เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 395: ใจที่สงบไม่ลง (ฟรี)

บทที่ 395: ใจที่สงบไม่ลง (ฟรี)

บทที่ 395: ใจที่สงบไม่ลง (ฟรี)


เฉียนจื้อหยงพยักหน้าอย่างพอใจ "ใช่แล้ว เขาถ่ายได้ดีมาก ไม่รู้ว่ายาไมโตะ มูระอิจะพอใจมากแค่ไหน…"

อย่างน้อยเฉียนจื้อหยงดูแล้ว ก็รู้สึกอยากตบหน้าหลิวเกาต้าซักฉาด

เขาคิดว่ายาไมโตะ มูระอิน่าจะมีปฏิกิริยาที่น่าดูไม่น้อย

ก็ได้แต่หวังว่า อีกฝ่ายจะ "ทุ่มให้สุด" แล้วซัดภัตตาคารเฟยหวงให้ล้มลงได้ซักที

...

ที่คฤหาสน์ของยาไมโตะ มูระอิ

ยาไมโตะ ทาโนะเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีระมัดระวัง ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ

"เข้ามาได้" ยาไมโตะ มูระอิพูดเรียบๆ

ยาไมโตะ ทาโนะผลักประตูเข้ามา ก็เห็นยาไมโตะ มูระอิกำลังใช้พู่กันเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ

ทุกขีดทุกเส้น ล้วนมั่นคงและเปี่ยมสมาธิ

ยาไมโตะ ทาโนะมองไป เห็นเป็นอักษรจีนที่แปลว่าความสงบ

ยาไมโตะ มูระอิพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ "ดูจากท่าทาง มีเรื่องจะมาบอกผมสินะ?"

"จิตใจของคุณไม่สงบ"

"พูดมาเถอะ เกิดอะไรขึ้น?"

ยาไมโตะ ทาโนะรีบหยิบโทรศัพท์มือถือจากอกเสื้อ เปิดไปยังหน้าคลิปวิดีโอ

แต่ยาไมโตะ มูระอิยังไม่รีบร้อนจะดูทันที เขากำลังจรดพู่กันเขียนเส้นสุดท้ายของคำว่าสงบ

"ช่วงนี้แพลตฟอร์มฉีเอ้อเดลิเวอรี่กับภัตตาคารฉีเอ้อเป็นยังไงบ้าง?" เขาถามอย่างสบายๆ

ยาไมโตะ ทาโนะรีบตอบ "ฉีเอ้อเดลิเวอรี่กำลังเป็นที่นิยมมากครับ ส่วนภัตตาคารฉีเอ้อ ตอนนี้ขยายไปแล้ว 400 สาขา"

"แต่… แต่ละสาขาเราจ้างพนักงานถึง 16 คน จ่ายเงินเดือนสูง แถมยังเซ็นสัญญาจ่ายค่าชดเชยแบบ n+3..."

"ผมเกรงว่า..."

ยาไมโตะ มูระอิถอนหายใจ "อยากเลียนแบบภัตตาคารเฟยหวงกับเฟยหวงเดลิเวอรี่ เราก็ต้องทำแบบนี้แหละ"

"ถ้าไม่ให้เงินเดือนสูง ไม่เซ็นสัญญาแบบ n+3 เวลาต้องแข่งขันกับพวกเขาเราก็ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่นอน"

"ที่ชิงฮุ่ยพลาซ่าล้มเร็วขนาดนั้น ไม่ใช่แค่เพราะภัตตาคารเฟยหวงดึงคนมาเข้าศูนย์การค้าของตัวเองได้เยอะหรอก"

"แต่ยังเป็นเพราะเราจ่ายเงินเดือนน้อยเกินไป พนักงานไม่มีความสุข เอาแต่บ่นกันไม่หยุด"

ยาไมโตะ ทาโนะพยักหน้าเห็นด้วย

ศูนย์การค้าชิงฮุ่ยพลาซ่าถูกขายทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

ชิงฮุ่ยพลาซ่าถือว่าเป็นหนึ่งในความล้มเหลวครั้งใหญ่

เขาเคยนั่งวิเคราะห์อย่างละเอียด ว่าทำไมมันถึงล้มเร็วขนาดนั้น?

ตามหลักแล้ว บริการของพวกเขาก็ดีกว่าเฟยหวงพลาซ่าแท้ๆ

แต่คิดไปคิดมา ก็เพิ่งเข้าใจว่า ปัญหาอยู่ที่เงินเดือนของพนักงานต่ำกว่าฝั่งเฟยหวงพลาซ่า

ทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาในใจของพนักงาน

ที่ชิงฮุ่ยพลาซ่า พนักงานต้องยิ้ม ต้องอ่อนน้อม ต้องให้บริการทางอารมณ์แก่ลูกค้า

แต่เงินเดือนกลับได้น้อยกว่าเฟยหวงพลาซ่าครึ่งนึง ใครจะไม่รู้สึกแย่?

มนุษย์แพ้การเปรียบเทียบเสมอ!

พอชิงฮุ่ยพลาซ่าเริ่มมีข่าวเสียหาย ขวัญกำลังใจของพนักงานก็ตกฮวบ

คุณภาพการบริการถดถอย ถึงขั้นชักสีหน้าใส่ลูกค้า

แถมยังมีขยะเกลื่อนพื้น ไม่ทำความสะอาด อะไรๆ ก็ดูยุ่งเหยิง

พอผู้จัดการพูดเตือนอะไรนิดๆ หน่อยๆ บางคนก็ลาออกทันที บางคนที่ยังอยู่ก็ไม่สนใจคำสั่งเลย

ดูออกชัดเจนว่า ยาไมโตะ มูระอิเองก็รู้ถึง "จุดตาย" ตรงนี้ดี

ครั้งนี้พอมาแข่งกับกลุ่มเฟยหวงอีกครั้ง ถึงแม้ต้องลงทุนมาก ก็จำเป็นต้องให้สวัสดิการเทียบเท่ากัน

ยาไมโตะ ทาโนะพูดขึ้น "ท่านประธานครับ ลูกค้ายังน้อยอยู่ แต่เงินเดือนพนักงานสูงมาก ตอนนี้เราขาดทุนตลอดเลยครับ"

"เมื่อไหร่สองแพลตฟอร์มใหญ่จะเริ่มช่วยเรา?"

ยาไมโตะ มูระอิตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง "อย่าเพิ่งรีบ รอให้เราขยายครบ 500 สาขาก่อน"

"จนกว่าทั่วเมืองเซินเฉิง และสามารถส่งอาหารถึงภายใน 15 นาทีได้ทุกที่ นั่นแหละ เราถึงจะเริ่มดึงคน"

"ต้องรอให้จังหวะลงตัวที่สุด ผลลัพธ์จะออกมาดีที่สุด"

"จะทำเรื่องใหญ่ ย่อมต้องแลกกับต้นทุนสูงอยู่แล้ว ตอนภัตตาคารเฟยหวงเริ่มขยายสาขาก็ขาดทุนไม่น้อยเหมือนกัน"

ยาไมโตะ มูระอินิ่งคิดครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้น "เรื่องข่าวลือที่ปล่อยไปเป็นยังไงบ้าง?"

"เราต้องกดกระแสภัตตาคารเฟยหวงลงไป ขณะเดียวกันก็ขยายสาขาภัตตาคารฉีเอ้อไปด้วย ทำพร้อมกัน ผลจะชัดกเจนว่า"

ร้านอาหารที่พวกเขาเปิดใช้ชื่อว่า ‘ภัตตาคารฉีเอ้อ’ ซึ่งตั้งใจทำให้คล้ายภัตตาคารเฟยหวง

ตอนนี้ช่องทางจัดซื้อวัตถุดิบก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว ขาดแค่เปิดให้ครบ 500 สาขาเท่านั้น

หลังจากนั้น ทุกอย่างจะ "เหมือนภัตตาคารเฟยหวง" ทุกประการ

พอพูดถึงข่าวลือ ยาไมโตะ ทาโนะก็มีสีหน้าลังเล "ท่านประธาน เรื่องข่าวลือได้ผลดีมากครับ แต่… เฉียนจื้อหยงเริ่มตอบโต้กลับมาแล้ว"

"หืม?" ยาไมโตะ มูระอิหันมามองทันที สีหน้าจริงจังขึ้นมา

ยาไมโตะ ทาโนะเปิดวิดีโอที่เตรียมไว้ให้แล้ว แต่ไม่กล้ายื่นให้ดูตรงๆ

"นี่เป็นการตอบโต้ของเฉียนจื้อหยงครับ ตอนนี้ในโลกออนไลน์พูดถึงกันอย่างร้อนแรง" ขณะพูด เขาก็ยื่นมือถือไปตรงหน้ายาไมโตะ มูระอิ

ยาไมโตะ มูระอิสีหน้าเคร่งขรึม และกดเปิดวิดีโอ

เมื่อเปิดมา... ก็เจอหน้าอ้วนๆ ของหลิวเกาต้าเต็มจอ

ยาไมโตะ มูระอิขมวดคิ้วทันที

ในใจเกิดความรู้สึกอยาก "ต่อยหน้า" ใครบางคนขึ้นมา

แต่ก็พยายามข่มใจไว้

เขายังคงดูต่อ...

แต่ยิ่งดู ก็ยิ่งโมโห!

ท่าทางกวนประสาทของหลิวเกาต้า เหมือนกำลังยั่วยุขั้นสุด

ดูแล้วมันคันไม้คันมือ!

โดยเฉพาะท่าเต้น และกิริยาน่าหมั่นไส้นั่น

เกรียน! เกรียนเกินไปแล้ว!

เใทาอดูจบคลิป ยาไมโตะ มูระอิหายใจแรงขึ้น มือกำแน่น

เขาอยากต่อยใครสักคน!

แต่ต้อง "สงบใจ" ไว้

ฉันจะอดทน!

ต้องควบคุมอารมณ์!

แต่ในใจกลับคิดว่า "ยิ่งทนยิ่งคาใจ ยิ่งถอยยิ่งแค้น!"

"ทนแล้วพวกมันก็ได้ใจ ถอยแล้วพวกมันก็ยิ่งเหิมเกริม"

ในที่สุด ยาไมโตะ มูระอิก็อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป

หมัดหนักๆ ต่อยลงไปตรงหน้าหลิวเกาต้าในจอ

แคร๊ก!

มือถือแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

ฟู่!

ในที่สุด ลมหายใจที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก็ระบายออกมาได้บ้าง

"หลิวเกาต้า ไอ้สารเลวนี่…" ยาไมโตะ มูระอิตะโกนด่าออกมา

ปากจัดเกินไปแล้ว!

ยาไมโตะ ทาโนะมองมือถือของตัวเองที่กลายเป็นเศษชิ้นส่วน น้ำตาแทบไหลด้วยความเสียดาย

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยาไมโตะ มูระอิเป็นประธานที่ควบคุมอารมณ์เก่ง

เมื่อครู่ยังเดือดจัด แต่ตอนนี้เริ่มใจเย็นลงแล้ว

เขาเข้าใจชัดเจนว่าวิดีโอนี้มีผลกระทบต่อแผนการของเขาไม่น้อยเลย

ยาไมโตะ มูระอิพูดขึ้น "ต้องห้ามไม่ให้คลิปนี้ดังเด็ดขาด บอกพวกเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลาย อย่าไปคอมเมนต์ใต้คลิปนั้นเด็ดขาด"

"อย่าดูคลิปนั้นซ้ำ ถ้าจะให้ดี อย่าดูมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว!"

ยาไมโตะ ทาโนะตอบ "ผมแจ้งไปแล้วครับ แต่… ผลลัพธ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

ยาไมโตะ มูระอิสงสัย "ทำไมล่ะ?"

ยาไมโตะ ทาโนะตอบ "เพราะ… อดใจไม่ไหวครับ…"

"ท่านประธานมีจิตใจนิ่ง ต่อให้หลิวเกาต้าจะแสดงท่าทางกวนตีนแค่ไหน จะล้อ จะด่า จะเต้นบนโต๊ะ คุณก็ยังสงบนิ่งได้"

"แต่พวกเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายไม่ใช่คุณครับ พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา"

"ผมสั่งไปแล้วว่า อย่าคอมเมนต์ อย่าโต้เถียงกับหลิวเกาต้า…"

"แต่พวกเขาไม่ฟัง ต่อให้ไม่ใช้ไอดีหลัก พวกเขาก็จะไปใช้ไอดีไก่แอบด่ากลับ"

เมื่อได้ยินแบบนั้น ยาไมโตะ มูระอิเงียบไป เพราะเขาเองก็อยากด่ากลับเหมือนกัน

เกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายก็แค่คนธรรมดา

ถ้าพวกเขาเป็น "คนคุณภาพ" จริง ก็คงไม่มาเป็นเกรียนคีย์บอร์ดหรอก

ที่สำคัญคือ ต่อให้เขาอยากควบคุม ก็ทำไม่ได้

ไม่มีทางไปสั่งห้ามไม่ให้คนพวกนั้นใช้ไอดีอื่นได้เลย

ยาไมโตะ มูระอิถอนหายใจ "สุดยอดจริงๆ"

"เฉียนจื้อหยงคิดวิธีนี้ได้ยังไง?"

ยาไมโตะ มูระอิอยากผ่าหัวเฉียนจื้อหยงดู จะได้เห็นว่าสมองเขาทำจากอะไร?

เขาทุ่มเงินไปมหาศาล เพื่อจ้างกองทัพเกรียนคีย์บอร์ดมากมาย

แต่เฉียนจื้อหยง กลับใช้แค่ "หมัดเดียว" จากหลิวเกาต้า ก็สามารถสวนกลับเขาได้แล้ว

เขามองเห็นภาพอนาคตชัดเจน

วิดีโอนี้ต้องกลายเป็นไวรัลแน่นอน!

ถ้ามันดังขึ้นมาเมื่อไหร่ ผู้ชมจำนวนมากจะไม่สนใจคลิปใส่ร้ายกลุ่มเฟยหวงอีกต่อไป

แต่จะกลับไปสนใจ "คลิปของหลิวเกาต้า" แทน

แล้วพวกเขาก็จะเริ่มรู้ว่ามีคนจงใจใส่ร้ายกลุ่มเฟยหวง!

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

จบบทที่ บทที่ 395: ใจที่สงบไม่ลง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว