่าย เขาจึงถือวิสาสะโทรศัพท์หาจางแทซู เพื่อถามว่าจะได้ออกจากเซฟเฮาส์เมื่อไหร่
"อ่า... อยู่ที่นี่มันน่าเบื่อจะตายชัก เหล้าก็ไม่มี ผู้หญิงก็ไม่มี แม้แต่จาจังมยอนยังสั่งมากินมั่วซั่วไม่ได้ ชีวิตแบบนี้เมื่อไหร่จะจบสิ้นสักทีครับเนี่ย!"
"ไอชิ... ตอนนี้ผมยุ่งกับคดีนี้จนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว คุณยังมีหน้ามาโทรบ่นว่าอยากกินเหล้าอีกเหรอ ซีบาล! รู้งี้ปล่อยให้พวกนักเลงนั่นแทงคุณตายคาถนนไปซะก็ดี เผลอๆ ตอนนี้คนที่มาสืบคดีของคุณอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองไปแล้วก็ได้"
"อย่าพูดแบบนั้นสิครับท่านอัยการ! ผมก็แค่เบื่อจนจะบ้าตายอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ไหม ท่านปล่อยผมออกไป เดี๋ยวผมช่วยท่านทำงานเอง ยังไงซะอยู่ใต้บังคับบัญชาท่านหรืออยู่ในเซฟเฮาส์ ก็ถือว่าอยู่ในสายตาอัยการเหมือนกัน! บอกตามตรงนะ เมื่อก่อนผมน่ะเป็นถึงตัวท็อปของ 'หน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ' เลยนะครับ!"
"ขี้โม้หรือเปล่าคุณน่ะ! สภาพอย่างคุณเนี่ยนะอยู่หน่วยสืบสวนพิเศษ? ดื่มโซจูมากไปจนสมองเพี้ยนไปแล้วมั้ง?"
"จะหลอกท่านทำไมล่ะครับ? ผมเคยอยู่หน่วยนั้นจริงๆ ท่านจำคดีฆาตกรรมพนักงานหญิงของฮันเทกรุ๊ปเมื่อ 3 ปีก่อนได้ไหม? ตอนนั้นผมนี่แหละที่อาศัยแค่รอยหมึกหยดเดียวในที่เกิดเหตุ ตามจับฆาตกรตัวจริงที่เป็นพนักงานฮันเทชาวอินเดียได้!"
"คุณหมายถึงคดีฆาตกรรมพนักงานหญิงฮันเทที่หอพักในซูวอนน่ะเหรอ?"
"ใช่ครับ ไม่เชื่อท่านลองค้นดูสิ! ในเน็ตน่าจะยังมีข่าวเก่าๆ อยู่ 'ร้อยตำรวจเอกคังดงวอน แห่งหน่วยสืบสวนพิเศษ ไขคดีปริศนาด้วยหมึกหยดเดียว จับกุมพนักงานชาวอินเดียของฮันเท ส่งฟ้องศาลได้สำเร็จ!'"
ได้ยินอีกฝ่ายพูดด้วยความมั่นใจขนาดนั้น จางแทซูก็เริ่มจะเชื่อขึ้นมาบ้าง เขาจึงเปิดคอมพิวเตอร์ลองค้นหาข่าวคดีฆาตกรรมพนักงานหญิงฮันเทที่หอพักดู และก็พบรูปของคังดงวอนปรากฏอยู่ในข่าวเก่าจริงๆ
"เรื่องจริงแฮะ? แล้วทำไมคุณถึงโดนย้ายไปอยู่สถานีตำรวจเขตควังจินได้ล่ะ?"
"ไอชิ... เรื่องมันยาวครับ ผมดันไปมีเรื่องไม่ลงรอยกับเด็กเส้นของหัวหน้า ทนไม่ไหวเลยเผลอซัดหน้ามันไปทีหนึ่ง ก็เลยต้องระเห็จออกจากหน่วยสืบสวนพิเศษนั่นแหละครับ ครั้งนี้ถ้าไม่ได้ท่านช่วยคืนความยุติธรรม ย้ายผมกลับมาจากฮวาซอง เมียผมคงขอหย่าแน่ๆ!"
หน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ หรือ Wide Area Investigation Unit นั้น จางแทซูรู้จักดี ใครที่ดูซีรีส์เกาหลีบ่อยๆ คงคุ้นหูชื่อนี้ หน่วยนี้เปรียบเสมือนกองปราบปราม เพราะเกาหลีมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก หน่วยนี้จึงสามารถสืบสวนคดีได้ทั่วประเทศ แน่นอนว่าแม้ชื่อหน่วยจะฟังดูเท่และมีอำนาจ แต่หน่วยตำรวจพิเศษนี้ก็ยังต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอัยการอยู่ดี
จางแทซูถือสายรอพลางลังเลใจ เขาคิดทบทวนว่าจะดึงคังดงวอนเข้ามาร่วมทีมสืบสวนดีหรือไม่ ตอนนี้ทีมของเขามีแค่เลขาและเจ้าหน้าที่ธุรการ ขาด "เจ้าหน้าที่สืบสวน" ที่เชี่ยวชาญหน้างานภาคสนาม และคังดงวอนคนนี้ นอกจากข้อเสียเรื่องชอบดื่มเหล้ากับนิสัยขี้เกียจไปบ้าง ดูเหมือนเขาจะเหมาะกับตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนมากที่สุด
แต่การจะรับใครมาเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนคู่ใจของจางแทซูไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีการทดสอบกันหน่อย และภารกิจในการสืบหาความจริงเรื่องอาชญากรรมของนาดงฮวีและพ่อของเขา นาจองแท ดูเหมือนจะเป็นบททดสอบที่เหมาะสมพอดี
จะลองให้โอกาสคังดงวอนดูดีไหมนะ?
จางแทซูตัดสินใจได้ในที่สุด จึงเอ่ยปากว่า
"ถ้าแผลของคุณหายดีพอสมควรแล้ว ก็ออกจากเซฟเฮาส์แล้วมาช่วยงานผมซะ! ผมต้องการให้คุณตามหาตัวคนที่ลอบทำร้ายผมในคืนนั้นให้เจอ ไปสืบมาให้ได้ว่าใครเป็นคนส่งมันมา?"