- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 95 สินสมรสของเจ้าหญิงฮันเท
บทที่ 95 สินสมรสของเจ้าหญิงฮันเท
บทที่ 95 สินสมรสของเจ้าหญิงฮันเท
"พี่คะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่จะรู้เรื่องธุรกิจด้วย!"
ค่ำคืนนั้น หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ ทั้งสองก็เดินเล่นริมแม่น้ำฮันด้วยกัน อีอึนยอนวกกลับมาพูดถึงเรื่องที่จางแทซูแนะนำเมื่อตอนกลางวันอีกครั้ง เกี่ยวกับแนวคิดให้ฮันเทโฮเทลแยกตัวออกมาบริหารจัดการเอง ไม่ต้องพึ่งพาฮันเทกรุ๊ป
"ความจริงผมก็ไม่ได้รู้ลึกหรอกครับ แต่พอมาทำงานในรัฐบาล วิธีคิดก็เลยต้องมองในมุมของภาครัฐโดยปริยาย! พูดกันตามตรง รัฐบาลก็คือบริษัทประเภทหนึ่งเหมือนกัน เก็บภาษีจากประชาชน แล้วก็ให้บริการสาธารณะกลับคืน ถ้าจะมองให้แปลกใหม่หน่อย ก็มองว่ารัฐบาลเป็น 'บริษัทนิติบุคคล' แบบพิเศษก็ได้!"
"พี่คะ เอาจริงๆ นะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องบริหารงานสักเท่าไหร่หรอกค่ะ! โดยเฉพาะโรงแรม คุณพ่อแค่ต้องการให้ฉันลดตัวเลขขาดทุนลงให้ได้ ถ้าทำได้ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์แล้ว! แต่พอได้ฟังคำแนะนำของพี่ ฉันชักจะรู้สึกว่า... ฉันน่าจะทำได้ดีกว่านั้นนะคะ!"
"ฮ่าๆ อย่าชมกันเกินไปเลยครับ ประสบการณ์ค้าขายอย่างเดียวในชีวิตของผม ก็คือตอนเด็กๆ ที่ช่วยแม่ขายปลาหมึกนั่นแหละ! ว่าแต่ทำไมคุณถึงได้รับมอบหมายให้ดูธุรกิจโรงแรมล่ะครับ? ฮันเทกรุ๊ปมีธุรกิจอื่นที่น่าสนใจตั้งเยอะแยะนี่นา?"
"นั่นสินะคะ! แต่ฮันเทอิเล็กทรอนิกส์กับฮันเทเฮฟวี่อินดัสตรีส์ (อุตสาหกรรมหนัก) ต้องส่งต่อให้พี่ชายคนโตค่ะ! ส่วนพี่สาวคนโตได้ฮันเทเท็กซ์ไทล์ (สิ่งทอ) พี่สาวคนรองได้ห้างสรรพสินค้าฮันเท ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฮันเทโฮเทลคงเป็นสินสมรสของฉันในอนาคตค่ะ! แต่พวกเราสามพี่น้องก็มีหุ้นของฮันเทอิเล็กทรอนิกส์ถืออยู่ในมือบ้างนิดหน่อย..."
สมกับเป็นเจ้าหญิงของตระกูลมหาเศรษฐี สินสมรสคือเชนโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเกาหลี เพียงแต่ตอนนี้ฮันเทโฮเทลยังขาดทุนอยู่ อีบยองฮีคงตั้งใจจะใช้ธุรกิจนี้เป็นบททดสอบเพื่อฝึกฝนลูกสาวคนเล็กกระมัง!
จางแทซูได้แอบส่องการแบ่งสมบัติของตระกูลที่รวยที่สุดในเกาหลี ก็อดทึ่งในใจไม่ได้ แต่ทว่า ก่อนที่จะรู้จักกับอีอึนยอน เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอคือเจ้าหญิงแห่งฮันเท
......
