- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 62 แผนอุบายของจางแทซู
บทที่ 62 แผนอุบายของจางแทซู
บทที่ 62 แผนอุบายของจางแทซู
หลังจากจางแทซูส่งโอจีฮุนกลับไป เขามองดูหลักฐานที่โอจีฮุนนำมาให้ แล้วอดรำพึงในใจไม่ได้ คนรวยนี่มันมีอิทธิฤทธิ์บันดาลได้ทุกสิ่งจริงๆ!
วันนั้น เขาแค่พูดเปรยๆ ชี้โพรงให้กระรอกแก่โอจีฮุนเพียงนิดเดียว นึกไม่ถึงว่าพอกลับไป เจ้านั่นจะสามารถเกลี้ยกล่อมลูกความให้ทำเรื่องนี้ได้สำเร็จจริงๆ แต่นาจองแทคงไม่รู้หรอกว่า ในเวลานี้จางแทซูกับเขา กำลังอยู่ในสถานะศัตรูกัน!
จางแทซูมองหลักฐานในมือ จากนั้นก็หันหลังเดินไปที่ตู้เซฟอย่างเงียบๆ แล้วหยิบแฟ้มคดีของนาดงฮวีที่เก็บซ่อนไว้ออกมา
เดิมทีแฟ้มนี้ถูกส่งมาพร้อมกับคดีเมาแล้วขับอื่นๆ อีก 6 คดี ในตอนนั้นจางแทซูรู้สึกว่าถ้าส่งแฟ้มนี้ให้ผู้พิพากษาไปดื้อๆ มันน่าเสียดายแย่
เขาจึงแอบดึงแฟ้มนี้ออก แล้วเก็บล็อกไว้ในตู้เซฟ เฝ้ารอเงียบๆ ให้แฟ้มนี้ "บ่มได้ที่" เหมือนกิมจิหรือเนื้อฮันอู รอจนกว่าจังหวะเวลาที่เหมาะสมมาถึงค่อยงัดออกมาใช้!
และตอนนี้ ดูเหมือนแฟ้มนี้จะมีที่ให้แสดงอิทธิฤทธิ์แล้ว แต่เขายังต้องการใครสักคน คนที่เหมาะสม ที่จะนำข้อมูลนี้ไปส่งให้ถึงมือคนที่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างถูกต้อง
จางแทซูพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วคิดว่าคนคนนั้นน่าจะเป็นฮาจินวอน
เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่น 2G เครื่องนั้นออกมา แล้วแอบส่งข้อความหาฮาจินวอน นัดเจอที่ร้านหมูย่างในเขตซอโชคืนนี้
หลังจากส่งข้อความไปประมาณหนึ่งนาที ก็ได้รับข้อความตอบรับจากปลายสาย จางแทซูจึงลุกขึ้นยืนเงียบๆ เขาเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่โอจีฮุนให้มา พร้อมกับเอกสารที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ใส่ลงในกระเป๋าเอกสาร จากนั้นมองดูเวลาบนผนัง พอใกล้เวลาเลิกงาน เขาก็หยิบเสื้อคลุมและกระเป๋าเอกสาร เดินออกจากสำนักงานอัยการกลางกรุงโซลเพียงลำพัง
ระหว่างทาง จางแทซูโบกเรียกแท็กซี่ แล้วตรงดิ่งไปยังร้านหมูย่างร้านเดิม เมื่อใกล้ถึง เขาลงรถก่อนถึงจุดหมายสองสามแยก แล้วเดินเท้าต่อมาที่ร้านอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ผลักประตูเดินเข้าไปในร้าน เขาก็เห็นฮวางดงฮุนนั่งอยู่ตรงนั้น กำลังใช้ที่คีบพลิกหมูสามชั้นชิ้นโตบนเตาถ่านเหมือนคราวก่อน
"ท่านอัยการดูเหมือนจะมาช้าหน่อยนะครับ แต่ก็พอดีเลย เนื้อกำลังสุกได้ที่ เชิญนั่งทานด้วยกันสิครับ!"
"ทำไมคุณถึงมาด้วย? ผมจำได้ว่าผมโทรหาลูกน้องคุณนี่!"
"อ่า!"
สิ้นเสียงคำถาม ฮวางดงฮุนก็ลุกพรวดขึ้น แล้วซัดหมัดเข้าที่หน้าของฮาจินวอนเต็มแรง ฮาจินวอนที่ไม่ทันตั้งตัวกับสถานการณ์กะทันหัน เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง จากนั้นก็เอามือกุมหน้า แล้วก้มหัวลงเงียบๆ ราวกับเด็กทำความผิดที่กำลังขอขมาฮวางดงฮุน
"วันหลังมีธุระอะไร ท่านอัยการสั่งผมโดยตรงได้เลยครับ! เพราะผมต่างหากที่เป็นลูกน้องท่าน! ส่วนลูกน้องของผม ท่านแกล้งทำเป็นไม่รู้จักไปเถอะครับ เพราะพวกมันทำได้แค่เรื่องที่ผมสั่งเท่านั้น!"
"ไอชิ... คุณคิดว่าตอนนี้เงินมันลอยเข้ากระเป๋าเราอย่างปลอดภัยแล้วหรือไง? วันนี้ที่คุณนาจองแทออกมาพูดออกทีวี คุณไม่ได้ดูเหรอ? ไอชิ... ยังจะมีอารมณ์มาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้อีก!"
"ขอโทษครับ ผมแค่กลัวท่านจะลืมว่าคนที่ร่วมมือกับท่านคือผม!"
"ช่างเถอะ ในเมื่อคุณมาแล้ว จะพูดกับคุณก็เหมือนกัน! ตอนนี้แผนการมาถึงจุดวิกฤตแล้ว เราจะปล่อยให้นาจองแทและสหภาพแรงงานแทรกแซงต่อไปไม่ได้! แต่พอดีเลยที่เขามีจุดอ่อนอยู่ในมือผม!"
จางแทซูพูดพลางเลื่อนเก้าอี้นั่งลง ฮวางดงฮุนเห็นดังนั้นรีบเปิดขวดโซจูรินให้เขาจนเต็มแก้ว แทซูยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดอย่างคุ้นเคย จากนั้นจึงเปิดกระเป๋าเอกสาร หยิบแฟ้มที่นำมาจากสำนักงานอัยการกลางออกมา
"นี่คือแฟ้มคดีที่ผมบังเอิญได้มา นาดงฮวี ลูกชายของนาจองแท เพิ่งถูกตำรวจจับข้อหาเมาแล้วขับเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาถูกกักตัวอยู่แค่คืนเดียว ทนายก็มารับตัวกลับไป! ตามหลักแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แม้ตามกฎหมายโทษสูงสุดจะจำคุก 3 ปี แต่ผมเชื่อว่าด้วยอิทธิพลของ ส.ส. นา ไอ้เด็กนี่คงไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว! ผมเลยยังไม่ส่งสำนวนคดีนี้ขึ้นไป!"
"แต่หลังจากนั้น ทนายของเขามาหาผม หวังให้ผมช่วยลดหย่อนโทษ ตอนนั้นผมคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสดี เพราะถ้าแค่เมาแล้วขับ มันเป็นจุดอ่อนที่เล็กน้อยเกินไปที่จะเอาไปขู่คนอย่างนาจองแท! ผมเลยยุให้ทนายของเขา ไปช่วยหาหลักฐานเพิ่มเติมมาให้หน่อย และตอนนี้หลักฐานพวกนั้นก็อยู่ในมือผมแล้ว!"
"หลักฐานเพิ่มเติม?"
"ใช่ครับ! ข้อหาเมาแล้วขับยังไงก็ล้างไม่ออก! แต่ถ้าอยากจะล้างจริงๆ ก็ไม่ใช่ไม่มีวิธี ขอแค่พิสูจน์ได้ว่าดื่มเหล้าเข้าไปโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าตอนนั้นตำรวจกำลังตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ นึกว่าตำรวจเรียกตรวจเรื่องอื่นก็พอแล้ว!"
"เดี๋ยวนะครับ ผมฟังแล้วงงๆ! ท่านไปสอนพวกมันแบบนั้น พวกมันก็พ้นผิดสิครับ! แล้วท่านจะเอาหลักฐานพวกนี้มาทำไม?"
"นี่คุณลืมที่ผมพูดไปเมื่อกี้แล้วเหรอ? ข้อหาเมาแล้วขับน่ะเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่การสร้างพยานหลักฐานเท็จต่างหากที่ร้ายแรงกว่า! และถ้ามีการใช้อำนาจบาตรใหญ่ในฐานะ ส.ส. ไปข่มขู่ตำรวจหรือพนักงานร้านอาหาร ให้กลับคำให้การ เพื่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมล่ะ? เรื่องมันจะไม่ยิ่งร้ายแรงไปกันใหญ่เหรอ?"
ฮวางดงฮุนได้ยินดังนั้น ถึงกับสูดหายใจเฮือก นึกไม่ถึงเลยว่าจางแทซูจะวางกับดักล่อนาจองแทไว้ตรงนี้
จริงด้วย! ข้อหาเมาแล้วขับ ถึงจะร้ายแรงยังไงก็เป็นเรื่องที่นาดงฮวีทำคนเดียว แต่การปลอมแปลงพยานหลักฐาน ถ้าไม่มีท่าน ส.ส. นา คอยช่วย ใครมันจะไปทำได้?
ทันทีที่มีคนแฉเรื่องนี้ออกไป นาจองแทคงเจอปัญหาใหญ่แน่
ฮวางดงฮุนคิดได้ดังนั้น ก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกว่า การร่วมมือกับอัยการนี่มันน่ากลัวจริงๆ
"เรื่องที่เหลือต้องพึ่งคุณแล้ว คุณต้องช่วยผมทำเรื่องหนึ่ง! เอาหลักฐานเท็จสองชุดนี้ หาทางส่งไปให้ถึงมือคนที่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างแนบเนียน!"
"ใครครับ? ท่านอยากให้ผมเอาหลักฐานไปให้ใคร?"
"คุณไม่อ่านหนังสือพิมพ์เหรอ? แผนกข่าวการเมืองของหนังสือพิมพ์โชซอนอิลโบน่ะ รู้จักไหม? นักข่าวที่นั่นเชี่ยวชาญเรื่องการเกาะติดประเด็นร้อนทางการเมือง แล้วนาจองแทก็สร้างภาพลักษณ์มาดีตลอดหลายปี คนจำนวนมากคิดว่าเขาจะได้เข้าคณะรัฐมนตรีสักวัน ดีไม่ดีเลือกตั้งครั้งหน้าอาจได้เป็นรัฐมนตรี! คุณคิดว่าจังหวะนี้ ถ้านักข่าวได้เบาะแสว่าเขาปลอมแปลงหลักฐานเพื่อช่วยลูกชายให้พ้นผิด นักข่าวพวกนั้นจะทำยังไง?"
"นี่มัน..."
"ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องให้หลักฐานละเอียดมาก แค่บอกใบ้นิดหน่อยก็พอ ผมเชื่อว่าพวกนั้นมีวิธีสืบหาความจริงกันเองได้แน่!"