เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 ยื่นฟ้องต่อศาล

บทที่ 86 ยื่นฟ้องต่อศาล

บทที่ 86 ยื่นฟ้องต่อศาล


จางแทซูและชิมฮโยยอนเดินทางมาถึงศาลแขวงกลางกรุงโซล ที่นี่เป็นหน่วยงานที่ต้องประสานงานกับสำนักงานอัยการกลางกรุงโซลต้นสังกัดของจางแทซูอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่จางแทซูได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้

หลังจากจอดรถไว้ด้านนอก จางแทซูและชิมฮโยยอนก็เดินขึ้นบันไดหน้าศาลและก้าวเข้าไปในศาลแขวงกลางกรุงโซลด้วยฝีเท้าที่กระฉับกระเฉง

ในสายตาคนนอก งานของอัยการอาจดูเหมือนแค่การส่งตัวคนร้ายไปขึ้นศาล และยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด

แต่ในความเป็นจริง อำนาจของอัยการไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกำกับดูแลการทำงานของตำรวจเท่านั้น แม้แต่ศาล เรือนจำ และสถานกักกัน ก็อยู่ภายใต้อำนาจการกำกับดูแลของอัยการเช่นกัน

ดังนั้น ระหว่างจางแทซูกับศาลแขวงกลางกรุงโซลจึงไม่มีความสัมพันธ์แบบเจ้านายลูกน้อง หากจะบอกว่ามีความสัมพันธ์กัน ก็คงเป็นในลักษณะที่เขาเป็นฝ่ายกำกับดูแลการทำงานของศาลเสียมากกว่า

อาจเป็นเพราะจางแทซูมาที่ศาลเป็นครั้งแรก เจ้าหน้าที่ที่นี่เลยไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร กลับกันทุกคนดูจะคุ้นเคยกับชิมฮโยยอนเป็นอย่างดี ชิมฮโยยอนเดินไปที่จุดประชาสัมพันธ์ แจ้งความประสงค์ เจ้าหน้าที่ก็ชี้ทางให้ไปที่ห้องทำงานของผู้พิพากษาที่รออยู่ด้านใน

ชิมฮโยยอนกล่าวขอบคุณ แล้วพาจางแทซูขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของผู้พิพากษาที่ชั้นบน!

ผู้พิพากษาเจ้าของคดีนาดงฮวีมีชื่อว่า กงแจซอก อายุราว 50 ปี เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง เขาก็ลุกขึ้นต้อนรับทันที ชิมฮโยยอนจึงแนะนำจางแทซูให้เขารู้จัก

"ต้องขอโทษด้วยนะคะ สัปดาห์หน้าก็จะเปิดศาลแล้วแท้ๆ ยังมารบกวนท่านเวลานี้! อ้อ ท่านนี้คืออัยการจางแทซูของเราค่ะ!"

"เอ๊ะ ท่านอัยการเหรอครับ!"

กงแจซอกหันไปมองจางแทซู เมื่อกี้เขานึกว่าจางแทซูเป็นผู้ช่วยของชิมฮโยยอนเสียอีก ใครจะไปนึกว่าเป็นถึงอัยการ แถมยังหนุ่มขนาดนี้ น่าอิจฉาจริงๆ!

ในเกาหลี แม้อาชีพผู้พิพากษาจะเป็นที่น่าอิจฉา แต่ในฐานะข้าราชการ กงแจซอกรู้ซึ้งดีว่าระหว่างทำงานในสำนักงานอัยการกับทำงานในศาล ที่ไหนมีอำนาจที่แท้จริงมากกว่ากัน

แม้สำนักงานอัยการจะส่งสำนวนคดีมาให้ตัดสินแทบทุกสัปดาห์ แต่อย่าลืมว่าอัยการมีอำนาจตรวจสอบศาล ดังนั้นในการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาแทบจะคล้อยตามอัยการเสมอ หลักการนี้เหมือนกันทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี ว่ากันว่าอัตราการตัดสินลงโทษในญี่ปุ่นสูงถึง 99.9% ซึ่งตัวเลขในเกาหลีก็แทบไม่ต่างกัน

ส่วนทนายความปากตะไกรทองที่ว่าความช่วยให้จำเลยพ้นผิดได้อย่างปาฏิหาริย์ในทีวีนั้น ในความเป็นจริงมีอยู่แค่ในละครเท่านั้นแหละ ทนายความส่วนใหญ่ทำได้แค่ต่อรองกับอัยการ เช่น จะจำคุก 5 ปีหรือ 3 ปี? ค่าปรับ 10 ล้านวอนหรือ 5 ล้านวอน? ก็แค่นั้นเอง!

เนื่องจากเป็นการพบกันครั้งแรก จางแทซูและกงแจซอกจึงทักทายปราศรัยกันพอเป็นพิธี ก่อนที่บทสนทนาจะเข้าสู่เรื่องงาน ชิมฮโยยอนเห็นได้จังหวะจึงหยิบคำร้องใหม่สองฉบับออกจากกระเป๋าเอกสาร

"ท่านผู้พิพากษากงคะ นี่คือหลักฐานใหม่ในคดีเมาแล้วขับของนาดงฮวีค่ะ! หลักฐานสองชิ้นนี้สามารถหักล้างหลักฐานที่ทนายของนาดงฮวียื่นต่อศาลก่อนหน้านี้ได้ค่ะ!"

ชิมฮโยยอนพูดพลางหยิบโน้ตบุ๊กออกมา จากนั้นก็เปิดวิดีโอจากกล้องติดตัวของจ่าคังดงวอนให้ผู้พิพากษากงดูต่อหน้า

แม้ภาพจะสั่นไหวไปบ้าง แต่บทสนทนาชัดเจนแจ่มแจ้ง กงแจซอกตั้งใจดู ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที เขาก็ได้ยินเสียงตำรวจชัดเจน โดยตำรวจระบุเจตนาในการขอตรวจวัดแอลกอฮอล์กับผู้ต้องสงสัยนาดงฮวีอย่างถูกต้อง และขอความร่วมมือจากเขา

เมื่อดูวิดีโอถึงตรงนี้ ก็ถือว่าหักล้างข้ออ้างของทนายนาดงฮวีก่อนหน้านี้ได้อย่างสิ้นเชิง และนี่คือหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้

"อ่า... ดูท่าคุณชายนาดงฮวีจะรอดยากซะแล้ว! นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะกล้าสร้างพยานหลักฐานเท็จ!"

"ท่านผู้พิพากษากงครับ นี่เป็นแค่หลักฐานชิ้นแรก ส่วนอีกชิ้นคือคำให้การใหม่จากร้านอาหารครับ พนักงานร้านที่ดูแลนาดงฮวีในคืนนั้นอ้างว่า หลังเกิดเหตุไม่กี่วัน มีชายที่อ้างว่าเป็นคนของ ส.ส. นา มาที่ร้าน ขอให้พวกเขากลับคำให้การ โดยให้บอกว่าคืนนั้นลืมเตือนนาดงฮวีว่าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์! แต่ความจริงคือ คืนนั้นนาดงฮวีไม่ได้ดื่มแค่เครื่องดื่มของทางร้าน แต่ยังเอาวิสกี้และสาเกมาเอง แถมยังสั่งเบียร์ในร้านเพิ่มด้วย! พนักงานเสิร์ฟเดินเข้าไปกี่รอบก็เห็นเขานั่งดื่มอย่างสนุกสนาน ผมอัดเสียงคำให้การนี้ไว้แล้วครับ"

จางแทซูพูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดไฟล์เสียงบทสนทนาที่บันทึกไว้ตอนไปสอบปากคำพนักงานที่ร้านให้ผู้พิพากษากงฟัง

หลักฐานทั้งสองชิ้นหนักแน่นชัดเจน ต่อให้ทนายของนาดงฮวีจะเก่งแค่ไหน ก็คงยากที่จะหักล้างหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้

เมื่อเห็นหลักฐานใหม่ที่ไม่อาจโต้แย้งได้ สีหน้าของผู้พิพากษากงก็เคร่งเครียดและนิ่งเงียบไปนาน เพราะเขารู้ตัวแล้วว่าถูกผู้ต้องสงสัยปั่นหัวเข้าให้แล้ว ซึ่งทำให้เขาโกรธมาก แต่ในฐานะผู้พิพากษา สิ่งที่เขาทำได้มีจำกัด!

"เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ทั้งสองท่านฝากหลักฐานใหม่ไว้ที่ผม ผมจำเป็นต้องแจ้งทนายฝั่งจำเลยเรื่องหลักฐานใหม่นี้ก่อนเปิดศาล! ผมจะให้เวลาพวกเขา 3 วัน อีก 3 วันเราจะเปิดการไต่สวนตามกำหนด!"

ทำไมต้องแจ้งทนายผู้ต้องสงสัย? นี่เป็นขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นธรรม ทั้งผู้ต้องสงสัยและอัยการต้องรับรู้รายละเอียดของคดีอย่างเท่าเทียม ด้วยเหตุนี้ หลักฐานทุกชิ้นจึงต้องส่งมาที่ศาลก่อนวันพิจารณาคดี เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวสำหรับการฟ้องร้องหรือแก้ต่าง

จางแทซูไม่มีข้อขัดแย้งในจุดนี้ เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้พิพากษากง จากนั้นจึงลุกขึ้นโค้งคำนับลาพร้อมกับชิมฮโยยอน

เมื่อทั้งสองเดินออกมาจากศาลแขวงกลางกรุงโซล ทั้งชิมฮโยยอนและจางแทซูต่างรู้สึกโล่งอก แต่จางแทซูรู้อยู่แก่ใจว่า เรื่องตรงหน้านี้เป็นเพียงแค่ "อาหารเรียกน้ำย่อย" การต่อสู้ที่แท้จริงคือศึกระหว่างเขากับ ส.ส. นาจองแท และศึกครั้งนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!

จบบทที่ บทที่ 86 ยื่นฟ้องต่อศาล

คัดลอกลิงก์แล้ว