เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

11-นี่มันเรื่องบ้าอะไร?[ฟรีวันที่17/2/2561]

11-นี่มันเรื่องบ้าอะไร?[ฟรีวันที่17/2/2561]

11-นี่มันเรื่องบ้าอะไร?[ฟรีวันที่17/2/2561]


ของเปลี่ยนmagicianเป็นผู้ใช้เวทย์ และ sorceressเป็นพ่อมดนะครับเพราะตอนถัดๆไปสองสายนี้แยกกันค่อนข้างชัดเจน

"เธฮ..." โรดี้ค่อยๆตั้งสติของเขาจากอาการตกใจ เขาไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะดูจากพลังของนิโคลแล้วเธออาจเป็นนักเวทย์หรือแม่มดก็ได้ สำหรับโรดี้ไม่ว่านิโคลจะเป็นนักเวทย์หรือแม่มดมันก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่'รอยยิ้มของพระเจ้า'ในมือของเธอนั้นทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป เพราะนักเวทย์ไม่สามารถใช้งานมันไปมีเพียงพ่อมดหมอผีเท่านั้นที่ใช้มันได้ โรดี้อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงไปเมื่อมองไปที่นิโคล

"เธอ...ต้องการให้ฉันสวมมันจริงๆ?" นิโคลยิ้มและเดินเข้ามาหาโรดี้ โรดี้ตะโกนออกมาทันที

"มะ ไม่ ฉันไม่ต้องการสวมหน้ากากที่ทำจากหนังของคนอายุ600ปี!!"  เขาถอยหลังและโบกมือเป็นพัลวัล

นิโคลเชิดศีรษะเธอขึ้น"นายไม่ต้องการสวมมัน?นายรู้ไหมว่ามันเป็นอาติแฟคที่ล้ำค่าแค่ไหน?มันคือพลังที่อัศจรรย์อย่างที่สุดของเวทย์มนต์ นายไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงใบหน้าของนายหรอ?หรือนายพอใจที่จะต้องมีใบหน้าแปลกประหลาดแบบนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของนาย?เป็นเพียงนักดาบหนุ่มที่ยากจนและดิ้นรนที่จะมีชีวิตต่อไปวันๆในสังคมชั้นล่าง?นายพอใจกับใบหน้าและชีวิตของนายตอนนี้แล้วจริงๆนะหรอ?" คำพูดของนิโคลทำให้ เขาชะงักแต่เขาก็ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

"ฉันไม่ได้โง่ การที่เธอต้องการให้ฉันสวมมันแสดงว่าเธอมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ ฉัน..."

"ฮึม" นิโคลมองไปอย่างที่โรดี้อย่างเย็นชา

"นายคิดว่านายมีทางเลือกอื่นงั้นหรอ อย่าลืมฉันเป็นเจ้านายและนายต้องฟังคำสั่งของฉันทุกประการ!"

"ไม่!!" โรดี้พูดอย่างเฉียบขาด เขาละความสนใจจากความงามและสิ่งล่อลวงอื่นๆสัญชาตญาณบอกให้เขารีบหนี!!

โรดี้ถอยออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้วิ่งหนีไปที่บันได เขาวิ่งไปที่ระเบียงชั้นสองจับราวและพยายามกระโดดข้ามไป แต่นิโคลตอบสนองได้เร็วกว่า เธอมองไปที่โรดี้อย่างเกลียดชังและพูด

"หยุดซะ!"

เธฮยกมือขึ้นมาและร่างกายของโรดี้ก็สูญเสียการควบคุมเหมือนหุ่นที่ถูดตัดสาย ร่างของเขาแข็งทื่อและตกลงมาจากชั้นสอง

ศีรษะของเขากระแทกอย่างรุนแรงและสลบไปก่อนที่จะทันได้ร้องด้วยซ้ำ นิโคลเดินลงบันไดอย่างช้าๆและตรงมาที่โรดี้ เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่โรดี้สลบไปและไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง หลังจากนั้นเธอก็พูดเบาๆ

"อย่าได้มาโทษฉันในเรื่องนี้ ไม่มีใครขอให้นายปรากฎตัวในคืนนั้นและมาเกี่ยวพันกับเรื่องทั้งหมด นี่คือผลของเรื่องที่นายวิ่งหนีเองนะยังไงมันก็ต้องตกลงมาตรงนี้อยู่แล้วฉันก็แค่ทำให้มันแย่ลงอีกเล็กน้อยเท่านั้น นายรู้ไหมว่ามีคนเท่าไหร่ที่ต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตะกูลทิวลิปและไม่มีใครได้นับโอกาสนั้น"

หญิงสาวค่อยๆก้มลงมาที่โรดี้เธอสูดหายใจเข้าลึกๆในมือของเธอ'รอยยิ้มของพระเจ้า'ได้เปล่งแสงออกมาอย่างลี้ลับ เธอคอยๆสวมมันลงไปบนใบหน้าของโรดี้อย่างเบามือ

หลังจากที่เธอสวมมันเสร็จเธอก็ไปนั่งไขว้ขาที่ด้านตรงข้ามกับโรดี้ เธอยกมือขึ้นมาและปิดตา

เมื่อบรรยากาศรอบๆตัวเธอผันผวนเธอก็ลืมตาขึ้นมา ริมฝีปากของเธอเริ่มขยับและร่ายมนต์

"แบ๊ง" 'รอยยิ้มของพระเจ้า'บนใบหน้าของโรดี้ก็ส่องแสงสีทองออกมาสว่างไสว การแสดงออกของนิโคลได้เปลี่ยนเป็นจริงจัง ปากของเธอก็ยยังคงร่ายมนต์ต่อไป แสงยิ่งส่องสว่างและสวยงามขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะเริ่มจางและหายไป

นิโคลหมดแรง เธอหอบหายใจอย่างหนักและใบหน้าที่สวยงามของเธอก็ซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต

ดูเหมือนว่าอาติแฟค'รอยยิ้มของพระเจ้า'นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้งานง่าย นิโคลมองไปยังโรดี้ เธอไม่ต้องการเวลาพัก เพียงการชำเลืองมองครั้งเดียวก็สามารถบอกได้ว่าปานสีดำบนใบหน้าของเขาหายไปแล้ว แต่ แต่ แต่ว่า!!....

ความเงียบด้านนอกอาคารเก่าแกหลังนี้ แสงแดดถูกบังไว้ด้วยเหล่าพฤกษาที่เชียวชะอุ่ม ความเงียบสงบนี้ถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของใครบางคน

"อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!"

มันเป็นเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากในอาคาร มันเป็นเสียงร้องจากความโกรธ,โศกเศร้าและผิดหวัง

"ทำไม!! ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้!!" เขารู้สึกเหมือนกับกำลังเดินในเส้นทางที่มืดมิดไร้ที่สิ้นสุด เขาไม่สามารถบอกทิศทางหรือหาแสงสว่างได้เลยราวกับว่าเขาได้ตายแล้ว อย่างไรก็ตามเขายังสามารถคิดและคงสติอยู่ มันแปลก?

เธอทำอะไรกับฉัน?

แล้วที่นี่คือที่ไหน?

"มีใครอยู่ไหม?"  โรดี้พยายามตะโกนแต่เขาก็พบว่าเขาไม่สามารถทำได้ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าในฝันคนเรารู้สึกเป็นยังไง เขาอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆแต่มันกลับไร้เสียง สิ่งเดียวที่เขายังทำได้คือก้าวขาไปข้างหน้าเรื่อยๆ ฉันตายแล้วจริงๆหรอ?แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ตายแล้ว?มีคนพูดกันว่าคนดีจะเดินทางไปสวรรค์คนเลวจะลงตกสู่นรก ที่นี่มันคือสวรรค์หรือนรกกันละ! อย่าบอกนะว่าคนตายต้องเดินตามเส้นทางที่ไร้สิ้นสุดนี้ตลอดการ จะทำยังไงเวลาฉันหิว?พระเจ้าฉันจะต้องเดินไปอีกนานเท่าไหร่?

ทุกอย่างมืดมิดเหมือนกับการปิดตาเดิน เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย

ขอแค่มีแสง อ่า..ฉันอยากจะมีเทียนซักเล่มจริงๆโรดี้ไม่สามารถทำอะไรได้ เชิงเทียนที่มีเทียนอยู่ปรากฎขึ้นมาด้านหน้าในบริเวญใกล้เคียง แต่น่าเสียดายที่เปลวไฟนั้นส่องสว่างได้เพียงพื้นที่เล็กๆรอบตัวมันเท่านั้น

โรดี้หันไปมองรอบๆแสงเทียนแต่ก็ไม่พบอะไร มันเป็นเพียงพื้นที่โล่งๆโรดี้มองผ่านแสงเทียนอย่างตกใจ ไม่มีแม้แต่พื้นดินทุกสิ่งอย่างตั้งอยู่ด้วยตัวของมันเอง

"นี่มันอะไรกัน" โรดี้พึมพำกับตัวเอง "จะดีกว่านี้ถ้าแสงสว่างมีมากขึ้น"

เปลวเทียนที่ริบหรี่ค่อยๆเปล่งแสงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามมันก็เปล่าประโยชน์เพราะพื้นที่ที่แสงไปถึงก็ยังคงว่างเปล่า

โรดี้ยืนมองอย่างโง่งม

นับตั้งแต่วันก่อนเรื่องราวแปลกประหลาดนั้นถาโถมเข้าหาเขาจน จิตใจของโรดี้บอบช้ำ สำหรับเด็กหนุ่มที่ไม่กลัวการเผชิญหน้าใดๆเหตุการณ์ครั้งนี้มันเกินกว่าที่เขาจะรับได้

แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่กล้าหาญแต่ในสถานการณ์ที่ต้องมาอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าโดยไม่รู้ว่าตนตายหรือยังมีชีวิตอยู่นั้น มันแทบจะทำให้เขาบ้า

"อ๊าาาาา" โรดี้ร้องออกมาเหมือนคนวิวลจริต แต่มันก็ยังคงไร้ซึ่งเสียงใดๆออกมา

ตัดผ่านความมืดบ้าๆนี่ที่เถอะ

มีดาบปรากฎขึ้นมาในมือโรดี้อย่างน่าอัศจรรย์ โรดี้เริ่มเกรี้ยวกราด มือของเขาจับดาบแน่นร่างกายสั่นสะท้านก่อนจะรวบรวมพลังและฟันผ่าออกไป!!

มีเสียงดังขึ้นมาในความว่างเปล่า ดังขึ้นมาเรื่อยๆจนมันก้องอยู่ในหัวของโรดี้

ช่องว่างด้านหน้าของเขาได้แตกออก ดาบของเขาฟันผ่านมันไปได้

รอยแตกมีแสงสว่างแพรวพราวรอบๆตัวมัน โรดี้เมื่อโดนแสงนั้นเขาก็กรีดร้องออกมาและสลบไป

จบบทที่ 11-นี่มันเรื่องบ้าอะไร?[ฟรีวันที่17/2/2561]

คัดลอกลิงก์แล้ว