- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 23 เพื่อน
บทที่ 23 เพื่อน
บทที่ 23 เพื่อน
"เป็นอัยการนี่ลำบากมากไหมคะ? ต้องเข้าออกที่เกิดเหตุ ต้องเห็นคนตายด้วยหรือเปล่า? อ่า... แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว!"
ภายในบาร์ ชเว,ยูราเอ่ยถามเรื่องงานกับแทซูด้วยความใคร่รู้ ดูออกเลยว่าเธอสนใจงานของแทซูมากทีเดียว
"เรื่องการเข้าออกที่เกิดเหตุ ไม่ใช่อัยการทุกคนจำเป็นต้องทำหรอกครับ ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของแต่ละคนมากกว่า ตอนนี้ผมเป็นแค่อัยการฝึกหัด เพราะประสบการณ์ยังน้อย เลยต้องพยายามลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง มีแต่ทำแบบนี้ วันข้างหน้าถ้าเจอเรื่องทำนองนี้อีก จะได้ไม่รู้สึกทำตัวไม่ถูกครับ!"
"เอ๊ะ? มิน่าล่ะ ฉันถึงเห็นในทีวีว่าคุณเดินออกมาจากที่เกิดเหตุ!"
ชเว,ยูราพูดพลางยกแก้วโมฮีโต้ขึ้นจิบ
เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคอไม่แข็ง วันนี้แทซูเลยพาเธอไปทานสเต๊กง่ายๆ ก่อนจะพามานั่งดื่มต่อที่บาร์ ทั้งสองจิบเครื่องดื่มไปพลาง คุยเรื่องงานกันไปพลาง
"จริงสิ เมื่อกี้คุณเอาแต่ถามเรื่องงานของผม คราวนี้ตาผมถามคุณบ้างนะ!"
"ฉันเหรอคะ? งานของฉันน่าเบื่อจะตาย ไม่มีอะไรน่าคุยหรอกค่ะ"
"น่าเบื่อ? พูดตามตรง ผมเกือบจะโดนคุณหลอกแล้วนะเนี่ย ผมนึกว่าคุณจะเหมือนพ่อของคุณที่เข้าไปทำงานในฮันเทซะอีก นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะทำงานที่สำนักงานใหญ่ในโซล ถึงผมจะไม่เคยทำงานที่ฮันเท แต่ผมก็รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นของผมส่วนใหญ่ทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมในซูวอนกันทั้งนั้น พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ย้ายมาทำงานที่สำนักงานใหญ่ในโซลไปตลอดชีวิตแน่ๆ แล้วคุณทำได้ยังไงครับ?"
"อ่า! คงเพราะโชคดีมั้งคะ!"
"เอ๊ะ?"
"โชคดีจริงๆ ค่ะ! ตอนมหาวิทยาลัยฉันเรียนเศรษฐศาสตร์ ต่อมาก็ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ พอเรียนจบกลับมาเพราะหางานไม่ได้ ก็เลยต้องซมซานกลับบ้านมาขอให้คุณพ่อช่วยหาตำแหน่งให้น่ะค่ะ!"
"แล้วตอนนี้คุณรับผิดชอบงานส่วนไหนครับ?"
"อ่า โรงแรมฮันเทค่ะ! เป็นธุรกิจที่เรียกได้ว่าอยู่วงนอกสุดขอบของเครือบริษัทเลยล่ะค่ะ!"
ขณะที่คุยกัน แทซูก็ดื่มดราย มาร์ตินี่ในแก้วจนหมด เขาจึงสั่งโมฮีโต้มาอีกแก้ว เพื่อจะได้นั่งดื่มเป็นเพื่อนชเว,ยูราต่อไป
อาจเป็นเพราะต่างก็เป็นพนักงานกินเงินเดือนเหมือนกัน ทั้งคู่เลยคุยเรื่องงานกันถูกคอ ชเว,ยูราบ่นให้แทซูฟังว่าเธอไม่มีความรู้เรื่องการบริหารโรงแรมเลย ไม่รู้จะเริ่มงานยังไง ส่วนจางแทซูก็บอกว่าตัวเองก็เป็นมือใหม่ในการไขคดี ต้องคอยให้รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะ
แต่ในความเป็นจริง จางแทซูผู้คร่ำหวอดในวงการกฎหมายมานาน กลับมีความมั่นใจในคดีแรกหลังการกลับชาติมาเกิดนี้มาก เพราะดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน นี่ไม่ใช่การฆ่าคนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
ในกระบวนการทำงานจริง คดีฆาตกรรมกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์มักเกิดจากคนรู้จัก ดังนั้นขอแค่สโคปอยู่ในวงจำกัดนี้ แล้วไล่เช็คความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ตาย โดยปกติก็จะพบร่องรอยของผู้ต้องสงสัย เพราะแรงจูงใจในการก่อเหตุมักจะเรียบง่าย หนีไม่พ้นเรื่องชู้สาว ความแค้น เรื่องเงินทอง หรือไม่ก็บันดาลโทสะ
แต่เมื่อหันกลับมามองคดีนี้ การจัดการสถานที่เกิดเหตุทำได้อย่างสะอาดหมดจด เลือดและศพถูกกำจัดด้วยเทคนิคที่ชำนาญ มีเพียงศีรษะของผู้ตายเท่านั้นที่ดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุ วิธีการที่รอบคอบรัดกุมแบบนี้ ไม่สอดคล้องกับลักษณะของการฆ่าเพราะบันดาลโทสะชั่ววูบ
ดังนั้นเมื่อประเมินโดยรวมแล้ว แรงจูงใจของผู้ต้องสงสัยน่าจะอยู่กึ่งกลางระหว่างเรื่องชู้สาว ความแค้น และการฆ่าเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเงิน
เรื่องพวกนี้แทซูย่อมไม่ได้บอกชเว,ยูรา ความจริงแล้ว ถ้าไม่ได้คลุกคลีกับคนเลวๆ พวกนี้ทุกวัน คนส่วนใหญ่ก็คงจะมองว่าสังคมนี้น่าอยู่และสวยงาม และความหมายของงานที่แทซูทำ ก็คือการพยายามรักษาภาพฝันเหล่านั้นของผู้คนเอาไว้ให้ได้นานที่สุด
คงเป็นเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงาน คืนนี้แม้แทซูและชเว,ยูราจะคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็ไม่ได้ดื่มกันจนดึกดื่น
เมื่อเดินออกมาจากบาร์ แทซูตั้งใจจะร่ำลาชเว,ยูรา แต่ขณะที่เขากำลังหันหลังจะเดินไปทางสถานีรถไฟใต้ดิน ชเว,ยูรากลับเรียกเขาไว้ แล้วถามคำถามหนึ่งขึ้นมา
"อัยการจางคะ ขอถามหน่อย... ตอนนี้เราถือเป็นเพื่อนกันหรือยังคะ?"
"เอ๊ะ?"
เมื่อได้ยินคำถามของชเว,ยูรา จางแทซูก็หยุดฝีเท้า แล้วค่อยๆ หันกลับมามองเธอ
"ทำไมจู่ๆ ถึงถามแบบนี้ล่ะครับ?"
"อ่า! ฉันถามคำถามแปลกๆ ออกไปหรือเปล่าคะ!"
"ฮ่าๆ ไม่ใช่คำถามแปลกอะไรหรอกครับ! ผมแค่รู้สึกแปลกใจ ที่เราออกมาดื่มมาทานข้าวด้วยกันขนาดนี้ ยังนับว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกเหรอครับ? ดูเหมือนนอกจากเพื่อนร่วมงานแล้ว ในโซลผมก็ไม่มีเพื่อนคนไหนที่จะชวนออกมาดื่มมาทานข้าวด้วยกันได้แบบนี้อีกแล้วนะ?"
ได้ยินคำตอบของจางแทซู ชเว,ยูราก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความขัดเขิน บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ เล็กน้อย
แทซูเห็นดังนั้น จึงพูดต่อว่า
"จริงสิ ต่อไปคุณเรียกผมว่าแทซูเถอะครับ อย่าเรียกอัยการเลย!"
"อ่า จะดีเหรอคะ?"
"แน่นอนครับ ยูรา!"
ทั้งสองสบตากันอย่างเข้าใจ บนใบหน้าต่างเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย จากนั้นเขาก็กล่าวลาชเว,ยูราอีกครั้ง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน
ฝ่ายหญิงมีพ่อบ้านและคนขับรถส่วนตัวมารับ ไม่จำเป็นต้องให้เขาไปส่ง แต่หลังจากแทซูขึ้นรถไฟใต้ดิน พลางนึกย้อนถึงบทสนทนาในค่ำคืนนี้ เขาก็รู้สึกว่าแม้หญิงสาวคนนี้จะมาจากตระกูลร่ำรวย แต่กลับเป็นคนเข้าถึงง่าย ไม่มีนิสัยลูกคุณหนูเอาแต่ใจ จริงๆ แล้วก็นิสัยดีใช้ได้เลย แถมหน้าตาก็จัดว่าสวยระดับนางเอกซีรีส์เกาหลีเลยทีเดียว
......
คืนนั้น แทซูนั่งดูทีวีอยู่คนเดียวที่บ้าน จู่ๆ ก็เห็นข่าวรายงานว่า บริษัทผู้พัฒนาเกม เสินจี้ ได้รับเงินระดมทุนรอบล่าสุด ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ พอเห็นข่าวนั้น แทซูก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ติดตั้งเกมนั้น แล้วเริ่มลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ ตอนสร้างตัวละคร แทซูตั้งเพศเป็นหญิง แล้วลองตั้งชื่อไอดีว่า 'แม่มดแห่งท้องทะเล'
เป็นไปตามคาด ระบบแจ้งว่าไอดีนี้ถูกใช้งานไปแล้ว จางแทซูจึงเติมตัวอักษรเกาหลีต่อท้ายไปอีกหนึ่งตัว คราวนี้เขาผ่านการตรวจสอบและสร้างตัวละครสำเร็จ
เมื่อเข้าสู่เกมเป็นครั้งแรก แทซูไม่ได้รีบร้อนทำภารกิจ แต่กลับทำเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ด้วยการไล่แอดเพื่อนผู้เล่นระแวกนั้นไปทั่ว แล้วเที่ยวไล่ถามเรื่องราวของ 'มารสุริยัน'!
"ขอโทษนะครับ คุณรู้จักมารสุริยันไหม?"
"ไอ้หนูที่ไหนวะเนี่ย อย่ามาเอ่ยชื่อนั้นให้ข้าได้ยินนะเว้ย ไม่งั้นพ่อจะเชือดให้!"
"เอ๊ะ ทำไมล่ะครับ? หรือว่าคนคนนั้นเก่งกาจมาก?"
"เก่ง? ไม่ๆๆ! มารสุริยันมันเป็นไอ้สวะชั่วช้าต่ำทราม! คนทั้งเซิร์ฟเวอร์แค่เห็นมันออนไลนก็พร้อมจะไล่ล่ามันแล้ว..."
"เอ๊ะ? ทำไมล่ะครับ?"
"ยังจะถามว่าทำไมอีก? เอ็งลองไปที่หุบเขาอสรพิษเงินดูสิ ไปถามใครแถวนั้นก็ได้! เจ้านั่นมันฆ่าคนแถวนั้นไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่!"