ก่อนจะแยกย้ายกัน อีอึนยอนมอบของขวัญที่ซื้อกลับมาจากจีนให้จางแทซู! ของขวัญชิ้นนั้นคือนาฬิกาหรูดีไซน์เรียบหรู จางแทซูรู้จักแค่โรเล็กซ์ พอถามไถ่ดูถึงรู้ว่าเป็นแบรนด์ Chopard (โชพาร์ด) ส่วนราคานั้น... ประมาณ 30 ล้านวอน หรือราวๆ 150,000 หยวน (ประมาณ 7-8 แสนบาท)
"พี่คะ ชอบไหม?"
"ชอบครับ แต่... คงไม่กล้าใส่ไปไหนมาไหนหรอก โดยเฉพาะที่ทำงาน!"
"อ๋อ? อ่า... จริงด้วยสิ ฉันลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย! คราวหน้าฉันจะหาของขวัญที่พี่ใช้งานได้จริงมาให้นะคะ!"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมชอบของขวัญชิ้นนี้มาก แต่ผมคงซื้อของราคาแพงเท่ากันให้เป็นการตอบแทนไม่ได้นะ ถ้าคุณอยากได้อะไรบอกผมได้เลย ผมจะทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงแน่นอน!"
"จริงเหรอคะ? พี่ใจดีที่สุดเลย!"
......
จางแทซูได้รับของขวัญชิ้นเล็กๆ (ในมุมมองของเธอ) จากแฟนสาว แต่มันดันเป็นของขวัญราคาแพงลิบที่เขาไม่อาจหาของราคาเท่าเทียมกันมาคืนให้ได้ อย่างไรก็ตาม พอนึกขึ้นได้ว่าในบัญชีตัวเองยังมีเงินอยู่ไม่น้อย แทซูคิดว่าเขาควรทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบแทนเธอ จึงลองถามหยั่งเชิงดู
"จริงสิ เอาอย่างนี้ไหม ผมซื้อโรงแรมให้คุณสักแห่งดีไหม?"
"เอ๊ะ พี่คะ ทำไมพี่ถึงดีกับฉันเหมือนคุณพ่อเลยล่ะคะ!"
"ไม่ ผมพูดจริงนะ อย่าลืมสิว่าในบัญชีผมยังมีเงินตั้งหมื่นล้านวอน (ประมาณ 300 ล้านบาท) อยู่นะ!"
"อะไรนะ? ไม่ได้นะคะ นั่นมันเงินที่พี่หามาได้ด้วยความยากลำบาก..."
"ยากลำบากอะไรกัน ถ้าคุณไม่พาคุณลุงไปกินข้าวที่ฮันเท ผมจะหาเงินก้อนนี้มาได้ยังไง? ถือว่าได้มาง่ายๆ นั่นแหละ อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่มีเรื่องต้องใช้เงิน เอาไปให้คุณบริหารเล่นๆ ยังดีกว่า!"
......
อีอึนยอนซึ้งใจกับคำพูดของจางแทซูจนพูดไม่ออก เธอจับมือเขาทั้งสองข้าง แล้วโผเข้ากอด ซบหน้าลงกับไหล่ของเขาแน่น
"พี่คะ... พี่ไว้ใจฉันขนาดนี้ ฉันไม่รู้จะทำตัวยังไงถูกเลย!"
"ไม่ต้องกดดันหรอกครับ แค่บริหารให้ดีก็พอ! ความจริงแล้ว... คุณเคยคิดไหม... ถ้าเอาเงินผมไปเปิดโรงแรม ต่อไปเราอาจไม่ต้องมาเจอกันที่สถานีรถไฟใต้ดินทุกสุดสัปดาห์ก็ได้นะ!"
พอได้ยินแบบนั้น อีอึนยอนก็หน้าแดงด้วยความเขินอาย เธอยิ้มแล้วใช้นิ้วจิ้มจมูกแทซูเบาๆ อย่างหยอกล้อ
"พี่คิดจะทำอะไรคะเนี่ย?"
"ฮ่าๆ อย่าคิดลึกสิครับ ความจริงที่เมืองทงแฮมีโฮมสเตย์ริมทะเลเยอะแยะเลย ชาวต่างชาติชอบไปพักกัน แต่... โฮมสเตย์พวกนั้นมันไม่ค่อยเหมาะกับคนมีเงินเท่าไหร่ คุณรู้ใช่ไหมว่าที่กรีซ ริมทะเลอีเจียนมีวิลล่าสวยๆ เยอะมาก!"
"อ๋อ? รู้สิคะ!"
"ที่สเปนก็เหมือนจะมีที่แบบนั้นเยอะเหมือนกัน! ผมเคยเห็นแต่ในทีวี ไม่เคยไปเองหรอก ผมเลยคิดเล่นๆ ว่า ในเกาหลีจะมีที่แบบนั้นบ้างไหมนะ? เหมือนขุนนางสมัยโบราณ เวลาถูกปลดจากตำแหน่ง ก็จะหนีไปหาความสงบตามป่าเขา มนุษย์เราบางทีก็มีช่วงเวลาที่อยากอยู่เงียบๆ บ้าง แต่ถ้าช่วงเวลานั้นไม่ได้พักในรีสอร์ทหรู แต่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โหยหา มันจะเป็นยังไงนะ?"
......
พอได้ฟังจางแทซูบรรยาย อีอึนยอนก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อ
นั่นคือการสร้างโรงแรมในแบบที่ "แม้แต่ตัวเธอเองก็อยากจะเข้าไปพัก" ไม่เกี่ยงงบประมาณ แต่ต้องมีความสุนทรีย์และกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งดูเหมือนว่าในเกาหลียังไม่มีโครงการโรงแรมแบบนี้จริงๆ
"ไม่ใช่แค่หายากนะคะ แต่ไม่มีเลยต่างหากในเกาหลี!"
ชั่วขณะหนึ่ง อีอึนยอนเหมือนจะมองเห็นช่องว่างทางการตลาด รอยยิ้มจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที
......
จางแทซูและอีอึนยอนเดินคุยกันริมแม่น้ำฮันจนดึกดื่น โดยไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งอีอึนยอนเอ่ยปากขอตัว
"พี่คะ ฉันคงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ต้องกลับแล้วค่ะ!"
"อ้อ ขอโทษทีครับ เพราะผมแท้ๆ เลยทำให้คุณต้องอยู่ข้างนอกนานขนาดนี้!"
"ไม่เป็นไรค่ะ! เดี๋ยวฉันโทรให้พ่อบ้านมารับก็พอแล้ว! พี่คะ ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ อย่าทำงานหนักจนเจ็บตัวอีกนะ!"
"ฮ่าๆ รู้แล้วครับ ผมจะระวังตัว!"
......
แทซูยืนรอเป็นเพื่อนอึนยอนจนกระทั่งพ่อบ้านขับรถมารับ ทั้งสองร่ำลากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ก่อนจะแยกย้ายกันไป
เมื่อจางแทซูนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ทันทีที่ก้าวเข้าห้อง ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น!
"ใครครับ? มาส่งพัสดุเหรอครับ?"
จางแทซูเดินไปที่ประตูด้วยความสงสัย แต่เหตุการณ์คราวที่แล้วทำให้เขายังระแวงอยู่ จึงส่องดูผ่านตาแมวก่อน ก็พบว่าเป็นนัมซูฮยอนและเพื่อนๆ ของเธอจากห้องข้างๆ นั่นเอง
จางแทซูจึงเปิดประตูด้วยความโล่งใจ
"เซอร์ไพรส์! ท่านอัยการ ยินดีด้วยที่หายดีแล้วนะคะ!"
"พวกเรารอพี่ทั้งคืนเลย ทำไมเพิ่งกลับมาคะเนี่ย!"
"ซูฮยอนนะ พอได้ยินเสียงลิฟต์ทีไรก็วิ่งมาเปิดประตูดูตลอด พี่นี่ไม่รู้ใจเธอเลยจริงๆ!"
......
"พวกเธอนี่! อย่าพูดมั่วๆ สิ ก็ไหนตกลงกันว่าจะมาเยี่ยมโอปป้าเฉยๆ ไง?"
พอโดนเพื่อนซี้เผาซึ่งหน้า ซูฮยอนก็รีบปฏิเสธพัลวัน