เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: นี่คือการดำรงอยู่สูงสุด!

บทที่ 3: นี่คือการดำรงอยู่สูงสุด!

บทที่ 3: นี่คือการดำรงอยู่สูงสุด!


บทที่ 3: นี่คือการดำรงอยู่สูงสุด!

ปฏิกิริยาของหงฟู่กุ่ยนั้นเกินความคาดหมายของซุยเฮ็ง

หลังจากการซักถามเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

ปรากฎว่าหงฟู่กุ่ยเกิดในหมู่บ้านถุรกันดารอันห่างไกล พ่อแม่ของเขาเป็นเกษตรกรที่เช่าที่ดินเพื่อทำกิน อย่างไรก็ตาม เจ้าของที่ดินก็กดขี่พวกเขาอย่างหนัก และเป็นเหตุทำให้ครอบครัวของเขาไม่เคยได้กินอาหารมื้อใหญ่มาก่อน

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อเขาเห็นโจ๊กข้าวสีขาวหอมกรุ่นชามนี้ เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจและนึกถึงพ่อแม่พี่น้องของเขาที่เสียชีวิตลงไป

ซุยเฮ็งเงียบไปเป็นเวลานานเมื่อเขาได้ยินเรื่องนี้ เขาตบไหล่หงฟู่กุ่ยเบาๆ และกล่าวหลังจากที่อีกฝ่ายสงบลง “มากินข้าวก่อนเถอะ”

สุขภาพของหงฟู่กุ่ยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ เขาอยู่ในสภาพที่หิวโซและอารมณ์ของเขาก็กำลังผันผวนอย่างรุนแรง มันเป็นไปได้มากว่าเขาจะเป็นลมเพราะความคิดที่วุ่นวาย

“ขอบพระคุณท่านเซียน” หงฟู่กุ่ยขอบคุณเขาอย่างจริงใจ เขาไม่รู้ว่าจะเรียกซุยเฮ็งว่าอะไรดี ดังนั้นเขาจึงเรียกซุยเฮ็งว่าท่านเซียนตามคนรับใช้สุดแกร่ง

“นามสกุลของข้าคือซุย เจ้าจะเรียกข้าว่าท่านซุยก็ได้” ซุยเฮ็งยิ้ม

“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านชุย” หงฟู่กุ่ยตอบรับอย่างรวดเร็วและนั่งลงบนโต๊ะ เขามองไปที่ชามโจ๊ก จากนั้นก็มองไปที่ซุยเฮ็งและถามอย่างระมัดระวัง

“ข้ากินมันได้จริงๆ หรอ?”

“เอาเลย แต่ระวังอย่าให้มันลวกลิ้นล่ะ” ซุยเฮ็งพยักหน้า

“ฟู่ว! หอมมาก! แถมมันยังร้อนมาก!” หงฟู่กุ่ยอุทานออกมาในขณะที่เขากินโจ๊ก แม้ว่ามันจะร้อนมาก แต่มันก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากผ่านโลกอันโหดร้ายมานานนับสิบปี มันก็ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะได้กินข้าวอย่างมีความสุขเหมือนอย่างในวันนี้

ซุยเฮ็งไม่ได้ห้ามอีกฝ่ายและทำเพียงแค่มองดูอีกฝ่ายจากด้านข้าง

ข้าวที่ใช้ทำโจ๊กนั้นไม่ใช่วัตถุดิบธรรมดา มันเป็นข้าววิญญาณที่ผลิตโดยฟาร์มสำหรับผู้เริ่มต้น

ไม่เพียงแต่มันจะมีกลิ่นหอมและรสอร่อยเท่านั้น แต่มันยังมีพลังวิญญาณแฝงอยู่ในนั้นเป็นปริมาณเล็กน้อยด้วย มันอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและเหมาะที่จะใช้บำรุงร่างกาย

ซุยเฮ็งมีความประทับใจที่ดีต่อหงฟู่กุ่ย เด็กคนนี้เป็นคนที่น่าสงสารที่ต้องทนทุกข์ทรมานมามากแล้ว

สำหรับเขาแล้ว แค่โจ๊กธรรมดาชามเดียวก็ไม่ได้มีค่าอะไรให้พูดถึงเลย ถึงกระนั้น สำหรับหงฟู่กุ่ยแล้ว มันก็กลับนับได้ว่าเป็นมื้ออาหารอันล้ำค่า

นอกจากนี้ เขาก็ยังอยู่คนเดียวมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคนรับใช้สุดแกร่ง เขาก็คงจะลืมวิธีการพูดไปแล้วด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุดแล้ว คนรับใช้สุดแกร่งก็เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่เชื่อฟังและปฎิบัติตามทุกคำพูดของเขา มันไม่ได้มีสติปัญญาเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง

ในตอนนี้ ในที่สุดมนุษย์ที่สามารถสื่อสารได้ตามปกติก็ได้ปรากฎตัวขึ้นแล้ว เขาต้องการให้หงฟู่กุ่ยมีสุขภาพแข็งแรง และด้วยวิธีนี้ อย่างน้อยๆ มันก็จะทำให้เขามีเพื่อนคุยไปได้สักระยะ

นอกจากนี้ เขาก็ยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกเพิ่มเติมได้อีกด้วย

หงฟู่กุ่ยเป็นเหมือนกับหมาป่าที่หิวโหย

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที เขาก็ได้ทานโจ๊กจนหมดชาม แน่นอนว่าผักดองสองชามด้านข้างเองก็หายไปหมดแล้วเช่นกัน

ท้องของเขารู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอิบ ความสุขที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนกำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายและจิตใจของเขา

อย่างไรก็ตาม หงฟู่กุ่ยก็ไม่ได้มัวอ้อยอิ่งจมปรักอยู่กับความรู้สึกพึงพอใจในท้องของเขา เขารีบลุกขึ้นยืนและพยายามจะก้มหัวขอบคุณซุยเฮ็ง อย่างไรก็ตาม ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาดูเหมือนจะสูงขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น?” เขามองลงไปที่มือของเขาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเขาก็มองดูที่เท้าของเขา เขาตระหนักได้ว่าฝ่ามือของเขามีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก แขนเสื้อและชายกางเกงของเขาเองก็ดูจะสั้นลง

เขากินโจ๊กแค่ชามเดียว แต่มันก็สามารถทำให้เขาตัวสูงขึ้นได้?

นอกจากนี้ ร่างกายของเขาก็ยังดูเหมือนจะเบาขึ้นอีกต่างหาก แม้แต่บาดแผลและความเจ็บป่วยทั้งหมดในร่างกายของเขาก็ยังดูเหมือนจะหายกลับมาเป็นปกติแล้ว

“นี่ไม่ใช่โจ๊กธรรมดา แต่มันคือโอสถเซียน!” หงฟู่กุ่ยรู้สึกตกใจมาก เขาจ้องมองไปที่ซุยเฮ็งด้วยความเคารพและความรู้สึกขอบคุณ

อีกฝ่ายได้มอบโอสถเซียนอันล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่ชาวนาผู้ยากไร้อย่างเขาโดยไม่เห็นแก่ตัว

นี่จะต้องเป็นเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่มาเพื่อช่วยชีวิตเขาอย่างแน่นอน!

“ขอบพระคุณท่านเซียนที่ช่วยชีวิตข้า ขอบพระคุณท่านเซียนที่มอบโอสถเซียนแก่ข้า!” หงฟู่กุ่ยตื่นเต้นมากจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรดี เขาทำได้เพียงแค่คุกเข่าและก้มหน้าลงกับพื้นอีกครั้ง เขาก้มหัวคำนับให้กับซุยเฮ็งราวกับว่าเขากำลังก้มกราบไหว้บูชาเทพ

“มันก็แค่อาหารธรรมดาๆ” ซุยเฮ็งส่ายหัวและยิ้ม เขายกมือขึ้นและพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา “ไม่ต้องคุกเข่าแล้ว เจ้าจะเรียกข้าว่านายท่านก็ได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกข้าว่าท่านเซียน”

คุณเคยเห็นเซียนในขอบเขตสกัดปราณขั้นหกมาก่อนไหม?

คนรับใช้สุดแกร่งเป็นเพียง “การตั้งค่าจากระบบ” มันไม่เป็นไรถ้าเขาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ อย่างไรก็ตาม การถูกคนอื่นเรียกเช่นนี้ก็ทำให้เขารู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย

“ข้าเข้าใจแล้วนายท่าน” หงฟู่กุ่ยพยักหน้าอย่างเร่งรีบก่อนที่จะถามด้วยความเคารพ “ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้และมอบโอสถเซียนให้กับข้า ดังนั้นแล้ว ชีวิตของข้าก็นับเป็นของท่านแล้ว หากท่านต้องการใช้ข้าทำอะไร ท่านก็สามารถสั่งข้ามาได้เลย!”

เขาไม่ได้สนใจวิธีการกอบกู้โลกอีกต่อไปแล้ว ในตอนนี้ เขาก็มุ่งความสนใจไปที่การตอบแทนความเมตตาของซุยเฮ็ง

“เจ้าไม่ต้องการวิธีการกอบกู้โลกแล้วหรอ?” ซุยเฮ็งยิ้ม

“ข้ายังไม่ได้ตอบแทนความเมตตาของท่านเลย แบบนั้นแล้วข้าจะไปกล้าขอความช่วยเหลือจากท่านได้อย่างไร?” หงฟู่กุ่ยส่ายหัว

“งั้นก็ตามข้ามา อยู่เป็นเพื่อนคุยเพื่อนเล่นกับข้าก่อน” มุมปากของซุยเฮ็งโค้งงอขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มและพูดว่า “ตามข้ามา ข้าจะสอนให้รู้เองว่า PS5 คืออะไร”

“พีเอสไฟ?” หงฟู่กุ่ยดูสับสน เขารู้สึกว่าคำพูดของเซียนนั้นลึกลับและเข้าใจยากจริงๆ

ในอีกสามวันต่อมา ซุยเฮ็งไม่ได้รีบร้อนที่จะถามหงฟู่กุ่ยเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกภายนอก

เขาพาหงฟู่กุ่ยมาเล่นเกม กินข้าว ทำฟาร์ม และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาทำตัวผ่อนคลายมาก

เมื่อเทียบกับ 10 ปีของการอยู่คนเดียว ซุยเฮ็งก็รู้สึกว่านี่เป็นสามวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

เมื่อจิตใจของเขาได้ตกลงสู่สภาวะนี้ เขาก็รู้สึกว่าคอขวดที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงักมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปีก็ได้คลายลงในที่สุด!

ถูกต้อง! แค่ขอบเขตสกัดปราณขั้นหกก็ทำให้เขาถึงกับต้องชะงักมานานกว่าหนึ่งปี!

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขายอมรับความเป็นจริงของเขา

“นั่นสินะ ฉันควรจะรักษาความสุขของฉันเพื่อที่ฉันจะได้สามารถฝึกตนได้อย่างสบายใจ!” ซุยเฮ็งคิดกับตัวเอง

สำหรับหงฟู่กุ่ย…

สามวันในดินแดนเซียนสามารถกล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยความลึกลับ

เขาได้เห็นสมบัติเซียนที่แปลกประหลาดมากมาย!

ตัวอย่างเช่น:

เขาไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจใดๆ เขาเพียงกดปุ่มเบาๆ และประตูเซียนก็จะเปิดออก

เขาไม่จำเป็นต้องใช้เทียนหรือขี้ผึ้ง แค่เพียงประโยคเดียว เขาก็สามารถเปิดโคมไฟเซียนได้

เขาไม่จำเป็นต้องจุดไฟเพื่อต้มน้ำ เขาเพียงแค่เทน้ำลงในหม้อเซียนและน้ำก็จะเดือดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ พีเอสไฟ!

มันไม่ใช่เปลวเพลิงอะไร แต่มันเป็นสมบัติเซียน!

สมบัติเซียนชิ้นนี้สามารถแสดงฉากทุกประเภทบนหน้าจอของมันได้ บางฉากนั้นดูน่ากลัวในขณะที่บางฉากมีความน่ามหัศจรรย์และงดงาม ราวกับว่ามันได้บรรจุโลกนับไม่ถ้วนเอาไว้ภายใน

ที่แปลกประหลาดยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มนุษย์ธรรมดาอย่างเขาสามารถใช้สมบัติวิเศษชิ้นนี้เพื่อควบคุมสิ่งมีชีวิตในโลกข้างในนั้นได้!

มันเหลือเชื่อมาก!

บางทีซุยเฮ็งอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถควบคุมโลกเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์

ในเวลาเพียงสามวัน ภาพลักษณ์ของซุยเฮ็งในใจของหงฟู่กุ่ยก็ได้แปรเปลี่ยนไปจากเซียนผู้รักสันโดษไปสู่การดำรงอยู่สูงสุดที่สามารถควบคุมโลกนับไม่ถ้วนได้!

เช้าวันหนึ่ง หงฟู่กุ่ยเดินออกมาจากห้องของเขาและกำลังจะทำความเคารพซุยเฮ็ง

แต่ทันทีที่เขาก้าวออกมา เขาก็เห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์กำลังส่องแสงสว่างอยู่บนท้องฟ้า

แสงสีทองหลายดวงพร่างพรายอยู่บนอากาศ

ในขณะนี้ ร่างที่กำลังอาบไล้ด้วยแสงของตะวันและจันทราก็กำลังค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ซุยเฮ็งกำลังทะลวงการฝึกตน!

ขอบเขตสกัดปราณขั้นเจ็ด!

จบบทที่ บทที่ 3: นี่คือการดำรงอยู่สูงสุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว