เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ลูกค้าเก่า

บทที่ 37 ลูกค้าเก่า

บทที่ 37 ลูกค้าเก่า


ลู่เฟยวางตะเกียบลง "นายอยากให้ฉันหาของสิ่งนั้นให้เจอ?"

"ใช่!" หู่จึพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ถึงเถ้าแก่จะดีกับข้าแค่กลางๆ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะแกเลือกข้ามาจากทีม รปภ. ข้าก็ยังต้องรับเงินเดือนสองพันหยวน อยู่แบบอดมื้อกินมื้อในที่เส็งเคร็งนั่น"

"การทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ถือซะว่าข้าตอบแทนบุญคุณแกครั้งสุดท้าย!"

เจ้านี่รักใคร่กลมเกลียวดีแท้

ลู่เฟยทำหน้าลำบากใจ "แต่ว่า ฉันเป็นคนนอก นายเป็นแค่ลูกจ้าง เราไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้องข้าวของในร้านตัวเป่าเซวียนหรอกนะ"

หู่จึกัดฟันพูด "ถึงเวลานี้แล้ว ไม่ต้องสนอะไรมากหรอก พี่แค่ช่วยหา ส่วนเรื่องอื่นข้ารับผิดชอบเอง!"

ลู่เฟยยังคงลังเล

เขาทำ KPI ที่ปู่ทิ้งไว้ให้สำเร็จแล้ว ไม่ได้รีบร้อนจะรับวัตถุอัปมงคลเพิ่ม ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว

ถ้ามั่นใจว่าเป็นวัตถุอัปมงคล และได้รับความยินยอมจากเจ้าของ เขาถึงจะเต็มใจทำ

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การไปรื้อค้นข้าวของคนอื่นมันดูไม่ดีจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานมัดตัวขนาดนั้น อาจจะไม่ใช่ฝีมือของวัตถุอัปมงคลก็ได้

"ขอโทษนะหู่จึ เรื่องนี้ฉันช่วยไม่ได้จริงๆ" คิดดูแล้ว ลู่เฟยก็ปฏิเสธหู่จึไปอย่างชัดเจน

"ไม่เป็นไร ข้าใจร้อนไปเอง" หู่จึรีบขอโทษ "ข้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ พออารมณ์ขึ้นก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม"

กินบะหมี่เสร็จ ทั้งสองก็กลับไปที่โรงรับจำนำ

ตอนเดินผ่านร้านตัวเป่าเซวียน ถนนสายนี้ร้างผู้คน แม้แต่ร้านรวงข้างเคียงก็รีบปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา ราวกับกลัวเสนียดจัญไร

หู่จึอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามอง

ตัวบ้านมืดสนิท หดตัวอยู่ในความมืดมิด แผ่รังสีอำมหิตและลางร้ายออกมา

"เถ้าแก่โดนวัตถุอัปมงคลเล่นงานจริงเหรอ..."

หู่จึถอนหายใจ กำลังจะละสายตา จู่ๆ ก็เหลือบเห็นเงาคนยืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง

"มีคน?"

เขาสะดุ้งโหยง พอมองอีกที กลับไม่มีอะไรแล้ว

ลู่เฟยเห็นเขาไม่เดินตามมา จึงหันกลับไปถาม "หู่จึ เป็นอะไรไป?"

"เมื่อกี้ข้าเหมือนเห็นเงาคนตรงหน้าต่าง"

ลู่เฟยใจหายวาบ นึกถึงเรื่องที่ชาวบ้านลือกันว่าร้านตัวเป่าเซวียนผีหลอก เขามองขึ้นไปบ้าง แต่ก็ไม่เห็นอะไร

"ไม่มีนี่ นายตาฝาดหรือเปล่า?"

"สงสัยข้าคงคิดมากไปเอง"

หู่จึรออยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังไม่เห็นอะไร จึงยิ้มเยาะตัวเอง แล้วเดินตามลู่เฟยไป

กลับถึงโรงรับจำนำ

ลู่เฟยให้หู่จึนอนห้องรับแขก

คืนนี้ผ่านพ้นไปอย่างสงบสุข

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังกินข้าวเช้า ลู่เฟยก็ไปเป็นเพื่อนหู่จึกลับไปเก็บของที่ร้านตัวเป่าเซวียน

หู่จึมีกุญแจอยู่

เขาสูดหายใจลึก ดึงแถบซีลออก แล้วไขกุญแจเปิดประตู

แม้จะผ่านมาหลายวัน แต่ข้างในยังคงมีกลิ่นคาวเลือดที่กำจัดไม่หมดลอยคลุ้ง

รอให้กลิ่นจางลงหน่อย เขากับลู่เฟยก็เดินเข้าไปทีละคน

ร้านยังคงสภาพเดิม บนชั้นวางของเต็มไปด้วยของเก่าหลากหลายชนิด

หู่จึรู้ดีว่าของพวกนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นของปลอม ของจริงซ่อนอยู่หลังร้าน

ที่นี่ไม่มีของเก่าลึกลับชิ้นนั้นที่เถ้าแก่รับซื้อมา

หู่จึไม่เสียเวลามอง เดินตรงเข้าไปที่ห้องกั้นเล็กๆ หลังร้าน เพื่อเก็บข้าวของส่วนตัว

ทั้งร้านตัวเป่าเซวียนเงียบสงัดจนน่ากลัว หู่จึใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แต่ก็ไม่มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้น

ก่อนกลับ หู่จึทำใจกล้าชะโงกหน้าไปดูที่ลานหลังร้าน

บนพื้นยังมีคราบเลือดหลงเหลืออยู่ แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

"พี่ลู่เฟย พี่เจออะไรบ้างไหม?" หู่จึถามลู่เฟยอย่างไม่ยอมแพ้

"ไม่เจอ" ลู่เฟยส่ายหน้า

บ้านหลังนี้แค่ดูวังเวงเพราะมีคนตาย นอกเหนือจากนั้น เขาไม่รู้สึกถึงอะไรเลยจริงๆ

"สงสัยข้าคิดมากไปเองจริงๆ"

หู่จึถอนหายใจ ล็อกประตู ลากกระเป๋าเดินทางมองดูถนนค้าของเก่าที่เขาใช้ชีวิตอยู่มาสองปี ความรู้สึกสับสนงุนงงถาโถมเข้ามา ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี

"หู่จึ ต่อไปนายจะเอายังไง?"

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

หู่จึเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็หันมาโค้งคำนับลู่เฟยอย่างหนักแน่น

"พี่ลู่เฟย ข้าหู่จึไม่มีความสามารถอะไร นอกจากมีแรงเยอะ กับพอรู้วิชามวยวัดนิดหน่อย ถ้าพี่ไม่รังเกียจ ข้าขอติดตามทำงานกับพี่ด้วยคน!"

"หา?" ลู่เฟยอึ้ง "โรงรับจำนำฉันงานน้อย ช่วงนี้ยังไม่ขาดคนหรอก"

"ข้าไม่อยากกลับไปเป็น รปภ. จริงๆ เงินเดือนแค่สองสามพัน ชาตินี้คงไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้! ข้าดูออกว่าพี่เป็นคนทำการณ์ใหญ่! ขอโอกาสให้ข้าด้วยเถอะครับ!"

หู่จึก้มโค้งค้างไว้ ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

"หู่จึ นายอย่าเพิ่งใจร้อน" ลู่เฟยเกาหัว คิดหาวิธีประนีประนอม "เอางี้ นายพักที่ร้านฉันไปก่อน รอหางานใหม่ได้แล้วค่อยขยับขยาย"

"ข้าจะใช้การกระทำพิสูจน์ให้เห็น ว่าข้าเป็นคนมีประโยชน์!"

หู่จึเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมทันที ไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างหลังลู่เฟย ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว

เล่นเอาลู่เฟยทำตัวไม่ถูก

พอกลับถึงโรงรับจำนำ หู่จึเอากระเป๋าไปเก็บในห้องรับแขก แล้วก็ถลกแขนเสื้อเริ่มงานทันที

"เฮ้ยๆ หู่จึ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้"

"พี่ลู่เฟย ไม่สิ เถ้าแก่ ต่อให้เถ้าแก่ไม่รับข้าเข้าทำงาน นี่ก็เป็นสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าจะอยู่กินฟรีๆ ที่นี่ไม่ได้!"

หู่จึยืนกราน ลู่เฟยห้ามไม่ไหว เลยปล่อยเลยตามเลย

อย่าเห็นว่าหู่จึตัวใหญ่เทอะทะ บทจะทำงานก็คล่องแคล่วไม่เบา แป๊บเดียวก็กวาดลานหลังบ้านจนสะอาดเอี่ยม

"หู่จึ นายใช้ได้เลยนี่หว่า"

"งานแค่นี้จิ๊บจ๊อย สมัยเด็ก ข้าไม่ได้ทำแค่งานบ้านนะ งานในไร่ในนาก็ต้องทำ บ้านข้ายากจน ไม่ได้เรียนหนังสือ ต้องออกมาหากินตั้งแต่สิบกว่าขวบ งานสกปรกงานหนักทำมาหมดแล้ว"

หู่จึปาดเหงื่อ ยิ้มขื่นๆ

"ตอนนั้นไปผูกเหล็กที่ไซต์งานก่อสร้าง แดดร้อนเปรี้ยง หลังไหม้จนแสบไปหมด"

"หัวหน้าคนงานเห็นข้าเด็ก เลยรังแก จ่ายค่าแรงให้แค่ครึ่งเดียว"

"ข้าทนไม่ไหวเลยต่อยมันไปที มันเลยแก้แค้น พาพวกมารุมกระทืบข้า แถมยังสั่งห้ามไซต์งานอื่นรับข้าเข้าทำงานอีก"

"ข้าต้องไปนอนใต้สะพานลอย สภาพยิ่งกว่าหมา ตอนนั้นข้าสาบานกับตัวเองเลยว่า ข้าหู่จึจะต้องมีชีวิตที่ดีให้ได้!"

ลู่เฟยฟังแล้วสะเทือนใจ

เมื่อเทียบกับหู่จึแล้ว ชีวิตของเขามันเหมือนอยู่บนหอคอยงาช้างชัดๆ

ถึงพ่อแม่จะเสียตั้งแต่เขายังเล็ก แต่ปู่ก็ปกป้องดูแลเขาอย่างดี เรียกได้ว่าโตมาแบบไร้กังวล

ลู่เฟยชงชาให้หู่จึ บอกให้เขานั่งพักก่อน

ไหนๆ โรงรับจำนำก็ไม่มีลูกค้า มีคนมานั่งคุยโม้ด้วยก็ดีเหมือนกัน

"หู่จึ ถ้านายรวยแล้วอยากทำอะไร?"

"อย่างแรกเลย ข้าจะกลับไปกระทืบไอ้หัวหน้าคนงานสุนัขรับประทานนั่นอีกสักรอบ!"

"แล้วไงต่อ?"

"หาเงิน! หาเงินให้ได้เยอะๆ! สร้างบ้านหลังใหญ่ให้พ่อแม่ สร้างถนนให้หมู่บ้าน สร้างโรงเรียน หมู่บ้านข้ายากจนมาก จะไปโรงเรียนต้องเดินข้ามเขาไปไกล โรงเรียนในหมู่บ้านก็พังมิพังแหล่ ห้องน้ำมีแค่ไม้ผุๆ กั้น มองเห็นก้นผู้หญิงได้เลย... แค่กๆ นอกเรื่องไปหน่อย"

หู่จึหน้าแดงก่ำ

ลู่เฟยหัวเราะ "โรงรับจำนำบ้านฉันทำธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุอัปมงคล เผลอนิดเดียวอาจถึงตายได้ นายไม่กลัวเหรอ?"

"พูดตามตรง ก็กลัวแหละ" หู่จึนึกถึงความทรมานตอนโดนเหรียญเปรตเล่นงานแล้วยังขนลุกไม่หาย "แต่เมื่อเทียบกับความจนแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย"

ลู่เฟยรู้สึกว่าหู่จึเป็นคนใช้ได้ สู้งานและรักพวกพ้อง

แต่โรงรับจำนำอักษรเสียไม่เคยมีธรรมเนียมรับคนนอก เขาจะแหกกฎดีไหมนะ?

คิดไปคิดมา ตัดสินใจว่าอย่าเพิ่งรีบร้อน

หลังจากนั้นเขาก็เปิดร้านตามปกติ ร้านยังคงเงียบเหงา ไม่มีลูกค้า หลิวฟู่กุ้ยแวะมาสองรอบก็ต้องกลับไปมือเปล่า

ลู่เฟยคิดว่าคงอีกนานกว่าจะมีลูกค้า

ไม่นึกเลยว่าไม่กี่วันต่อมา จะมีลูกค้าเก่าแวะมา

กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกตลบอบอวลไปทั่วโรงรับจำนำ ผู้หญิงสองคนแต่งตัวมิดชิด สวมหมวก ใส่หน้ากากอนามัย และแว่นกันแดด ราวกับไม่อยากให้ใครเห็นหน้า

จบบทที่ บทที่ 37 ลูกค้าเก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว