- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 79 จ่าคังผู้ถูกเนรเทศ
บทที่ 79 จ่าคังผู้ถูกเนรเทศ
บทที่ 79 จ่าคังผู้ถูกเนรเทศ
เช้าวันรุ่งขึ้น จางแทซูไม่ได้ไปทำงานตามปกติเหมือนทุกวัน เพราะเขาต้องแวะไปรับรถคันใหม่ที่โชว์รูม
หลังจากรอคอยมาหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดรถคันใหม่ของแทซูก็มาถึง ต่อไปนี้ขอบเขตการเดินทางของเขาก็จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงโซลอีกต่อไป!
แม้ระบบรถไฟใต้ดินของโซลจะค่อนข้างสะดวกสบาย แต่หากต้องเดินทางไปยังเมืองรอบนอก การใช้รถยนต์ส่วนตัวย่อมสะดวกกว่า จางแทซูขับรถคันใหม่ออกมา แต่เขาไม่ได้ขับไปอวดโฉมที่สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลโดยตรง เขาเลือกที่จะขับรถกลับไปเก็บที่บ้านก่อน จากนั้นจึงนั่งรถไฟใต้ดินไปทำงานเหมือนปกติ
เมื่อจางแทซูมาถึงห้องทำงาน เขาเรียกอิมจีฮโยเข้ามาสั่งงานให้นำเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับคดีของนาดงฮวีกลับมาวางไว้ที่ห้องทำงานของเขา จากนั้น เขาก็ค้นหาข้อมูลติดต่อของ 'จ่าคัง' อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ปรากฏในหลักฐานเพิ่มเติมจากกองเอกสารเหล่านั้น
จางแทซูต่อสายโทรศัพท์ออกไป แต่ผลปรากฏว่าคนที่รับสายปลายทางไม่ใช่จ่าคังที่เขาต้องการคุยด้วย เขาจึงรีบสอบถามถึงที่อยู่ของจ่าคัง จนได้รับคำตอบจากเพื่อนร่วมงานของจ่าคังว่า คนที่เขาตามหาถูกย้ายไปประจำการที่เมืองฮวาซองแล้ว
เมืองฮวาซอง เป็นเขตการปกครองหนึ่งในจังหวัดคยองกี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของโซล ติดกับทะเล แม้จะอยู่ไม่ไกลจากโซลนัก แต่ที่นี่เป็นเมืองเกษตรกรรม ในสายตาของคนโซลแล้ว เมืองฮวาซองก็คือบ้านนอกดีๆ นี่เอง
พอรู้ว่าคนที่อยากเจอไม่อยู่ที่สถานีตำรวจแล้ว จางแทซูก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ดูเหมือนคู่ต่อสู้จะมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วกว่าที่เขาคิดไว้มาก แต่ถ้ามีลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้ พวกคนใหญ่คนโตเหล่านั้นก็คงประเมินความมุ่งมั่นในการสืบคดีของอัยการต่ำเกินไปแล้ว
หลังจากสอบถามพิกัดปัจจุบันของจ่าคังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นจนได้ความ จางแทซูก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องไปพบตำรวจที่ถูกสั่งย้ายผู้นี้ด้วยตัวเองให้ได้
เขาจึงวางหูโทรศัพท์ แล้วเดินตรงออกจากห้องทำงาน ไปสั่งการกับอิมจีฮโยว่าเขาต้องไปราชการที่เมืองฮวาซอง ช่วงสองสามวันนี้ให้ทุกคนจัดการตารางงานกันเองได้เลย เมื่อสั่งงานเสร็จเรียบร้อย จางแทซูก็ตรงดิ่งไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน เบิกรถราชการของสำนักงานอัยการกลางกรุงโซล แล้วขับออกไปทันที
ระยะทางจากโซลไปฮวาซองประมาณ 80 กิโลเมตร หากทำความเร็วได้ดี ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึง จางแทซูจึงเดินทางมาถึงฮวาซองก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เมื่อเขามาถึงสถานีตำรวจตามพิกัดที่ได้มา ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน ก็พบว่าเจ้าหน้าที่คนอื่นเลิกงานกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงชายในชุดเครื่องแบบคนหนึ่งกำลังนอนเอกเขนกสูบบุหรี่อยู่บนโซฟาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
"ขอโทษครับ! ไม่ทราบว่าจ่าคังที่เพิ่งย้ายมาจากโซลอยู่ที่ไหนครับ?"
"หือ? คุณมาหาผมเหรอครับ? เรารู้จักกันด้วยเหรอ?"
ชายที่กำลังสูบบุหรี่ได้ยินดังนั้น ก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย ก่อนจะคว้าถุงเท้าที่วางกองอยู่บนโต๊ะรับแขกมาสวมด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย
"คุณคือจ่าคังดงวอนใช่ไหมครับ? ผมอัยการจางแทซู จากสำนักงานอัยการกลางกรุงโซล มีเรื่องอยากจะสอบถามเกี่ยวกับคดีเมาแล้วขับของนาดงฮวีสักหน่อย ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณสะดวกไหมครับ?"
"อ่า? อ้อ... สะดวกครับ สะดวกแน่นอน!"
......
ด้วยเหตุนี้ คังดงวอนที่สวมรองเท้าเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกจากสถานีตำรวจมาพร้อมกับจางแทซู เมื่อทั้งคู่ขึ้นมาบนรถ จางแทซูถามด้วยความเกรงใจว่า
"คุณไม่ได้เข้าเวรอยู่ใช่ไหมครับ? ถ้าเป็นไปได้ เราไปหาที่ดื่มกันสักหน่อยดีไหมครับ!"
"เปล่าครับ ผมเพิ่งถูกย้ายมา เลยยังหาที่พักไม่ได้! ความจริงผมกะว่าจะรออีกสักพัก แล้วค่อยออกไปหาโรงแรมแถวๆ นี้ซุกหัวนอนน่ะครับ!"
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีภารกิจติดพัน จางแทซูก็เบาใจ ธรรมเนียมคนเกาหลีก็เหมือนคนจีน เวลาจะคุยธุระสำคัญมักชอบไปคุยกันบนโต๊ะเหล้า แม้จางแทซูจะไม่เคยรู้จักกับจ่าคังดงวอนมาก่อน แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะไปนั่งดื่มด้วยกัน รอให้คุ้นเคยกันสักนิด แล้วค่อยเริ่มคุยเรื่องจริงจังก็ยังไม่สาย
การพาตำรวจรุ่นเก๋าแบบนี้ไปทานข้าว ไม่มีร้านไหนจะเหมาะไปกว่าร้านหมูย่างหรือร้านขาหมูจกบัลอีกแล้ว เนื่องจากทั้งคู่ไม่คุ้นเคยพื้นที่เมืองฮวาซอง จึงขับรถวนดูอยู่สองสามบล็อก จนเจอร้านหมูสามชั้นย่างที่ดูเงียบสงบร้านหนึ่ง แล้วจึงเดินเข้าไปด้วยกัน
ทั้งสองสั่งกับแกล้มมาสองสามอย่าง ทางร้านยกเตาถ่านมาตั้งไฟให้ลุกโชน เมื่อหมูสามชั้นจานใหญ่ถูกยกมาเสิร์ฟ จางแทซูหยิบที่คีบ คีบหมูสามชั้นทั้งชิ้นวางลงบนตะแกรงย่าง จากนั้นจึงยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับคังดงวอน
"อ่า... ไอชิ... นึกไม่ถึงเลยว่าคนแรกที่อุตส่าห์ดั้นด้นจากโซลมาเยี่ยมผม จะกลายเป็นท่านอัยการไปได้!"
"ต้องขอโทษด้วยครับ ความจริงผมควรจะมาขอคำปรึกษาจากคุณตั้งนานแล้ว แต่พอดีติดธุระบางอย่าง... เกี่ยวกับเรื่องคำให้การใหม่ในคดีเมาแล้วขับของนาดงฮวี..."
"ไอชิ... ก็เพราะไอ้เรื่องเวรตะไลนั่นแหละครับ ผมถึงโดนเด้งมาอยู่ที่นี่!"
"อะไรนะครับ? ทำไมล่ะครับ?"
"ข้อหาละเมิดขั้นตอนการสอบสวน ไม่แจ้งผู้ต้องหาให้ทราบทันทีว่าจะทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์... ไอชิ... ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด!"
"คุณกำลังจะบอกว่า หลักฐานที่ทนายฝ่ายนั้นยื่นมาเป็นของปลอมใช่ไหมครับ?"
"ฮ่าๆ พูดตามตรงนะครับ ตอนนี้ผมปลงแล้ว ชาตินี้ก่อนเกษียณคงไม่ได้กลับโซลแน่! แต่ผมไม่เข้าใจว่าจุดประสงค์ที่ท่านมาวันนี้คืออะไร? คงไม่ได้มาเช็คดูว่าผมจะรูดซิปปากสนิทดีหรือเปล่าหรอกใช่มั้ยครับ?"
"เปล่าครับ ผมแค่อยากรู้ว่า ใครมันอิทธิฤทธิ์เยอะขนาดที่สามารถบิดเบือนหลักฐานที่ตำรวจส่งให้สำนักงานอัยการได้หน้าตาเฉยแบบนี้!"
"ฮ่าๆ จะมีใครอีกล่ะครับ! ก็ไอ้พวกคนใหญ่คนโตพวกนั้นนั่นแหละ ท่านไม่ใช่คนแรกที่มาถามผมเรื่องนี้หรอกนะ ความจริงก่อนหน้านี้มีคนมาหาผม แล้วก็เอาไฟล์สำเนาไปแล้วชุดหนึ่ง!"
"สำเนา? สำเนาอะไรครับ?"
"ก็วิดีโอจากกล้องติดตัว ที่บันทึกภาพตอนผมจับกุมนาดงฮวีในคืนเกิดเหตุไงครับ! ก่อนหน้านี้มีนักข่าวคนหนึ่งมาหา ผมก็เลยมอบสำเนาให้เขาไปแล้ว"
"นักข่าว? นักข่าวคนนั้นชื่อโกซังอูหรือเปล่าครับ?"
"อ่า... ชื่อผมจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่เขาให้นามบัตรผมไว้ใบหนึ่งครับ!"
คังดงวอนพูดจบก็ล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมา คุ้ยหาในกองใบเสร็จและบัตรต่างๆ จนเจอนามบัตรของนักข่าวโก
"ผมนึกว่าพอหมอนั่นสัมภาษณ์ผมเสร็จ จะรีบเอาข่าวไปลงทันทีซะอีก ใครจะไปรู้ว่าผ่านไปตั้งหลายวันแล้วยังเงียบกริบไม่มีความเคลื่อนไหวเลย!"
"อ่า... อย่าไปหวังเลยครับ นักข่าวเขาไม่มาเรียกร้องความยุติธรรมให้คุณหรอก! ถ้าอยากจะแก้ปัญหานี้ มันต้องพึ่งอัยการอย่างผมต่างหากล่ะครับ!"
พูดจบ จางแทซูก็ยกแก้วขึ้นชนกับคังดงวอน แล้วกระดกโซจูเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว!