- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 46 ทรงผมใหม่ของนัมซูฮยอน
บทที่ 46 ทรงผมใหม่ของนัมซูฮยอน
บทที่ 46 ทรงผมใหม่ของนัมซูฮยอน
"ท่านอัยการคะ นี่คือสำนวนคดีของนาดงฮวี และคำฟ้องที่พวกเราเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ!"
หลังจากโอจีฮุนกลับไป จางแทซูก็เรียกเลขาอิมจีฮโยเข้ามาทันที สั่งให้เธอไปค้นคดีของนาดงฮวีออกมา ไม่ถึงยี่สิบนาที อิมจีฮโยก็นำเอกสารที่จางแทซูต้องการมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน
"อ่า วางไว้ตรงนี้แหละ!"
จางแทซูรับคำ จากนั้นอิมจีฮโยก็หันหลังเดินออกจากห้องไป เมื่อเธอออกไปแล้ว จางแทซูจึงค่อยๆ หยิบบันทึกของตำรวจขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
เหตุเมาแล้วขับเกิดขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตอนนั้นตำรวจตั้งด่านตรวจแถวมหาวิทยาลัยคอนกุก เพื่อสุ่มตรวจรถที่สัญจรไปมา ช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน ตำรวจพบรถลัมโบร์กินีขับมาด้วยความเร็วเกินกำหนด จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ
คนขับรถในตอนนั้นคือนาดงฮวี ลูกชายของนาจองแท ทั้งสองคนในรถสติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วนแล้ว ตำรวจที่ด่านตรวจสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงขอให้ทั้งสองลงจากรถเพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ แต่นาดงฮวีและยุนแจชอลที่นั่งมาด้วยกัน กลับไม่ยอมลงจากรถตามคำสั่งตำรวจ มิหนำซ้ำยังพยายามจะเร่งเครื่องหนี ตำรวจจึงต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน ควบคุมตัวทั้งสองไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ
เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ คนขับรถคือนาดงฮวี ลูกชายของ ส.ส. นาจองแท ส่วนคนที่นั่งมาด้วยคือยุนแจชอล ลูกชายของประธานยุนแห่งโรงแรมฮันเท เนื่องจากไม่ได้เป็นคนขับ ยุนแจชอลจึงถูกปล่อยตัวไปอย่างรวดเร็ว ส่วนนาดงฮวีถูกกักตัวไว้ที่สถานีตำรวจจนถึงเช้า ทนายความถึงมารับตัวกลับไป
ในบันทึกประจำวันของตำรวจระบุรายละเอียดคดีเมาแล้วขับทั่วไปนี้ไว้อย่างครบถ้วน ดังนั้นหากว่ากันตามตรง จางแทซูเพียงแค่จัดการตามขั้นตอนกฎหมายปกติก็พอแล้ว
แต่ทว่า ญาติของคนใหญ่คนโตอย่างลูกชาย ส.ส. นา หากมีประวัติอาชญากรรมติดตัว อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองได้ ดังนั้นในฐานะทนายความ สำนักงานของโอจีฮุนย่อมไม่ต้องการให้ลูกความต้องติดคุก เรื่องนี้เลยกลายเป็นเรื่องยาก!
สิ่งที่จางแทซูทำได้คือ เลือกบทลงโทษที่เหมาะสมกับผู้ต้องหาภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจ ในเรื่องนี้เขาไม่ได้คิดจะใจไม้ไส้ระกำ ดังนั้นเขาจึงยอมไว้หน้าโอจีฮุนบ้าง
แต่ทว่า ตอนนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของจางแทซู นั่นคือเรื่องที่นาจองแทกว้านซื้อที่ดิน
"ฉันควรฉวยโอกาสนี้ ใช้คดีนี้ปั่นป่วนแผนการกว้านซื้อที่ดินของ ส.ส. นาจองแท ดีไหมนะ?"
เดิมทีแผนนี้ดูมีความเป็นไปได้สูง แต่ทุกอย่างต้องรอจังหวะเวลา อย่างเช่นตอนนี้ จางแทซูยังวางหมากช่วงต้นไม่เสร็จ หากปล่อยให้นาจองแทมีคดีความติดตัวตอนนี้ อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ถ้านาจองแทตัดสินใจถอนตัว อีกฝ่ายอาจบีบให้ฮวางดงฮุนคืนที่ดิน แล้วถ้าเรื่องไปสะดุดตาสื่อมวลชน ตัวเขาเองอาจจะพลอยติดร่างแหไปด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางแทซูจึงตัดสินใจดองคดีนี้ไว้ก่อน รอให้การเข้าซื้อหุ้นฮันเททรานสปอร์ตได้ข้อสรุป แล้วค่อยมาจัดการคดีนี้ก็ยังไม่สาย!
คิดได้ดังนั้น เขาจึงนำเอกสารทั้งหมดเก็บใส่ตู้เซฟทันที
......
"จีฮโย! เข้ามานี่หน่อยครับ!"
พอได้ยินเสียงเรียก อิมจีฮโยก็รีบเข้ามาในห้องทำงาน
"ท่านอัยการมีอะไรให้รับใช้คะ?"
"อืม! เกี่ยวกับคดีของนาดงฮวี ผมคิดว่ายังมีจุดที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม คดีนี้อย่าเพิ่งส่งฟ้อง ฝากไว้ที่ผมก่อนสักพัก ส่วนคดีอื่นๆ ส่งไปที่ศาลได้เลย!"
"รับทราบค่ะ!"
อิมจีฮโยไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงแค่รับคำแล้วออกไปปฏิบัติหน้าที่ จางแทซูรู้สึกพอใจกับผลงานของเลขาคนนี้มาก
......
อาจเป็นเพราะเบื้องบนยังเห็นว่าเขาเป็นมือใหม่ คดีที่ได้รับมอบหมายช่วงนี้เลยมีแต่คดีอาญาง่ายๆ อย่างเมาแล้วขับ แต่คดีพวกนี้จริงๆ แล้วไม่มีความซับซ้อนอะไร ขอแค่กำหนดมาตรฐานการลงโทษได้ และมีเจ้าหน้าที่ธุรการที่ชำนาญการเตรียมเอกสารตามขั้นตอน ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเยอะ
หลังเลิกงาน จางแทซูกลับบ้านตามปกติ แต่เพราะช่วงนี้กังวลเรื่องแผนการใหญ่ จิตใจเลยว้าวุ่น โซจูที่บ้านก็ใกล้หมด พอเลิกงานเขาเลยแวะซูเปอร์มาร์เก็ต กะจะซื้อโซจูและกับแกล้มสักหน่อย!
ที่บ้านยังมีปลาหมึกแห้งมยองแทเหลืออยู่ นี่คือกับแกล้มชั้นเลิศ ดังนั้นจางแทซูแค่ซื้อพวกรามยอนกับสแปมติดไว้เผื่อไม่อยากทำอาหารมื้อเย็นก็พอ แต่แน่นอนว่าโซจูเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
พอซื้อของเสร็จ กำลังจะไปต่อคิวจ่ายเงิน จู่ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง ทักเขาด้วยความประหลาดใจ
"อัยการจาง! นึกไม่ถึงว่าจะมาซื้อของเหมือนกันนะคะ!"
จางแทซูหันไปตามเสียง พบว่าเป็นนัมซูฮยอน เพื่อนบ้านของเขานั่นเอง
วันนี้นัมซูฮยอนดูแตกต่างไปจากปกติมาก เธอทำผมสีทองยาวสลวย ดูมีความงามแบบดิบเถื่อนและโฉบเฉี่ยวเป็นพิเศษ อาจเพราะความสวยที่โดดเด่น ทำให้ผู้ชายรอบข้างอดไม่ได้ที่จะหันมามองเป็นระยะ
"ว้าว... นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะย้อมผม!"
"ใช่ค่ะ! คุณคิดว่าไงบ้างคะ?"
"ความจริงผมว่าแบบเดิมดูดีกว่านะ แต่แบบนี้ก็ทำให้คนจดจำได้ง่ายขึ้น มีเรื่องพิเศษอะไรหรือเปล่าครับถึงเปลี่ยนทรงผม?"
"ใช่ค่ะ! จะบอกข่าวดีให้ทราบค่ะ พวกเรากำลังจะได้เดบิวต์แล้ว!"
"เดบิวต์เหรอ! ยินดีด้วยนะครับ เป็นเกิร์ลกรุ๊ปใช่ไหม? ชื่อวงอะไรครับ? เดี๋ยวผมจะคอยเชียร์!"
"ชื่อวงว่า Blackpeak ค่ะ! ยอดเขาสีดำ!"
"โอ้! ชื่อดูทรงพลังมากเลยครับ! ขอให้การเดบิวต์ราบรื่นนะครับ!"
"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ! แต่ถ้าผลตอบรับแย่ บริษัทอาจจะทิ้งพวกเราไปเลยก็ได้!"
แม้แทซูจะไม่ค่อยรู้เรื่องวงการเกิร์ลกรุ๊ปมากนัก แต่เมื่อมาอยู่ในเกาหลี เขาก็พอรู้กฎเกณฑ์บางอย่าง การเดบิวต์คือบททดสอบสุดท้าย ค่ายเพลงจะไม่ทุ่มทรัพยากรให้กับวงที่ไม่มีอนาคต! ดังนั้นถ้าเดบิวต์แล้วกระแสไม่ดี เพลงแรกของวงอาจกลายเป็นเพลงสุดท้ายก็ได้
พูดไปแล้ว เรื่องนี้ดูจะโหดร้ายยิ่งกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโหมดนรกของเกาหลีเสียอีก ศิลปินเกาหลีค่าตัวน้อยนิด ถ้าไม่ใช่ระดับท็อปสตาร์ ชีวิตความเป็นอยู่ก็แทบไม่ต่างจากพนักงานออฟฟิศทั่วไป เผลอๆ จะแย่กว่าคนธรรมดาด้วยซ้ำ
เพราะไม่ได้สนิทกันมาก จางแทซูจึงไม่กล้าพูดอะไรมากเกินไป แต่วันนี้นัมซูฮยอนในลุคผมทองดูเหมือนมีเรื่องหนักใจ ระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ทำให้ได้รู้เรื่องราวของกันและกันมากขึ้น
"อ้อ จริงสิ ท่านอัยการคะ! เดี๋ยวพี่น้องในวงจะมาฉลองที่ห้องฉัน ถ้าเสียงดังรบกวน ต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะคะ!"
"ไม่ต้องห่วงครับ! ผมรู้ว่าตอนนี้พวกคุณต้องการกำลังใจที่สุด ผมไม่ไปทำตัวเป็นเพื่อนบ้านจอมเรื่องมากในเวลาแบบนี้หรอกครับ!"