เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

9-ภาษาพระเจ้า

9-ภาษาพระเจ้า

9-ภาษาพระเจ้า


โรดี้ติดตามนิโคลไปที่ตึกเล็กๆ ชั้นแรกนั้นมีพวกโต๊ะกับเก้าอี้ที่ถูกจัดวางอย่างไม่เป็นระเบียบ มีภาชนะแปลกๆที่โรดี้ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไร มีแจกันขนาดเล็กและกระถานอกจากนั้นอย่างมีชั้นวางหนังสืออยู่เต็มไปหมด เมือ่มองดูดีๆโรดี้พบว่าหนังสือเหล่านี้เก่าแก่เป็นอย่างมาก พวกมันเป็นหนังสือโบราณที่ทำจากหนังแกะ

หนังสือเหล่านี้มีค่าเป็นเงินจำนวนมาก

สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดก็คือโครงกระดูกของมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง โครงกระดูกสีขาวที่น่าขนพองสยองเกล้าเป็นประกายสีขาวจางๆในที่มืด โรดี้เดินเข้าไปหามันโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือเครื่องหมายสีแดงประหลาดบนหัวกระโหลกที่โรดี้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

โรดี้ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาจึงเอื้อมมือไปลองสัมผัสโครงกระดูกแต่สายตาของเขาก็ไปเห็นขวดแปลกๆบนชั้นวางเหล็ก ขวดทำด้วยเงินและมีฉลากติดอยู๋ น่าเสียดายที่เขาอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ภาษาที่ใช้กันโดยทั่วไปในจักรวรรดิ

"อย่าแตะต้องขวดนั้น!" เสียงเย็นชาของนิโคลดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง โรดี้รีบดึงมือกลับขณะที่กำลังเอื้อมมือไปที่ขวด นิโคลมองไปที่โรดี่ด้วยสีหน้าเย็นชาแต่ว่าน้ำเสียงที่เธอใช้นั้นไม่ได้เย็นชา แต่คำพูดต่อจากนี้เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล

"มีบางสิ่งบางอย่างในที่นี้นั้นมันไม่ควรถูกแตะต้อง ยกตัวอย่างเช่นขวดสองใบนั้นหากนายไม่ระมัดระวังตอนแตะต้องมันแม้เพียงเล็กน้อยของสิ่งที่ถูกบรรจุอยู่จะทำให้นายตาย มันจะค่อยๆกัดกร่อนแขนของนายจนเหลือแค่กระดูก"

โรดี้ตกใจมาก "ทั้งหมดนี่เป็นยาพิษ?"

นิโคลขึงตามองไปมาทีี่เขา"ไม่!ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในการทดลอง" โรดี้เปิดปากของเขาออกมาเพื่อถามคำถามบางอย่างแต่นิโคลไม่สนใจและพูดกับเขาเสียงดัง

"ตามฉันขึ้นไปที่ชั้นบน เร็ว!" นิโคลหันกลับและเดินขึ้นบันไดไป โรดี้จึงรีบเดินตามขึ้นไป

ชั้นสองเป็นเหมือนโถงโล่งๆขนาดใหญ่ จากราวสามารถมองเห็นห้องโถงชั้นหนึ่งได้ ชั้นสองนี้มีอะไรหลายอย่างเมื่อเทียบกับชั้นแรก มีโต๊ะเก่าๆที่สีลอกออกไปแล้วกับเครื่องดนตรีแปลกๆที่วางอยู่ด้านบน บนชั้นวางของที่ชั้นสองนั้นมีนาดใหญ่กว่าและมีหนังสือมากกว่าถึง3เท่าเมื่อเทียบกับชั้นแรก โรดี้ไม่เคยเห็นหนังสือโบราณมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ตรงมุมถูกยึดไว้ด้วยเหล็กที่แข็งแรงทนทานแต่ก็มีสนิมเกาะอยู๋ เมื่อดูจากปริมาณสนิมนั้นแสดงให้เห็นว่าอายุของมันมากกว่านิโคลกับโรดี้รวมกันซะอีก

ตรงกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่และมีของวางไว้กระจัดกระจาย มีขวดวางอยู่บนโต๊ะบางส่วนของมันก็ล้มคว่ำอยู๋

โรดี้ก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อหากระดาษสำหรับจดสองสามแผ่นแถวนั้น มีการเขียนด้วยลายมือที่ยุ่งเหยิงบนนั้นแสดงให้เห็นว่ามันเขียนด้วยมือและจดบันทึกบางอย่างเอาไว้

ทันใดนั้นเองลายเส้นแปลกๆบนกระดาษก็ดึงดูดความสนใจของโรดี้

'่ขาดภาชนะแรงดันสูง......ล้มเหลว.....ปีจักรวรรดิที่XXX ตานตง.."

"ตานตง!" ช่วยไม่ได้ที่โรดี้จะร้องอุทานขึ้น

"นี่มันบันทึกการค้นคว้าของตานตง!!" นิโคลเหลือบมองไปที่โรดี้เล็กน้อย และถาม

"จะเอะอะทำไม?"

"เอะอะทำไม?"  โรดี้แทบจะร้องออกมา

"นี่คือบันทึกของตานตง เธอรู้ไหมว่าที่ตลาดของเก่าลายเซ็นของเขามีค่ามากแค่ไหน?"

นิโคลทำหน้าบึ้งตึง"แล้วไงละ?ทุกอย่างข้างหลังนี่คือสิ่งที่ถูกทิ้งไว้โดยปราชญ์ตานตง ชั้นวางตรงนู้นคือบันทึกการค้นคว้าทดลอง นอกจากนี้เครื่องมือที่เห็นด้านหลังนั้นเป็นของที่ระลึกของเขา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่นี่เป็นสถานที่วิจัยของตานตง!!"

ห้องทดลองของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่?

โรดี้จ้องมองพร้อมอ้าปากเหวอ

"แต่..ทำไมห้องทดลองของตานตงถึงมาอยู่ในบ้านของเธอ...ที่นี่"

นิโคลพูดอย่างไม่ใส่ใจ"นั้นเป็นเพราะหนึ่งในบรรพบุรุษของฉันคือลูกศิษย์ของตานตง จอมปราชญ์ตานตงได้อาศัยอยู่ที่นี่ในวัยชราและใช้มันเป็นที่ทำงานของเขา"

"ขะ ของ เหล่านี้ เป็นของที่ระลึกของจอมปราชญ์ตานตง!"  ลมหายใจของโรดี้เดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น จอมปราชญ์ตานตงคือหนึ่งในไอดอลที่เขาเคารพบูชาในวัยเด็ก ประชาชนส่วนมากชื่นชอบเขาที่สร้างโรงเรียนอิมพีเรียลขึ้นมา แม้แต่เด็ก10ขวบก็รู้เรื่องราวปฏิหารย์ที่ตานตงนำมาสู่จักรวรรดิ

"นี่เป็นเรื่องจริง ที่นี่เป็นอนุสรณ์สถานของจอมปราชญ์ตานตง! นอกจากนี้สถานที่เหล่านี้ยังถูกสืบทอดต่อๆกันมาในครอบครัวของเรา" เสียงของนิโคลค่อนข้างเศร้า

"น่าเสียดายที่ที่นี่ก็ยังเป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัวเราเช่นกัน!ตลอดเวลาหลายศตวรรษบรรพบุรุษของฉันพยายามทำความเข้าใจภูมิปัญญาที่ตานตงทิ้งเอาไว้ในยามบั้นปลายชีวิตที่ถูกบันทึกไว้ในโน็ตย่อเหล่านี้บรรพบุรุษของฉัน3คนได้พยายามศึกษามันหลายต่อหลายปีจนกระทั่งพวกเขาเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บทางจิต พ่อของฉันท่านก็เสียชีวิตที่นี่!"

"ทำไม?ภูมิปัญญาแห่งจอมปราชญ์นั้นลึกซึ้งและยากที่จะเข้าใจใช่ไหม?" นิโคลยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่แสนจะแปลกประหลาดเหมือนกับการยิ้มให้ปัญหาที่เธอเคยเผชิญมา

"ไม่เคยมีใครสามารถรู้ได้ว่าภูมิปัญญาที่จอมปราชญ์ทิ้งไว้คืออะไร เป็นเพราะว่าบันทึกที่สำคัญที่สุดของเขาไม่เคยมีใครสามารถเข้าใจสิ่งที่เขียนไว้ในนั้น เพราะภูมิปัญญาที่ตานตงทิ้งไว้ถูกบันทึกเป็นภาษาอื่นที่ไม่ได้ใช้ในจักรวรรดิหรือทวีปใดๆ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือภาษาอะไร!!"

ใบหน้าของนิโคลเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน

"มีหลายครั้งที่พวกเราคิดว่าภาษาที่ตานตงใช้บันทึกเป็นภาษาของพระเจ้า! บรรพบุรุษของฉันได้อ่านหนังสือหลายเล่มแต่ก็ไม่สามารถถอดรหัสและอ่านมันได้!"

"ภาษาของพระเจ้า?" โรดี้รู้สึกประหลาดใจ "บนโลกนี้มีพระเจ้าอยู่จริงๆหรอ?"

โดยไม่คาดคิดนิโคลจ้องมองโรดี้อย่างโกรธเคืองและพูด

"มีเพียงอัจริยะเท่านั้นที่รู้!" อาจจะเป็นเพราะหลายคนในตระกูลเธอหลงใหลใน'ภาษาพระเจ้า'และค้นคว้ามันอย่างหนักเรื่องเหล่านี้ทำให้ครอบครัวของเธอสูญเสียทั้งเวลาและชีวิตไปกับมัน ตระกูลทิวลิปที่เสือมโทรมลงก็มีมันเป็นหนึ่งในสาเหตุทำให้นิโคลไม่ได้ศรัทธาในสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้า

โรดี้รู้สึกแปลกใจแต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้จึงลูบโต๊ะและแผ่นหนังแกะอย่างเบามือ เขาค่อยๆถามอย่างระมัดระวัง

"ฉันสามารถดูพวกมันได้หรือไม่?"

นิโคลยักไหล่"เอาสิ ของที่อยู่ที่นี่เป็นแบบจำลองที่คัดลอกออกมาเพื่อศึกษาเท่านั้น ต้นฉบับนั้นถูกเก็บซ่อนเอาไว้"

โรดี้หยิบหนังแกะขึ้นมาและค่อยๆคลี่มันออกมา แน่นอนว่าหน้าแรกของบันทึกหนังแกะเขียนด้วยภาษาทั่วไป อย่างไรก็ตามเนื้อหาภายในนั้นถูกเขียนด้วยภาษาอื่น ลักษณะของมันมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก โครงสร้างของการจัดเรียงข้อความมีความละเอียดอ่อน แต่ละคำดูเหมือนกับก้อนสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีรูปแบบพิเศษ แน่นอนว่าโรดี้ไม่สามารถเข้าใจมันได้

แม้ว่าจะอ่านไม่ออกแต่บางครั้งโครงสร้างและสัญลักษณ์ก็บอกอะไรบางอย่างได้สิ่งที่เห็นนี้คือพิมพ์เขียว แต่น่าเสียดายที่รายละเอียดที่เขียนกำกับนั้นถูกเขียนด้วย'ภาษาพระเจ้า'

นิโคลเลิกให้ความสนใจโรดี้ที่ยืนขมวดคิ้วมองหนังแกะ เธอเดินไปที่ตู้เหล็กตรงหัวมุมและร่ายมนต์อะไรบางอย่างตู้เหล็กก็เปิดออกทันทีโรดี้ก็หันไปมองมัน แม้ว่าโรดี้จะเป็นนักรบ แต่เขาค่อนข้างใส่ใจกับวิธีการต่างๆเช่นเดียวกัน เขารู้ว่านิโคลใช้เวทย์มนต์เพื่อปลดล็อค มันเป็นหนึ่งในรูปแบบเวทย์ที่สืบทอดกันมา มันราวกับว่าตู้จดจำเสียงของคนได้มันจะเปิดออกเมื่อได้ยินคำร่ายที่ตรงกับล็อคในตัวของมัน เทคนิคนี้ถูกคิดค้นโดยตานตงเมื่อ200ปีที่แล้ว แผ่นหลังของนิโคลขยับมาบังสายตาของโรดี้ที่พยายามมองเข้าไปในตู้เธอหยิบบางอย่างข้างในออกมาแล้วตู้ก็ปิดลง นิโคลถือกล่องด้วยสองมือราวกับว่ามันคือสิ่งของล้ำค่า เธอค่อยๆวางมันลงบนโต๊ะก่อนจะเปิดมัน

"นายไม่จำเป็นต้องมองไปที่มันมากหรอก พ่อของฉันเฝ้าดูมันมากว่า20ปีและฉันเองก็มองมันมามากกว่า7ปี พวกเราไม่สามารถเข้าใจมันเลย นายคิดว่านายสามารถเข้าใจมันงั้นรึไง?" นิโคลแสดงความคิดเห็นอย่างเย็นชาไปที่โรดี้ที่กำลังถือหนังแกะ

"เธอนำอะไรออกมา?มันคืออะไร?" โรดี้ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น นิโคลขมวดคิ้วของเธอก่อนโบกมือส่งโรดี้ให้ลอยไปกระแทกมุมห้องเหมือนกระสอบทราย

นิโคลมองไปที่โรดี้อย่างเย็นชาก่อนพูดว่า "นายลืมไปแล้วรึไงที่ฉันบอกนายว่าเมื่อต้องการพูดกับฉันให้เรียกฉันว่า'เจ้านาย' ตอนนี้ลุกขึ้นมาได้แล้วไม่ต้องแกล้งตายฉันนรู้ว่านายเป็นคนแข็งแรง แต่การตกจากที่สูงทำอะไรนายไหมได้หรอก"

โรดี้พึมพำกับตนเองพร้อมกับลุกขึ้น เขาไม่ได้พูดอะไรแต่แอบสาปแช่งนิโคล โรดี้เดินไปที่โต๊ะพร้อมกับคำสาปแช่งของเขา เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องเขาแทบจะกรีดร้องออกมา

จบบทที่ 9-ภาษาพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว